
ปั้น'นักวิทย์น้อยทรู'ฝึกคิดวิเคราะห์เรียนของจริง
ปั้น'นักวิทย์น้อยทรู'ฝึกคิดวิเคราะห์เรียนของจริง : ชุลีพร อร่ามเนตรรายงาน
กระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์เป็นฐานของการพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์ แนวทางในการปลูกฝังการคิดริเริ่มด้วยตนเองที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมทางปัญญา สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีศึกษาไทย (สวทศ.) ร่วมกับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จัด “โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับประถมศึกษาระดับชาติ หรือ นักวิทย์น้อยทรู” ต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 20 เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไทยเห็นความสำคัญวิทยาศาสตร์ มีทักษะในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปีนี้นักวิทย์น้อยทรู จัดขึ้น ภายใต้ชื่อ “วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต”
"รศ.ลัดดา ภู่เกียรติ" นายกสมาคม สวทศ. กล่าวว่า โครงการดังกล่าว เป็นหนึ่งในกิจกรรมเนื่องในสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติประจำปี ที่ สวทศ.ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น มาตั้งแต่ปี 2538 จัดโครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับประถมศึกษาแสดงความสามารถด้านสติปัญญาและด้านวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมเยาวชนโรงเรียนระดับประถมศึกษาทั่วประเทศให้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง พัฒนาเจตคติวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ รวมถึงส่งเสริมนักเรียนมีพัฒนาการ และมีโลกทัศน์ด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น
ปีนี้มีโครงงานผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 14 โครงงาน จากโครงงานที่ส่งเข้าประกวด 204 โครงงาน จาก 137 โรงเรียน โดยทุกโครงงานล้วนใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ปรากฏการณ์วิทยาศาสตร์ การอนุรักษ์ การประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ นำกลับมาใช้ใหม่ การลดมลพิษของสิ่งแวดล้อม การหาหรือสร้างสิ่งทดแทนที่มีอยู่เดิม การประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ การพัฒนา หรือการใช้ไอซีที ในการสร้างนวัตกรรมทางปัญญา
“ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา” ผู้อำนวยการกลุ่มด้านการสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ถ้าคนไทย สังคมไทยเข้าถึงแหล่งสาระความรู้อย่างเท่าเทียมกัน สามารถใช้ความรู้ในการสร้างสรรค์ และนำพาสังคมไทยให้เกิดการพัฒนา ก้าวหน้า และทัดเทียมนานาชาติได้ โครงการดังกล่าวเป็นการร่วมสร้างสรรค์นักคิด นักทดลอง นักวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา ได้แสดงความสามารถ คิดโครงงานดีๆ เห็นถึงศักยภาพของเด็กประถมศึกษา รวมถึงแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีเพชรอยู่ทั่วประเทศ
โครงงานที่ส่งเข้าประกวดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ โครงงานประเภทสำรวจ โครงงานประเภททดลอง และโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์โดยทีมชนะในการประกวด รางวัลเหรียญทอง จะได้ชุดอุปกรณ์และสื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ และได้เข้าร่วมเป็นโรงเรียนในโครงการทรูปลูกปัญญา พร้อมเหรียญรางวัล เกียรติบัตรและเงินรางวัลโครงการละ 7,000 บาท, รางวัลเหรียญเงินและเหรียญทองแดง ได้รับเหรียญรางวัล เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 7,000 บาท และรางวัลชมเชย ได้รับเงินรางวัล 1,000 บาท
ทุกโครงงานวิทยาศาสตร์ล้วนมาจากความคิดสร้างสรรค์ และคำนึงถึงประโยชน์ของคนในพื้นที่ "น้องวา" ด.ช.อภิสิทธิ์ กราปัญจะ นักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 โรงเรียนวัดควนขี้แรด จ.พัทลุง ทีมชนะเลิศรางวัลเหรียญเงิน จากโครงงานประดิษฐ์เครื่องช่วยตากและเกลี่ยข้าว
เปลือก เล่าว่า ที่บ้านทำนา ไม่มีพื้นที่ตากข้าวหลังเก็บเกี่ยว จึงไปปรึกษาครูและร่วมกันออกแบบใช้พื้นที่หน้าธง สนามของโรงเรียนใช้เป็นพื้นที่ตากข้าว โดยมีต้นแบบจากเครื่องตีเส้นตราจราจรมาประดิษฐ์เครื่องช่วยตากและเกลี่ยข้าวเปลือก พวกเราซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ทั้งในส่วนของออกแบบและสร้าง จนได้เครื่องประดิษฐ์ที่ทำให้ประหยัดเวลา ตากและเกลี่ยข้าวเปลือกได้ดีขึ้น
“วิชาวิทยาศาสตร์ เป็นวิชาที่สนุกมาก เพราะครูจะให้เราทดลอง คิดค้น และเรียนรู้ด้วยตนเอง แต่หากเรียนเฉพาะในหนังสือโดยไม่ได้ลงมือปฏิบัติ ทดลองไปด้วย ประดิษฐ์ไปด้วย การเรียนวิทยาศาสตร์อาจเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ เพราะเรียนจากตำราเพียงอย่างเดียวไม่สนุก และไม่น่าตื่นเต้น ซึ่งการเรียนวิทยาศาสตร์เป็นวิชาเดียวที่ทำให้ได้ลองผิดลองถูก และเด็กมีความสุขในการเรียน อยากให้จัดโครงการแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กระดับประถมศึกษาเรียนรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ปลูกฝังการคิดวิเคราะห์ ทดลอง และทำให้เด็กเกิดความอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ และมีความสุขในการเรียนวิทยาศาสตร์มากขึ้น” เช่นเดียวกับ "น้องด้อง" ด.ช.อัฟฎอล สาและ นักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 โรงเรียนนิบงชนูปถัมภ์ จ.ยะลา ทีมชนะเลิศรางวัลเหรียญเงิน ในโครงการสิ่งประดิษฐ์ ถุงกล้วยหินเพาะกล้าลดโลกร้อน เล่าว่า โครงงานวิทยาศาสตร์ทุกโครงงานเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนได้คิด วิเคราะห์ และเรียนรู้จากปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งพวกเขานำกระดาษที่เหลือใช้มาผสมกับน้ำยางจากเปลือกกล้วย ทำให้ได้ถุงเพาะกล้าแทนการใช้ถุงพลาสติกในการปลูกดาวเรือง โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ได้ถุงเพาะกล้าที่ใช้ประโยชน์ได้ดี ลดโลกร้อน และรู้จักนำสิ่งของเหลือใช้มาให้เกิดประโยชน์ อยากให้โรงเรียน ครู สนับสนุนจัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ ให้เด็กเรียนรู้ตามโครงงานด้านวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น



