
นพ.ปิยะสกลเข้าทำงานสธ.วันแรก
24 ส.ค. 2558
นพ.ปิยะสกล รมว.สธ. เข้าทำงานที่กระทรวงหมอวันแรก ข้าราชการแห่ต้อนรับ ฝากคน สธ.ยึดค่านิยม 6 ข้อในการทำงาน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2558 ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) เดินทางมายังสธ.เพื่อเข้ารับตำแหน่งและเข้าทำงานเป็นวันแรก โดยมี นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. พร้อมผู้บริหาระดับสูงให้การต้อนรับ ก่อนเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแล้วเดินทางไปยังห้องทำงานรมว.สธ.จุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำห้องทำงาน และลงนามในหนังสือรับหน้าที่ในตำแหน่ง รมว.สธ. จากนั้นมอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูงสธ.
ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ตอนที่นายกรัฐมนตรีขอให้มาเป็นรมว.สธ.ก็บอกว่ามาคนเดียว แต่ก็ไม่กังวลเพราะมีคนมาช่วยทั้งสธ. ตนและสธ.ใกล้ชิด สนิทสนมมานาน เพราะผลิตบัณฑิตมาอยู่สธ.มาก เชื่อว่าจะร่วมมือและนำไปสู่เป้าหมายเดียวคือสุขภาพของประชาชน ซึ่งตนเป็นแพทย์ผ่าตัดไม่ถนัดพูดแต่คิดได้ และถนัดลงมือทำ ขอให้รอดูผลปฏิบัติดีกว่า โดยมีทีมที่ปรึกษา 5 ท่าน ได้แก่ นพ.เสรี ตู้จินดา เป็นประธานกลุ่มที่ปรึกษา 2.นพ.ธวัช สุนทราจารย์ ที่ปรึกษา และจะเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีในอนาคต 3.นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี เลขานุการ 4.พญ.มยุรา กุสุมภ์ และ5.นพ.ชาตรี บานชื่น เป็นที่ปรึกษา และก่อนหน้านี้ได้คุยกับปลัดและรองปลัดสธ.ก็เหมือนพี่น้องมาเจอกันและช่วยกันทำงานของสธ.ให้สำเร็จในสิ่งที่ดี
รมว.สธ. กล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายการทำงานมี 8 ข้อหลัก ได้แก่ 1.ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนางานสาธารณสุขตามแนวพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติเพื่อเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ทึกพระองค์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
2.บูรณาการองค์ประกอบและบทบาทเขตสุขภาพระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)และสธ. เพื่อให้การดูแลสุขภาพคนไทยเป็นไผอย่ามีประสิทธิภาพในทุกระดับ ทุกมิติ หากเนียนเป็นเนื้อเดียว ผลประโยชน์จะเกิดกับประชาชน
3. พัฒนาการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพและคุ้มครองผู้บริโภคด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่ง โดยให้คนไทยมีโอกาสได้ร่วมคิด ร่วมนำ ร่วมทำ และร่วมรับผิดชอบ
4.เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของหน่วยงานทุกระดับทั้งการบริหาร การเงินการคลัง การบริหารกำลังคน และการบริหารข้อมูลสุขภาพเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปสาธารณสุขและปฏิรูปประเทศเพื่อให้พลเมืองไทยมีสุขภาพแข็งแรง
5.ให้ความสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุขทั้งความรู้ทักษะ การผลิต การใช้ การสร้างขวัญกำลังใจ กำลังกายภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน 6.วิจัยและพัฒนาเพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาไทยและสมุนไพรไทยให้มีคุณภาพครบวงจรและเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจไทย 7.เร่งรัดปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบกฎเกณฑ์ ให้เอื้อต่อการปฏิบัติงานสาธารณสุขเพื่อประสิทธิผลที่ดีต่อสุขภาวะของประชาชน ซึ่งผ่านมาหมุนกันไปมากี่ปีก็แก้ปัญหาไม่ได้ จึงต้องแก้กฎหมายใหม่เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหา และ8.สนับสนุนกลไกการทำงานสาธารณสุขให้เป็นไปเพื่อส่งเสริมการสร้างความมั่นคงและความผาสุกของสังคมไทยและสังคมโลก
ส่วนแนวทางทำงานขอให้ยึดค่านิยม 6 ประการ ได้แก่ 1.ซื่อสัตย์ 2.สามัคคี ต้องรวมกันทำ ความเห็นต่างไม่เป็นไรแต่ต้องปรับเข้าหากัน อะไรที่คล้ายกันก็ทำไปก่อนแล้วจะเห็นว่าควรปรับตรงไหน ถ้าไม่ทำงานก็ไม่เดิน 3.มีความรับผิดชอบ 4.ตรวจสอบได้และโปร่งใส ซึ่งตนมาไม่ได้มาเอาอะไรไปแต่มาเพื่อให้และร่วมมือกัน 5.มุ่งในผลสัมฤทธิ์ของงาน เบื้องต้นภายใน 6 เดือนต่อจากนี้จะต้องเห็นผลสำเร็จเป็นแนวทาง และ6.กล้าหาญทำในสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งเหล่านี้เป็นค่านิยมของคนสธ.อยู่แล้ว เชื่อว่าถ้าทุกคนคิดและทำอะไรก็มาต้านสู่ความสำเร็จของประชาชนไม่ได้
“ผมไม่ได้ขอมาเป็นรมว.สธ.แต่ถูกบังคับให้มาเป็น เมื่อมาแล้วก็เป็นหน้าที่ทำให้เกิดผลต่อส่วนร่วมได้จริง ผมไม่เห็นความขัดแย้ง มีแต่ความเห็นต่าง เห็นไม่ตรงกันซึ่งมาจากคนเก่งและดีทุกคนล้วนเป็นประโยชน์ของประชาชน ก็จะเอาความเห็นมารวมเป็นทางเดียวกัน โดยเริ่มจากการฟังทุกฝ่าย เมื่อฟังแล้วสิ่งสำคัญต้องกล้าตัดสินใจ หากไม่ตัดสินใจก็ไม่เกิดอะไรขึ้น เมื่อตัดสินใจแล้วทุกคนต้องยอมรับและคุยกันด้วยเหตุและผล ซึ่งผมจะไปฟังทุกภาคส่วนเอง จะเริ่มจากการไปรับฟังครบทั้ง 12 เขตสุขภาพ” ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเร่งรัดนโยบายเรื่องใดเป็นพิเศษ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า เรื่องบูรณาการเรื่องเขตสุขภาพระหว่างสปสช.และสธ.ภายในปีนี้ต้องเห็นผลชัดเจน
ต่อข้อถาม นายกรัฐมนตรีฝากดูเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ รมว.สธ. กล่าวว่า ท่านขอให้มาช่วยและร่วมทำงานกับสธ.ซึ่งสธ.มีศักยภาพสูงมาก ตนไม่กังวลเพราะมีผู้ร่วมมือจำนวนมากอยู่ที่นี่ การที่มารับตำแหน่งเพราะคิดว่าช่วยได้



