
ดูแลสุขภาพ : เนื้องอกกับมดลูก(จบ)
25 ส.ค. 2558
ดูแลสุขภาพ : เนื้องอก กับ มดลูก (จบ)
๐ อาการเตือนสำคัญที่ไม่อยากให้ละเลย อาการของเนื้องอกมดลูกสังเกตง่ายๆ ดังนี้
- ประจำเดือนมามากผิดปกติ
ประจำเดือนมามาก หรือมาตรงทุกรอบ แต่มามากขึ้นกว่าเดิม เช่นมา 3 วัน แต่มากขึ้นเป็น 5 วัน หรือเคยใช้ผ้าอนามัยแค่ 3 ผืน กลายเป็น 5 ผืน หรือไม่เคยมีก้อนเลือดออกมา แต่ระยะหลังดันพบก้อนเลือดออกมามากด้วย หรือปวดประจำเดือนมากขึ้นกว่าปกติ ถึงขนาดต้องกินยา อาการเหล่านี้คือสัญญาณการเป็นเนื้องอกมดลูก
- ปัสสาวะถี่ฉี่บ่อย
หรือแม้แต่อาการท่อรั่ว ปวดปัสสาวะเข้าห้องน้ำบ่อยเกินเหตุ ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนภัยที่ต้องระวัง ถ้าเนื้องอกใหญ่ อาจจะไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อย หรือบางคนอาจจะปัสสาวะไม่ออกไปเลย
- ปวดและเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
เป็นไปได้ว่าก้อนเนื้องอกที่โตยื่นเข้าไปในช่องคลอด หรือเป็นเนื้องอกตรงปากมดลูก
- ท้องผูก
จากการที่เนื้องอกไปกดทับลำไส้ตรง โดยเนื้องอกอาจโตขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าไปเบียดหรือกดทับอวัยวะบริเวณช่องท้องด้านหลัง
- ท้องอืดเฟ้อ
ก้อนเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่จะทำให้อึดอัด แน่นท้อง ท้องบวม หรือท้องโต บริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกราน
- การมีบุตรยากหรือแท้งบุตรง่าย
เนื้องอกที่โตเข้าใปในโพรงมดลูกอาจเข้าไปอุดตันท่อนำไข่ และขัดขวางการฝังตัวอ่อน
๐ เนื้องอกมดลูก ป้องกันได้ด้วยตัวคุณเอง
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาคุมที่มีปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง
- ออกกำลังกายเป็นประจำ ควบคุมน้ำหนัก
- หมั่นสังเกตตัวเองว่ามีอาการผิดปกติอะไรบ้าง
- ตรวจร่างกายประจำปี ตรวจภายใน อัลตราซาวด์
ทั้งนี้ หากสงสัยว่าจะเป็นเนื้องอกมดลูก ควรต้องเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัย ตรวจภายในโดยสูตินรีแพทย์ เพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียด
๐ ผู้หญิงเป็นเนื้องอกมดลูกตั้งครรภ์ได้หรือไม่
การตั้งครรภ์ขณะที่มีเนื้องอกมดลูก เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีโอกาสในการผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้องเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะทารกอาจอยู่ผิดท่า หรือก้อนเนื้องอกขัดขวางการคลอดทางช่องคลอดได้
เนื้องอกมดลูกมีผลต่อการตั้งครรภ์และการคลอด พบว่าร้อยละ 25-35 ของสตรีที่มีเนื้องอกมดลูกจะพบร่วมกับภาวะมีบุตรยาก ถ้าตั้งครรภ์อาจเกิดการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดได้ เนื่องจากการฝังของไข่ที่ได้รับการผสมจากเชื้ออสุจิแล้วกับเยื่อบุมดลูกไม่ดี และก้อนเนื้องอกไปขัดขวางการเจริญเติบโตของมดลูกขณะตั้งครรภ์ หรือทำให้เกิดการบีบตัวอย่างผิดปกติของมดลูก นอกจากนี้ทารกในครรภ์อาจอยู่ในตำแหน่งหรือท่าผิดปกติ เนื้องอกมดลูกอาจไปขัดขวางทางคลอด ทำให้คลอดยากและอาจตกเลือดภายหลังการคลอดได้
๐ แบบไหนที่เรียกว่า “ตรวจภายใน”
สาวๆ หลายคนกังวลกับการตรวจภายใน ทั้งที่เป็นการตรวจวินิจฉัยเนื้องอกมดลูก รวมถึงโรคทางนรีเวชอื่นๆ ที่ดีที่สุด ดังนั้นอย่ากลัวจนเกือบสาย
การตรวจวินิจฉัยเนื้องอกมดลูกทำได้หลายวิธี วิธีที่เป็นที่นิยม ได้แก่ การตรวจภายในโดยสูตินรีแพทย์ และการตรวจอัลตราซาวด์ทางหน้าท้อง หรือทางช่องคลอด ซึ่งการทำอัลตราซาวด์นั้น จะช่วยบอกว่าอาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยหรือก้อนที่คลำได้จากการตรวจนั้น เกิดจากเนื้องอกมดลูกจริง ไม่ใช่โรคหรือก้อนที่เกิดจากโรคอื่น
๐ เนื้องอกมดลูกรักษาได้อย่างไร?
วิธีการรักษาเนื้องอกมดลูกว่า ขึ้นอยู่กับขนาดของเนื้องอกและความต้องการมีบุตรเป็นสำคัญ ซึ่งทำให้สามารถรักษาได้หลายวิธี ดังนี้
- การรับประทานยาลดปวด เป็นวิธีที่เหมาะสมในการรักษาเนื้องอกมดลูกที่มีขนาดเล็ก อาจเทียบเท่าผลมะนาวหรือผลส้ม หรือเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอายุมากมีความเสี่ยงต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ยาที่ใช้ในการรักษา ได้แก่ ยาลดปริมาณประจำเดือน ยาบรรเทาปวด เป็นต้น
- การผ่าตัดเอาเฉพาะเนื้องอกออกหรือตัดมดลูกออกหมด
- ผ่าตัดเปิดหน้าท้อง เป็นการผ่าตัดกรีดแผลที่หน้าท้องยาวประมาณ 6-8 นิ้ว อาจจะตัดเอาเฉพาะก้อนเนื้องอกออก (Myomectomy) สำหรับผู้ที่ต้องการจะมีบุตรในอนาคต หรืออาจจะตัดมดลูกออก ขึ้นอยู่กับความผิดปกติของร่างกาย อาการรุนแรงแค่ไหน เช่น ปวดมากและเป็นผู้ที่มีบุตรเพียงพอแล้ว
- ผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งแผลจะมีขนาดเล็ก โดยการเจาะช่องท้องเป็นแผลเล็กๆ ขนาด 0.5-1 เซนติเมตรจำนวน 3-4 แผล เป็นรูสำหรับใส่เครื่องมือผ่าตัดและกล้องส่องช่องท้อง (Laparoscope) ซึ่งตัดเชื่อมกับเครื่องรับสัญญาณที่แสดงผลจอภาพทำให้แพทย์มองเห็นอวัยวะภายในช่องท้อง อุ้งเชิงกราน และควบคุมการผ่าตัดภายนอกช่องท้องได้
ตำแหน่งแผลที่เจาะช่องท้องเป็นรู ได้แก่ บริเวณสะดือ สำหรับใส่กล้องเล็กๆ ส่วนตำแหน่งกลางท้องน้อย เหนือหัวหน่าว และด้านข้างท้องน้อย สำหรับใส่เครื่องมือผ่าตัด
- การผ่าตัดทางช่องคลอด วิธีนี้จะไม่มีแผลที่หน้าท้อง เจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวได้เร็วกว่า แต่มีข้อจำกัดที่ทำให้การผ่าตัดวิธีนี้ทำได้ยากขึ้น คือ เนื้องอกขนาดใหญ่ มีพังผืดในอุ้งเชิงกรานและช่องคลอดแคบ
พล.ร.ต.นพ. โซ่สกุล บุณยะวิโรจ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูตินรีเวช
โรงพยาบาลพญาไท 1



