
มลพิษในเมืองใหญ่ ภัยเงียบของชีวิตคนเมือง
20 ส.ค. 2558
ดูแลสุขภาพ : มลพิษในเมืองใหญ่ ภัยเงียบของชีวิตคนเมือง
ด้วยชีวิตที่เร่งรีบของคนเมืองในปัจจุบันที่ต้องเผชิญหน้ากับมลภาวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ เขม่าควันจากโรงงาน น้ำเสียปนเปื้อนสารเคมี หรือแม้แต่กระทั่งอาหารที่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลง ที่เราอาจบริโภคเข้าไปโดยไม่รู้ตัว สารพิษเหล่านี้ เมื่อได้รับการสะสมเป็นเวลานานอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ผลการวิจัยจากองค์กรอนามัยโลกระบุว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ของมนุษย์นั้น ล้วนแล้วแต่มีสาเหตุพื้นฐานเกี่ยวเนื่องมาจากการสัมผัสกับมลภาวะที่สะสมเป็นเวลานานทั้งสิ้น
“เด็กและผู้ใหญ่ที่อยู่ในเมืองนั้นมีความเสื่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว นอกจากนี้ การสัมผัสสารพิษที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันเป็นเวลานาน เช่น สารโลหะหนักต่างๆ สารหนู สารปรอท และสารตะกั่ว ยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้เช่นกัน โดยเฉพาะในเด็ก ซึ่งเป็นวัยมีความเสี่ยงสูงต่อการนำไปสู่โรคทางสุขภาพได้ง่าย เนื่องจากเป็นวัยที่เชื้อโรคต่างๆ สามารถสะสมโดยไม่แสดงอาการใดๆ จนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่ที่มีภาวะหัวใจและปอดอ่อนแอนั้นมีความเสี่ยงสูงมากกว่าผู้ที่มีปัญหาเดียวกันที่อาศัยอยู่ในชนบทอีกด้วย”
ด้วยเหตุนี้การดีท็อกซ์สารพิษในร่างกายจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพสำหรับผู้ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆ ในเมืองใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ใช้ชีวิตในเมืองอย่างไรให้มีคุณภาพมากขึ้น
ในขณะที่คนเมืองส่วนใหญ่ต้องการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีในสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์ ปราศจากมลพิษ แต่นั่นอาจเป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น เนื่องจากปริมาณผู้คนจำนวนมหาศาลที่ถูกดึงดูดให้เข้ามาทำงานในเมืองใหญ่เพื่อแสวงหาโอกาสในการทำงาน การเรียน และโอกาสต่างๆ ที่ดีกว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดมลพิษต่างๆ เพิ่มมากขึ้นอย่างทวีคูณ
“อย่างไรก็ตามเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพเหล่านี้ได้” ประการแรกให้เริ่มจากการติดตั้งเครื่องกรองน้ำไว้ที่บ้าน เพื่อกรองและทำความสะอาดน้ำที่ใช้บริโภคในชีวิตประจำวัน เพราะจากน้ำสะอาดที่ออกมาจากโรงกรองน้ำนั้นอาจปนเปื้อนสารเคมี แบคทีเรีย และสิ่งสกปรกต่างๆ ติดมากับท่อน้ำก่อนที่จะผ่านไปถึงบ้านคุณได้
“เพื่อสุขอนามัยส่วนบุคคล แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติ เช่น สบู่ ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัว และเครื่องสำอางที่ทำจากธรรมชาติหรือสารอินทรีย์ วิธีนี้จะช่วยลดการสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสารเคมีที่ได้โดยตรง“
การรับประทานอาหารอินทรีย์ (organic food) เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยหลีกเลี่ยงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพได้มากที่สุด อย่างไรก็ตามเนื่องจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบอาจทำให้เราไม่สามารถหาซื้ออาหารอินทรีย์ได้ตลอดเวลา จึงแนะนำให้ใช้โซดาไฟใส่ลงในน้ำเพื่อล้างผักหรือผลไม้ ก็สามารถกำจัดสารพิษที่ปนเปื้อนมาได้บ้างส่วนหนึ่ง
การกินอาหารให้หลากหลายนั้นยังสามารถช่วยป้องกันการได้รับสารพิษต่อเนื่องเป็นเวลานาน อย่างเช่น สารตะกั่วที่ปนเปื้อนอยู่ในเนื้อปลา มากเกินไป นอกจากนี้การจำกัดปริมาณอาหารประเภทย่าง บาร์บีคิว และอาหารทอดกรอบ ยังช่วยลดปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพได้เช่นกัน
และสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางอยู่เป็นประจำ เครื่องสแกนร่างกายก่อนขึ้นเครื่อง (x-ray body scan) ที่สนามบินอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพด้วยเช่นกัน เนื่องจากเครื่องสแกนจะปล่อยประจุลบ ซึ่งสามารถทำให้เกิดความเสียหายต่อดีเอ็นเอ สาเหตุของมะเร็งได้ จึงแนะนำให้ผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยให้เลือกสแกนแบบ pat down แทนการสแกนแบบ x-ray
การทดสอบและทรีตเม้นท์เพื่อกำจัดสารพิษในร่างกาย
สำหรับผู้ที่กังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ และสารปนเปื้อนในร่างกาย สามารถปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทำการทดสอบได้ โดยการทดสอบจะรวมไปถึง การตรวจปริมาณสารเคมีในปัสสาวะ การตรวจเช็กปริมาณโลหะหนักในกระแสเลือด การตรวจเชิงลึกในระดับดีเอ็นเอ และยีนเพื่อหาความเป็นไปได้ของการเกิดโรคและปัญหาสุขภาพในอนาคต
เมื่อผลตรวจออกมาแล้ว ผู้เข้ารับการปรึกษาจะได้รับการวิเคราะห์ แนะนำทรีตเม้นท์และวางแผนเรื่องการดีท็อกซ์สารพิษในร่างกายตามแต่ปัญหาของแต่ละคน เช่น อาจแนะนำให้เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูหมัก (cider vinegar) ลงในอาหารที่รับประทาน เพื่อช่วยในการดีท็อกซ์สารพิษในตับ ตัวกรองสารพิษตามธรรมชาติ หรือสามารถรับประทานอาหารจำพวกสาหร่ายสไปรูลิน่าก็นับเป็นตัวช่วยในการล้างสารพิษอีกทางหนึ่ง หรือการฉีดสารคีเลชั่น เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ช่วยในการชำระล้างสารพิษและโลหะหนักที่มีอยู่ในกระแสเลือด เช่น สารปรอท ตะกั่ว เหล็ก แคดเมียม ออกมาทางปัสสาวะได้
นพ.นาวิน จิตเทศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย
และเวชศาสตร์ฟื้นฟู
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์



