ไลฟ์สไตล์

เปิดซองส่องไทย : ที่มาที่ไปของค่าไฟฟ้า

เปิดซองส่องไทย : ที่มาที่ไปของค่าไฟฟ้า

02 ก.ย. 2558

เปิดซองส่องไทย : ที่มาที่ไปของค่าไฟฟ้า

 
                      ดิฉันมีข้อข้องใจเกี่ยวกับค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บทุกเดือน อยู่ 2 คำถาม 
 
                      คำถามแรก คือ การคิดค่าบริการของการไฟฟ้า เรื่่องการคิดค่าบริการ เข้าใจได้ว่าต้องมีทุกหน่วยงาน แต่ที่ไม่เข้าใจและอยากได้คำอธิบายคือ การคิดค่าบริการที่ไม่คงที่ ไม่ทราบว่าผันแปรตามค่าพลังงานไฟฟ้าหรือไม่ อย่างไร?
 
                      คำถามที่ 2 คือ ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) มีวิธีการคำนวณอย่างไร ดิฉันได้แนบหน้าบิลค่าไฟตัวอย่างมาให้ เป็นใบแจ้งหนี้ของ 2 บ้านเลขที่ ที่ผ่านมาไม่ได้สังเกตว่า ค่าไฟที่เราใช้ ถูกคำนวณจากเหตุผลอะไรบ้าง แต่พอกลับมาดู ยอดค่าไฟที่มากจนเกินกว่าที่เราใช้ไป เหมือนถูกเอาเปรียบหรือเปล่า เลยมีข้อสงสัย รบกวนลุงแจ่มหาคำตอบให้ด้วย
 
 
ผู้สงสัย
 
 
ตอบ
 
 
                      สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการคิดค่าไฟฟ้าในปัจจุบัน ไว้ดังนี้ การคิดค่าไฟฟ้าในปัจจุบัน มาจาก 3 ส่วน ได้แก่ ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บ = ค่าไฟฟ้าฐาน + ค่า Ft + ภาษีมูลค่าเพิ่ม การคิดค่าไฟฟ้าปัจจุบัน ได้แยกต้นทุนค่าไฟฟ้าในแต่ละส่วน เพื่อให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นว่าค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงมาจากต้นทุนในเรื่องใดบ้าง โดยมีหลักในการคิดต้นทุนค่าใช้จ่าย ดังนี้
 
                      1.ค่าไฟฟ้าฐาน สะท้อนต้นทุนในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ระบบสายส่ง ระบบจำหน่าย และค่าการผลิตพลังงานไฟฟ้า ภายใต้สมมุติฐานความต้องการใช้ไฟฟ้า ราคาเชื้อเพลิง อัตราแลกเปลี่ยน และอัตราเงินเฟ้อระดับหนึ่ง ค่าไฟฟ้าฐานมีการปรับทุก 3-5 ปี พิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในการผลิต จัดส่ง และการจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า รวมถึง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและผลตอบแทนที่เหมาะสมในการขยายการลงทุนในอนาคต ทั้งนี้ 3 การไฟฟ้า ได้แก่ กฟผ. กฟน. และ กฟภ. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ต้องนำส่งเงินรายได้แผ่นดินให้กระทรวงการคลังในอัตราร้อยละ 30–45 ของกำไรจากการดำเนินงานในแต่ละปี เพื่อนำไปเป็นรายได้ของแผ่นดินสำหรับใช้ในการพัฒนาประเทศ
 
                      2.ค่า Ft (ค่าเอฟที) หรือค่าไฟฟ้าผันแปร กำหนดเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนค่าเชื้อเพลิง ต้นทุนการซื้อไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากค่าไฟฟ้าฐาน และผลกระทบจากนโยบายของรัฐในเรื่องต่างๆ เช่น การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนด้วยการให้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) หรือมาตรการ Feed-in Tariff (FiT) เป็นต้น และเงินนำส่งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการ พลังงาน พ.ศ.2550 ค่า Ft จะมีการปรับทุก 4 เดือน โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะกำกับดูแลการคำนวณให้สะท้อนราคาค่าเชื้อเพลิงตามแนวโน้มราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนที่มีผลกระทบต่อการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐในเรื่องการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนต่างๆ เช่น การให้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) หรือมาตรการ Feed-in Tariff (FiT) รวมทั้งเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อการพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่การไฟฟ้าไม่สามารถควบคุมได้ และจะพิจารณาถึงผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าร่วมด้วยทุกครั้ง การปรับค่า Ft ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงจะไม่มีผลกระทบต่อผลประกอบการแต่อย่างใด
 
                      3.ภาษีมูลค่าเพิ่ม มีการคิดในอัตราร้อยละ 7 ของค่าไฟฟ้าฐานและค่า Ft (ค่าเอฟที) การไฟฟ้าจะเรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อนำส่งให้กรมสรรพากรเป็นรายเดือนเพื่อรวมเป็นรายได้ของแผ่นดิน
 
                      สำหรับการคิดค่าบริการรายเดือนนั้น ปัจจุบันค่าบริการรายเดือน สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.1 คือ บ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ และมีการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน คิดค่าบริการรายเดือน 8.19 บาท/เดือน ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงของการไฟฟ้า เพื่อเป็นการดูแลผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีรายได้น้อย ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.2 คือ บ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์เกิน 5 แอมป์ และบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ แต่มีการใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือนขึ้นไป คิดค่าบริการรายเดือน 38.22 บาท/เดือน 
 
                      ค่าบริการรายเดือนที่เรียกเก็บจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการจำหน่ายและการบริการผู้ใช้ไฟฟ้าในแต่ละเดือน ได้แก่ ค่าจ้างพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และการจัดหาเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ในการจดหน่วยการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้า การคำนวณเพื่อจัดทำและพิมพ์ใบแจ้งหนี้ส่งให้ผู้ใช้ไฟฟ้า และการเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้าโดยการจัดหาบุคลากรเพื่อทำหน้าที่รับชำระเงินจากผู้ใช้ไฟฟ้าตามสำนักงานของการไฟฟ้าที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และตัวแทนรับชำระเงินที่การไฟฟ้าได้ว่าจ้าง นอกจากนี้ ยังรวมถึงการให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้า ในช่องทาง Call Center ของ กฟน. และกฟภ. และการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้องด้วย ซึ่งการแสดงรายละเอียดข้อมูลในใบแจ้งค่าไฟฟ้าของ กฟน. และกฟภ. มีความแตกต่างกัน โดย กฟภ. จัดทำใบแจ้งหนี้/ใบเสร็จรับเงินขนาดเล็ก ทำให้มีข้อจำกัดในการแสดงเพียงค่าไฟฟ้าฐานรวม ขณะที่ กฟน. ครอบคลุมพื้นที่บริการในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ จึงมีการแสดงรายละเอียดที่ครบถ้วนมากกว่า ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2558 นี้ กฟภ.ได้มีการปรับเปลี่ยนใบแจ้งค่าไฟฟ้าในรูปแบบใหม่ โดยแสดงค่าไฟฟ้าที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในลักษณะเดียวกับ กฟน. จำแนกเป็นค่าพลังงานไฟฟ้าค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร และภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งสถิติการใช้ไฟฟ้าย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในการตรวจสอบค่าใช้จ่ายของตนเองได้เพิ่มขึ้น