ไลฟ์สไตล์

ใช้‘ซีเอฟ’ปรับกระบวนการผลิตยกระดับ‘ไทยรสทิพย์’สู่เวทีโลก

ใช้‘ซีเอฟ’ปรับกระบวนการผลิตยกระดับ‘ไทยรสทิพย์’สู่เวทีโลก

25 ส.ค. 2558

ใช้ ‘ซีเอฟ’ ปรับกระบวนการผลิต ยกระดับ ‘ไทยรสทิพย์’ สู่เวทีโลก : บายไลน์...โต๊ะข่าวเกษตร

 
         การสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในระดับสากล ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้ประกอบการ ทำให้หลายบริษัทต่างมุ่งมั่นที่จะก้าวมาถึงจุดนี้ หนึ่งในนั้นคือบริษัท ไทยรสทิพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ตรา “Diamond” ที่จำเป็นต้องพัฒนาระบบการผลิตที่ดี มีประสิทธิภาพ และมาตรฐาน เพื่อให้ได้รับการรับรองจากสถาบัน เช่น เครื่องหมาย อย., จีเอ็มพี, เอชเอซีซีพี, ฮาลาล โดยผ่านโครงการซีเอฟของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
 
         สุเมธ สุเมธาอักษร กรรมการผู้จัดการไทยรสทิพย์ ผู้ผลิตน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ตรา “Diamond” เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีเอนไซม์ที่มีประโยชน์ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผลไม้แต่ละชนิด เหมาะกับบุคคลที่อยู่ในวัยสูงอายุ ผู้ควบคุมน้ำหนักและเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพอย่างแท้จริง
 
         “ในการผลิตของบริษัท เน้นการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร และให้ความสนับสนุนเกษตรกร เริ่มแรกผลิตจากสับปะรด และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยการศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจัง ศึกษาหาความรู้ และฝึกอบรมตามสถาบันต่างๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อนำความรู้มาพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ รวมทั้งบรรจุภัณฑ์หีบห่อ จนในปัจจุบันขยายขอบเขตการผลิตเพิ่มชนิดผลไม้มากยิ่งขึ้น ทั้งน้ำหวานจากดอกมะพร้าว มังคุด และผลไม้อื่นๆ อีกหลายชนิด”
 
         สุเมธ ระบุว่าในกระบวนการผลิตนั้นหากบริษัทพบว่ายังมีปัญหาก็ต้องรีบต้องดำเนินการแก้ไขในทันที ไม่ว่าจะเป็นระบบการประสานงานรับคำสั่งซื้อสินค้า เนื่องจากบริษัทมีสองสาขา คือ สำนักงานใหญ่ ที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และสาขาจังหวัดนนทบุรี ในขณะที่แผนกบัญชีที่รับคำสั่งซื้อมีสำนักงานใหญ่เพียงแห่งเดียว ทำให้ประสบปัญหาการประสานงานก่อให้เกิดการรับข่าวสารและคำสั่งผลิตที่คลาดเคลื่อน ทำให้การส่งสินค้าให้ลูกค้าไม่ทันตามกำหนด นอกจากนี้บริษัทยังต้องการส่งสินค้าออกไปยังต่างประเทศจึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบการผลิตที่ดี มีประสิทธิภาพ และมาตรฐาน เพื่อให้ได้รับการรับรองจากสถาบัน เช่น เครื่องหมาย อย., จีเอ็มพี, เอชเอซีซีพี, ฮาลาล ซึ่งจะทำให้พนักงาน สามารถนำหลักการของระบบจีเอ็มพี และระบบเอชเอซีซีพี ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มาใช้เป็นแนวทางการกำหนดมาตรการควบคุม การผลิตอาหารหรือ การผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร เพื่อเพิ่มคุณภาพให้แก่ผลิตภัณฑ์และเพิ่มการสร้างความน่าเชื่อถือของผู้บริโภคด้วย
 
         “บริษัทเข้าร่วมกิจกรรมการบริการเงินสมทบจ้างที่ปรึกษาเพื่อปรับปรุงการผลิต การจัดการ การตลาด และการบริการหรือที่เรียกว่าโครงการซีเอฟของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเพื่อขอคำปรึกษาแนะนำในการจัดทำระบบ จีเอ็มพี และเอชเอซีซีพี ให้มีประสิทธิภาพในการผลิตมากยิ่งขึ้น มีที่ปรึกษาเข้ามาให้คำปรึกษาแนะนำและรับฟังปัญหาขององค์กร จากนั้นบริษัทเริ่มจัดทำเอกสารระบบคุณภาพและอบรมพนักงานให้มีความเข้าใจในระบบคุณภาพ อีกทั้งเริ่มประกาศใช้ระบบคุณภาพนี้ควบคุมการผลิตและการดำเนินงานขององค์กรอย่างเต็มรูปแบบ”
 
         สุเมธยอมรับว่าจากการเข้าร่วมโครงการซีเอฟนั้น ส่งผลดีทำให้องค์กรมีการจัดวางระบบการผลิตที่ดี มีการสื่อสารภายในองค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีการตรวจวัดคุณภาพและการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กรได้อีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันคุณภาพและระบบมาตรฐานต่างๆ ของการผลิตผลิตภัณฑ์นั้นมีความสำคัญมาก อีกทั้งตลาดมีการแข่งขันกันสูง ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น ดังนั้นบริษัทจึงต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ของการเปลี่ยนแปลง โดยการเพิ่มระบบมาตรฐานการผลิต การรับรองระบบให้มีความน่าเชื่อถือเพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพยิ่งๆ ขึ้นไป ดังนั้นการเข้าร่วมโครงการซีเอฟกับทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในครั้งนี้จะทำให้องค์กรพัฒนาไปอีกในระดับหนึ่งได้แน่นอน
 
         โครงการซีเอฟของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงเป็นอีกทางออกให้ผู้ประกอบการในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้การส่งออกผลิตภัณฑ์ในตลาดโลกทำได้ง่ายขึ้น