
'ลำปาง-อุดรฯ' สู่คาร์บอนต่ำ ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก
23 ส.ค. 2558
หลากมิติเวทีทัศน์ : 'ลำปาง-อุดรฯ' สู่คาร์บอนต่ำ ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก เริ่มจากจัดทำข้อมูลระดับเมือง : โดย...ศูนย์ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก
การมุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำ เป็นนโยบายสำคัญของประเทศเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน ซึ่งเริ่มจากการจัดทำข้อมูลระดับเมือง ซึ่งขอยกตัวอย่าง การจัดทำข้อมูลและรูปธรรมการแก้ปัญหาในสองเมือง
เทศบาลนครลำปาง จังหวัดลำปาง มีพื้นที่ทั้งหมด 22.17 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อาณาเขตบริเวณ 8 ตำบล โครงสร้างทางเศรษฐกิจของเทศบาลนครลำปาง ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อมโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เซรามิก ส่วนด้านพาณิชยกรรมและบริการมีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากชุมชนเทศบาลนครลำปางเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการศูนย์กลางพาณิชยกรรม การบริการการท่องเที่ยว และเป็นแหล่งพัฒนาอุตสาหกรรมของจังหวัด โดยมีศูนย์กลางทางการค้าและบริการอยู่ในเขตเทศบาลนครลำปาง 2 บริเวณ
คือบริเวณตำบลสบตุ๋ย จะเป็นย่านธุรกิจประเภทค้าส่งสินค้าการเกษตรของใช้เบ็ดเตล็ดและวัสดุก่อสร้างเป็นย่านการค้าเก่าของเมือง อีกบริเวณคือบริเวณตำบลสวนดอกและตำบลหัวเวียง เป็นย่านการค้าปลีกใหญ่ของจังหวัด สินค้ามีทั้งของใช้เบ็ดเตล็ด ตลาดสด ตลาดเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม รวมทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม สถานบันเทิง ธนาคาร เป็นย่านการค้าที่มีการขยายตัวค่อนข้างสูง และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น ส่วนสาขาการเกษตรมีน้อยมาก เนื่องจากมีพื้นที่ทำการเกษตรน้อย
จากการเก็บข้อมูลและทำการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก (ข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม 2555) เทศบาลนครลำปาง จังหวัดลำปาง มีประชากรทั้งสิ้น 55,852 คน มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น 128,596.61 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2-e) โดยกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ได้แก่ การใช้พลังงานในส่วนที่พักอาศัย รองลงมาคือ การใช้พลังงานภาคการขนส่งทางถนน และการจัดการของเสียด้วยวิธีฝังกลบ ตามลำดับ ซึ่งถ้าคิดปริมาณก๊าซเรือนกระจกต่อหัวประชากร พบว่า ประชากร 1 คน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 2.30 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ และถ้าคิดต่อพื้นที่จะพบว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 5,800.48 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อตารางกิโลเมตร
สำหรับการคาดการณ์ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีที่ทางเทศบาลนครลำปางไม่มีการดำเนินการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งในปี พ.ศ.2563 (ศ.ศ.2020) จะมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 137,834.97 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2-e) และในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.2030) เท่ากับ 159,918.77 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2-e)
อีกเมือง คือเทศบาลเมืองหนองสำโรง จังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ 24.85 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลนาดี (จำนวน 3 ชุมชน) ตำบลบ้านเลื่อม (จำนวน 19 ชุมชน) ตำบลเชียงพิณ (จำนวน 1 ชุมชน) และตำบลหมูม่น (จำนวน 6 ชุมชน) ในปี พ.ศ.2555 มีประชากรทั้งสิ้น 27,051 คน มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น 35,881.18 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2-e) โดยกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ได้แก่ การใช้พลังงานในส่วนที่พักอาศัย รองลงมาคือ การใช้พลังงานภาคการขนส่งทางถนนและการใช้พลังงานภาคธุรกิจการค้า ตามลำดับ
ซึ่งถ้าคิดปริมาณก๊าซเรือนกระจกต่อหัวประชากร พบว่า ประชากร 1 คนปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 1.33 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ และถ้าคิดต่อพื้นที่จะพบว่า มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 1,417.90 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อตารางกิโลเมตร เมื่อคาดการณ์ถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีที่ทางเทศบาลเมืองหนองสำโรง ไม่มีการดำเนินการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาจทำให้ในปี พ.ศ.2563 (ศ.ศ.2020) จะมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 47,021.47 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2-e) และในปี พ.ศ.2573 (ศ.ศ.2030) เท่ากับ 70,364.59 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2-e)
เมื่อทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยเทคโนโลยีหรือกิจกรรมเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก เทศบาลนครลำปาง สามารถลดการปล่อยได้ 68.299.10 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2-e) ในขณะที่เทศบาลเมืองหนองสำโรง สามารถลดการปล่อยได้ 17,794.96 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2-e) และจากการประเมินศักยภาพและความเป็นไปได้ของกิจกรรมและเทคโนโลยีการลดก๊าซเรือนกระจก พบว่า กิจกรรมที่มีความเหมาะสมที่สุดในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมคือ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานและแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านและอาคารธุรกิจ ซึ่งเหมือนกันทั้งสองเทศบาล
และกิจกรรมที่มีความเหมาะสมที่สุดในด้านเศรษฐศาสตร์ของเทศบาลนครลำปางคือ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนเทศบาลเมืองหนองสำโรง คือ การจัดรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยด้วยวิธีการที่เหมาะสม
จากผลการจัดทำข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกระดับเมืองของเทศบาลต้นแบบทั้ง 2 เทศบาล จะเห็นได้ว่า ข้อมูลจะเป็นข้อมูลเฉพาะของเมืองนั้นๆ ซึ่งจะมีค่าแตกต่างกัน ไม่ควรนำข้อมูลดังกล่าวมาเปรียบเทียบกันระหว่างเมือง เนื่องจากบริบทของเมืองแต่ละเมืองไม่เหมือนกัน กิจกรรมที่ก่อให้เกิดปริมาณก๊าซเรือนกระจกก็แตกต่างกัน และข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกควรมีการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เปรียบเทียบกรณีเมื่อมีการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 เทศบาลได้มีการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อลดการเกิดปริมาณก๊าซเรือนกระจกภายในขอบเขตของเทศบาลและโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอยู่บ้างแล้ว อาทิ โครงการกำจัดขยะอินทรีย์ในครัวเรือน โดยใช้ไส้เดือนดิน โครงการขยะแลกไข่ โครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวลดภาวะโลกร้อน
อย่างไรก็ตาม ถ้าทราบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตของเมืองแล้ว ก็จะนำไปสู่การกำหนดแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่การเป็นเมืองสังคมคาร์บอนต่ำ ตามนโยบายของประเทศและผลักดันให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกกระจายทั่วประเทศได้
----------------------
(หลากมิติเวทีทัศน์ : 'ลำปาง-อุดรฯ' สู่คาร์บอนต่ำ ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก เริ่มจากจัดทำข้อมูลระดับเมือง : โดย...ศูนย์ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน))



