ไลฟ์สไตล์

การบริหารจัดการความโลภ 
รู้ทันความโลภ

การบริหารจัดการความโลภ รู้ทันความโลภ

22 ก.ค. 2552

ถ้าเราไม่รู้เท่าทันธรรมชาติของความโลภ เราจะตามเขาไป แล้วคุณโยมรับได้ไหมว่า ถ้าเราอยากมี พอมีแล้วคิดว่ามันจะพอ เข้าใจผิด พอมันมีแล้ว ความโลภนี่ พอมันได้อะไรสมอยากปุ๊บ มันจะอยากใหม่ทันที

  เพราะฉะนั้น ถ้ามันอยากปุ๊บตามไป มันจะอยากใหม่ แล้วพอสมอยาก มันก็อยากใหม่ขึ้นมาทันที
 เหมือนเราไปตักน้ำเติมทะเลเต็มไหม ตักน้ำไปเติมทะเล ทั่วโลกนี้ ที่ทะเลเป็นทะเล เพราะน้ำทุกสายไหลไปรวมทะเล เคยแถลงข่าวไหมว่า ทะเลปฏิเสธน้ำแล้ว ไม่เคยมี ทะเลจะรับน้ำอยู่ตลอดเวลา

 ความโลภก็เป็นอย่างนั้น คือ ไม่มีขีดจำกัด คุณยิ่งหาอะไรเติมเข้าไปน่ะ เหมือนเทน้ำมันใส่กองเพลิง เขาจะบอกเอาอีกๆๆๆ ธรรมชาติของความโลภเป็นอย่างนี้

 ทุกข์เพราะไม่มี ถ้าหาด้วยความขยันหมั่นเพียร วันหนึ่งจะมี
  ทุกข์เพราะไม่พอ ถ้าคุณตายไปเสียก่อน คุณก็จะรู้สึกว่าพอ
 ลูกศิษย์ของอาตมภาพคนหนึ่ง เป็นดารามีชื่อเสียงมาก มีชื่อมีเสียงอยู่ ๕-๖ ปี จนวันหนึ่ง นักข่าวก็เริ่มเขียนว่า เขาอยู่ในช่วงขาลง

 เขาก็ไม่เชื่อทฤษฎีนี้ ฉันจะอยู่ในช่วงขาลงได้ยังไง ฉันเป็นเจ้าแม่โฆษณาอยู่ โฆษณาเข้าอยู่ตลอดเวลา และก็มีคนทำนายว่า กำลังลง และโฆษณาทั้งหลายเริ่มถอนโฆษณา ไม่เอาแล้ว เพราะหมอดูทำนายว่า กำลังลง ถ้าจ้างมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เดี๋ยวสินค้าแย่เลย

 มันเลยลงจริงๆ ลงมาเรื่อยๆ ทุกข์หนักหนาสาหัส ถึงขั้นอยากจะหาใครสักคนหนึ่งไปเก็บหมอดู เพราะมันกระทบ

 และในรอบที่เขากำลังลง ก็มีดาวรุ่งคนใหม่โผล่ขึ้นมา เขาบอกว่า เขารับดาวรุ่งรุ่นใหม่ไม่ได้สักคน เพราะอะไรรู้ไหม เขามองแล้ว ไม่มีใครควรจะดังเท่าเขาเลย เขาต้องครองความดังให้กินเวลายาวนานที่สุด

 และตลอดเวลา ทุกข์จนทำอะไรไม่ได้ ไปมาทำท่าจะไปหายาเสพติด เพราะอะไร เพราะเขาอยากบริหารความดังให้มันอยู่ที่เดิม เขาดังแล้ว แต่เขาไม่อยากให้ใครมาดังเท่าเขา

 นี่คือ สัจจะ หมายความว่า คนที่มีแล้ว พยายามตะกุยตะกายให้มีเท่าคนที่มีอยู่แล้วก็ทุกข์ ส่วนคนที่มีมากจนเกินพออยู่แล้ว ถ้าคนอื่นทำท่าจะถีบตัวขึ้นมาเท่า ทุกข์อีก เพราะต้องรักษาความดัง ความมีของตัวเองไว้อย่าให้ใครมาเท่า

 พอมันเป็นอย่างนี้ปุ๊บ มหาเศรษฐีทั้งหลายเครียด เครียดจัดมากขึ้น หักดิบมันเลย บิลล์ เกตส์ หักดิบ เป็นเศรษฐีโลกซ้อนกัน สิบสามสมัย พอสมัยที่สิบสี่หักดิบเลย  ประกาศยกเงิน ๙๐% ตั้งมูลนิธิ อีก ๑๐% ให้ทายาท เขาไม่ทำอีกต่อไปแล้ว เพราะอะไร มีขนาดเป็นเศรษฐีโลกก็ต้องรักษาแชมป์โลก

 เห็นไหม คนที่มีจนสุดในโลก ไม่มีใครเทียมแล้ว ต้องพยายามรักษาความมีของตัวเองไว้ให้นานที่สุด เพราะอะไร เดี๋ยวคนอื่นมาเทียม

 คนที่มีอยู่แล้ว แต่ถ้ามีคนที่มีมากกว่า ไต่อันดับขึ้นไปให้เท่า ทั้งคนที่มีอยู่แล้ว และคนที่ไต่อันดับขึ้นไปให้เท่า ทุกข์แทบล้มประดาตายเหมือนกัน

 เห็นไหม ถ้าคุณตามความโลภไป อะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิต นี่คือธรรมชาติของความโลภ ได้แก่ ไร้ขีดจำกัด ซึ่งเราจะต้องตามให้ทัน

 และประการที่สอง ในการที่จะบริหารจัดการความโลภ เราต้องจับหลักตรงนี้ให้ได้ คือ ธรรมชาติของทรัพยากร ทรัพยากรในโลกนี้ มีอยู่อย่างจำกัด แต่ความอยากของเรา ความโลภของเรานั้น ไร้ขีดจำกัดใช่ไหม

 ฉะนั้น ถ้าเราต้องการทุกอย่างให้มันเป็นของเราทั้งหมด กวาดต้อนเอามาเป็นของเราให้มากที่สุด แสดงว่า เรากำลังแย่งคนอื่นใช่ไหม

 คนอื่นที่ถูกแย่งเอาไปมากที่สุด สุดท้ายเขาจะเกลียดคนที่รวยที่สุด เห็นหรือยัง

"ว.วชิรเมธี"