ไลฟ์สไตล์

สธ.ยันรง.ผลิตวัคซีนที่ปากช่องเป็นโครงการนานแล้ว

สธ.ยันรง.ผลิตวัคซีนที่ปากช่องเป็นโครงการนานแล้ว

21 ก.ค. 2552

"วิทยา” ยันโรงงานผลิตวัคซีนที่ปากช่องเป็นโครงการที่ทำมานานแล้ว เตรียมโยนให้องค์การเภสัชกรรมชี้แจงประชาชน ลั่นไม่พบการดื้อยาในไทย

 (21ก.ค.) นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวกรณีมีบางส่วนออกมาต่อต้านการตั้งโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ จ.นครราชสีมา ว่า โครงการนี้มีมานานแล้ว เข้าใจว่าเป็นแผนงานที่เริ่มมาหลายปี และเป็นหน้าที่องค์การเภสัชกรรมที่จะต้องทำความเข้าใจประชาชนว่าจะมีผลร้ายแรงจนถึงขั้นที่จะต้องกังวลหรือไม่ เมื่อถามว่าแสดงว่ายังยืนยันที่จะตั้งโรงงานที่ จ.นครราชสีมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า เป็นแผนงานที่ตั้งงบประมาณไว้หลายปีแล้ว เป็นโครงการที่ทำต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงนี้ โดยตอนแรกเริ่มต้นจากการทำเป็นโรงงานผลิตวัคซีนของสัตว์มานานแล้ว ก็เตรียมที่จะพัฒนาเป็นโรงงานผลิตวัคซีนสำหรับโรคไข้หวัดใหญ่ เดิมคงเริ่มต้นสำหรับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ปกติ ซึ่งในส่วนการทำความเข้าใจกับประชาชนนั้นตนจะมอบให้ให้ทางองค์การเภสัชกรรมที่เป็นเจ้าของเรื่องเป็นผู้ชี้แจง เพราะเข้าเรื่องการเตรียมการทั้งหมดเป็นอย่างดี เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนเข้าใจถึงความปลอดภัยได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่าชาวบ้านกังวลว่าหากไปตั้งโรงงานที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา อาจจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของโรคที่นั่น นายวิทยา กล่าวว่า ที่จริงโรงงานต้นแบบอยู่ที่ จ.นครปฐม แต่โรงงานที่อ.ปากช่องนั้น เป็นการเตรียมการสำหรับผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ธรรมดา ซึ่งได้เตรียมการมานานแล้ว ไม่ได้เป็นเรื่องที่ทำขึ้นใหม่ เพียงแต่ถูกโยงมาเป็นเรื่องใหม่ เพราะว่าหากผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ธรรมดาได้ ก็จะผลิตวัคซีนสำหรับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้ด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อเกิดการต่อต้านเช่นนี้จะกระทบต่อแผนในการผลิตวัคซีนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า คงจะให้ทางองค์การเภสัชกรรมออกมาชี้แจงรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิคด้วย

 เมื่อถามว่าแนวทางของรัฐบาลต่อการรับรู้ของประชาชนที่ล่าสุดผลโพล์ระบุว่าต้องการให้กระทรวงสาธารณสุขรายงานรายละเอียดเป็นรายวัน นายวิทยา กล่าวว่า กำลังประเมินอยู่ว่าระหว่างการรายงานเป็นรายวันและสัปดาห์ละครั้ง เพราะข้อเท็จจริงขณะนี้ก็คือองค์การอนามัยโลกยุติการรายงานทั้งหมดแล้ว เพราะถือว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในเรื่องของการดูแลรักษาพยาบาลแล้ว โดยตัวเลขที่ปรากฏในเว็บไซด์ขององค์การอนามัยโลกนั้นเป็นการรายงานครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็จะรายงานเฉพาะประเทศที่เกิดใหม่เท่านั้นเอง ส่วนของประเทศไทยก็จะดำเนินการตามแนวทางเดิม แต่ถ้าหากเห็นว่ามีความจำเป็นเปลี่ยนแปลงก็จะประเมินอีกครั้งว่าการรายงานทุกวันจะเกิดประโยชน์หรือไม่ โดยตอนนี้ยังคงรายงานสัปดาห์ละครั้งต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่าที่เกรงกันว่าเชื้อโรคจะมีการดื้อยา ขณะนี้ในประเทศไทยพบการดื้อยาบ้างหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ก็ต้องติดตามตลอด เพราะยังต้องมีการตรวจในห้องปฏิบัติการกับผู้ป่วยบางรายนั้น ก็เป็นการเตรียมการเพื่อดูว่ามีทิศทางของการดื้อยาหรือไม่ ตอนนี้เกิดการดื้อยาขึ้นในบางประเทศ ซึ่งยังเป็นวงแคบเพียง 1 - 2 รายเท่านั้น แต่เรายังต้องติดตามตลอด โดยยืนยันว่าในประเทศไทยยังไม่พบการดื้อยา