ไลฟ์สไตล์

หมอกห่มเขา เห็ดหลากสี ที่ 'ดอยจง'

หมอกห่มเขา เห็ดหลากสี ที่ 'ดอยจง'

23 ส.ค. 2558

ชวนเที่ยว : หมอกห่มเขา เห็ดหลากสี ที่ 'ดอยจง' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์

 
                     เอ่ยชื่อ “ดอยจง” หลายคนฉงน เพราะไม่เคยได้ยินชื่อ ขณะที่หลายคนโดยเฉพาะคนในพื้นที่ก็ฉงน เพราะรู้จักแต่ชื่อแต่ไม่เคยได้ขึ้นไปยลโฉม 
 
                     ดอยจง เป็นดอยที่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอรอยต่อของจังหวัดลำปางและลำพูน ได้แก่อำเภอลี้, เถิน, เสริมงาม, สบปราบ และจัดได้ว่าเป็นยอดเขาสูงที่สุดของ จังหวัดลำปาง โดยมีความสูง 1,379 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง กระทั่งว่า ครั้งหนึ่งกองทัพอากาศใช้สถานที่นี้ ตั้งฐานเรดาห์ สำหรับเฝ้าระวังพื้นที่ภาคเหนือ จนเมื่อสถานีเรดาห์ที่ดอยอินทนนท์สร้างเสร็จ จึงได้ย้ายไปอยู่ที่นั่นทั้งหมด 
 
                     สมพงษ์ บุญทูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยจง เล่าว่า เมื่อก่อน ที่นี่เรียกว่า อุทยานแห่งชาติแม่วัง เพราะอยู่ติดกับแม่น้ำวัง แต่นายพินิจ จันทสุรินทร์ สมัยเป็น สส.ลำปาง เห็นว่า ชื่อนี้ยังไม่เหมาะ สุดท้ายก็มาลงตัวที่ชื่อ ดอยจง เพราะคำว่า “จง” แปลว่า “สูง” ด้วยความที่เป็นดอยสูงที่สุดของจังหวัดลำปางนั่นเอง 
 
 
หมอกห่มเขา เห็ดหลากสี ที่ 'ดอยจง'
 
 
                     ที่นี่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นอุทยานแห่งชาติ แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระหว่างการจัดตั้ง โดยรอการประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งเพิ่งมีการประชุมรายละเอียดไปเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมานี่เอง
 
                     การเดินทางไปดอยจงก็ไม่ยาก ฉันกับเพื่อนนั่งรถทัวร์ไปลงที่ อ.สบปราบ จ.ลำปาง แต่เนื่องจากยังมืดมาก เลยไปลงที่จุดสกัด ของ สภ.สบปราบ ที่อยู่ห่างออกไปราว 1 กม. เลยได้อาศัยศาลาของเจ้าหน้าที่ตำรวจงีบหลับ ระหว่างรอรถของอุทยานฯที่ติดต่อไว้มารับ 
 
                     หลังจัดแจงเรื่องเสบียงเรียบร้อย ราว 10 โมงถึงได้ขึ้นเป้ เดินขึ้นด้านหลังที่ทำการ เลยไปนิดเดียวก็เข้าแนวป่า แถบนี้เคยเป็นพื้นที่สัมปทานป่าไม้มาก่อน พอหมดสัมปทาน อุทยานฯ จึงเข้ามาดูแล และคืนพื้นที่ให้ป่า 
 
                     ทางเดินแรกๆ เดินไปตามทางหินที่ดูร่วนๆ นวดเท้าไต่ทางชันขึ้นไปเรื่อยๆ แมลงจำพวกริ้นค่อนข้างเยอะ จนไม่อยากหยุดพักเหนื่อยนาน โชคดีที่แดดไม่มากจนล้า แต่กว่าจะได้พักเที่ยงก็แทบหมดแรง 
 
 
หมอกห่มเขา เห็ดหลากสี ที่ 'ดอยจง'
 
 
                     ทางเดินระยะต่อไปยังไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ ตัดไปตามทางที่เหมือนแนวกันไฟผสมกับทางน้ำไหลและทางรถ ขึ้นไปเรื่อยๆ 
 
                     ฝนเริ่มตั้งเค้ามา ป่าสนแซมมาเป็นระยะ พื้นที่โล่งๆ น่าตั้งแคมป์เป็นที่สุด แต่ก็ได้แค่ปักหมุดไว้ก่อน คราวหน้าไม่พลาดแน่ โดยเฉพาะตรงสันเขาที่มีกองหิน ที่ราบกำลังสวย มองเห็นวิวสองฝั่งเขา แถมไม่ไกลจากแอ่งน้ำซับซะด้วย เลยไปไม่ไกล เป็นม่อนวัด เพราะเมื่อก่อนเคยมีวัด แต่ก็ร้างและผุพังไป 
 
                     สันเขาที่นี่เป็นสันเขาจริงๆ คือเดินทางค่อนข้างราบ แต่ขนาดนี้ขาฉันยังไม่อยากทำงาน เลยได้แต่เดินรั้งท้ายตามไปเรื่อยๆ ถึง เด่นตุ่น อีกจุดของเส้นทางที่สวย เป็นที่ราบเดินสบาย มองไปด้านข้าง มองเห็น ดอยม่อนเลี่ยม อีกเป้าหมายที่ตั้งใจจะเดิน ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า วันนี้ขอชื่นชมไกลๆ คนละฝั่งเขาไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน 
 
                     ขึ้นเป้เดินต่ออีกไม่ไกล ฟ้าเปิด เห็นยอดเขาสูงอยู่ลิบๆ พี่เจ้าหน้าที่บอกว่า นั่นล่ะเป้าหมายของเรา ก้มมองเวลาปาเข้าไป 5 โมงเย็นแล้ว ตัดลงเนินอีกครั้งแล้ว เลาะไปด้านข้างอีกเนิน ก็ถึงทางลาดลง เพื่อแยกขึ้นดอยจงเบื้องหน้า 
 
                     ทางราบมีนิดเดียว ที่เหลือเริ่มชันขึ้นเรื่อยๆ เส้นทางเหมือนร้างผู้คน บวกกับความชื้นของผนป่า เลยมีมอส มีตะไคร่ ขึ้นเขียวๆ กลางทางให้เห็น ต้นไม้ชุ่มชื่น จากสนสองใบ ขยับชั้นเป็นสนสามใบ ที่จะขึ้นในระดับเขาสูงกว่า ด้วยความชันของเขา เราเลยได้เห็นการเซาะร่องดินเป็นเหมือนขั้นบันได ที่ฉันเองไม่ชอบเอาเสียเลย ลองคิดดูว่าเราเดินขึ้นบันไดเป็นพันๆ ขั้น จะเมื่อยขนาดไหน สุดท้ายก่อนฟ้ามืด ก็พ้นระยะทางชันขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง กับแสงอาทิตย์ที่ยังส่องอยู่แนวยอดสนสูง ตรงนี้ ถ้าแยกขวาก็จะไปดอยม่อนเลี่ยมได้ 
 
 
หมอกห่มเขา เห็ดหลากสี ที่ 'ดอยจง'
 
 
                     จากจุดนี้ยังคงเดินตัดขึ้นทางชัน ผ่านแนวไม้ใหญ่ ต้นสน ต้นปรงล้วนแล้วแต่มีขนาดสูงใหญ่ ไม่นานก็พ้นมาถึงรั้วลวดหนาม ข้ามเข้ามาเป็นลาตัดเรียบกว้างๆ ป้ายหลักกม.บอกระยะความสูง ใหญ่โตเด่นชัด อีกฝั่งเป็นศาลา มีเสาเรดาห์หลงเหลืออยู่ ด้านล่างลงไปเป็นเรือนแถวที่พัก แท้งก์น้ำ โรงครัว พอดูเวลาแล้ว ... บร๊ะเจ้า !! เดินกัน 8 โมงกว่า ในระยะทาง เกือบ 10 กม. 
 
                     คืนนี้ เลยได้ซุกตัวอุ่นๆ ในถุงนอน ในห้องหับกันลมกันฝน 
 
                     รุ่งเช้าออกมาดูทะเลหมอก ไม่ถึงกับผิดหวัง แต่เช้าวันที่ 2 ได้หมอกหนานุ่มมาชดเชย ในตอนเช้า ด้านหน้ามองเห็นแปลงเกษตรของอ.สบปราบ ยาวไปไกล มีแนวเขาโอบล้อมราวกับปากปล่องภูเขาไฟ เป็นทิวเขาฝั่ง อำเภอเวียงโกศัย ของจังหวัดแพร่ เดินไปอีกด้านของลาน มองเห็นเรือนยอดไม้หนาแน่นในหุบ หมอกไหลเซาะเข้ามาแทนที่อากาศว่างๆ เรื่อยๆ ฝั่งนี้เป็นรอยต่อของอำเภอเสริมงามกับ อำเภอเถิน ทิวเขาซับซ้อนต่างๆ เหล่านี้เอง ที่เป็นต้นกำเนิดของลำห้วย สายต่างๆ ไหลไปสู่แม่น้ำวัง และอ่างเก็บน้ำหลายแห่งโดยรอบ ...เสียดายว่า ฉันไม่ทันถามว่า มองฝั่งไหนจึงจะเห็นไปถึงขุนตาล อย่างที่หัวหน้าบอก แต่แค่นี้ก็ปลื้มปริ่มแล้ว 
 
                     วันนี้ว่างๆ นอนชดเชย พักขา ตกบ่าย ออกเที่ยวเขาหลังแคมป์ ตลอดทางเต็มไปด้วยเห็ดสารพัดชนิด ทั้งที่กินได้ และกินไม่ได้ 
 
 
หมอกห่มเขา เห็ดหลากสี ที่ 'ดอยจง'
 
 
                     “วิธีดูง่ายๆ นะ เห็ดที่กินได้ หัดก้านดูจะเป็นรูกลวง แต่ถ้าเห็ดกินไม่ได้จะตัน” พี่จันทร์บอก แต่ก็ไม่แนะนำให้เก็บถ้าเป็นเห็ดที่ไม่รู้จักอยู่ดี เงยหน้าจากพื้น ก็เห็นกอกล้วยไม้หลากหลายชนิด เสียแต่ว่ายังไม่ใช่ฤดูออกดอก โดยเฉพาะฟ้ามุ่ย กล้วยไม้ที่ขึ้นชื่อสีสันที่ไม่เหมือนที่อื่น กระเจียวที่นี่ก็แปลกตา เพราะมีดอกขนาดใหญ่แทบจะกลบกลีบดอกสีม่วงเกือบมิด 
 
                     อ้อ ... เจอซุ้มหมูป่าขนาดใหญ่ ก็ที่หลังแคมป์นี่เอง 
 
                     ขากลับ เราตัดลงอีกเส้นทางผ่านสันเขาป่าสน ที่สวยจริงๆ ลมเย็นๆ ทางราบเดินสบายแถมด้วยเห็ด ที่ตื่นเต้นกันไปตลอดทาง บางดอกสูงและใหญ่กว่าขวดน้ำดื่มขนาดเล็กเสียอีก บางดอกเห็นแล้วนึกถึงบ้านสเมิร์ฟ กว่าจะพ้นช่วงนี้ไปก็ใช้เวลาคืบคลานไปเรื่อย พอตัดลงทางชัน คราวนี้ก็เดินกันจริงจังเสียที ขนลงก็ลงจริงจัง ราวบ่ายสองกว่าๆ ก็ถึงเบื้องล่าง ก่อนออกจากป่า เจ้าหน้าที่ใจดีพาแวะเล่น น้ำตกตาดปู่หล้า ที่อยู่ห่างจากที่ทำการราว 2.5 กม.น้ำไม่เยอะ ไม่น้อย ปีนขึ้นไปเหนือชั้นน้ำตก ก็เห็นเป็นแค่ธารน้ำเล็กๆ เอง ไม่น่าเชื่อว่า ธารน้ำนี้จะหล่อเลี้ยงหมู่บ้านเบื้องล่างถึง 5 หมู่บ้าน ที่อยู่รายรอบอุทยานแห่งนี้ 
 
                     ดอยจง แม้ชื่อชั้นไม่โด่งดังเหมือนดอยชั้นนำ แต่เต็มไปด้วยความสวยงามของทิวเขาน้อยใหญ่ และความหลากหลายของพืชพันธุ์ ที่แม้จะหาไม่ยาก แต่ใช่ว่าจะมีในที่อื่นๆ
 
 
 
----------------------
 
ติอต่ออุทยานแห่งชาติดอยจง 08-1951-3624 (เจ้าหน้าที่)
 
----------------------
 
(ชวนเที่ยว : หมอกห่มเขา เห็ดหลากสี ที่ 'ดอยจง' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)