
'เข้าใจผิด...ทำประกันชีวิตเสียเงิน 6 แสน'
17 ส.ค. 2558
เข้าใจผิด...ทำประกันชีวิตเสียเงิน 6 แสน : คอลัมน์ เปิดซองส่องไทย
ดิฉันมีเรื่องมาร้องทุกข์ อยากให้ลุงแจ่มช่วย เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อเดือนกันยายน 2557 มีผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย สาขายูเนี่ยนมอลล์ ลาดพร้าว เข้ามาพบดิฉันที่บริษัทของดิฉันเอง แถวรามคำแหง ซึ่งผู้จัดการได้เสนอให้ดิฉันออมเงินกับแบงก์ปีละ 6 แสนบาท ในการออมนั้นเราจะได้รับเครดิตวิสดอม ซึ่งเป็นบัตรที่มีสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย
โดยมีเอกสารในการเสนอขายเป็นหัวกระดาษจากธนาคารกสิกรไทย จึงทำให้ดิฉันไม่ได้ดูรายละเอียดอะไรมาก แต่จะฟังจากการพรีเซนต์ ของผู้จัดการมากกว่า ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือ หลังจากที่ดิฉันได้ฟังพรีเซนต์จากผู้จัดการแล้ว ดิฉันจึงตกลงทำ ในการทำนั้นดิฉันได้ฝากเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ของตนเอง และให้ผู้จัดการทำการหักเงินจำนวน 6 แสนบาท ออกจากบัญชี เพื่อออมตามรูปแบบที่ผู้จัดการเสนอ โดยไม่ได้เอะใจอะไร
จนเมื่อเดือนมิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา ได้มีข่าวในเฟซบุ๊กออกมาถึงเรื่องการออมเงินในรูปแบบเดียวกัน แต่เมื่อต้องการถอนเงินคืน กลับไม่สามารถถอนเงินคืนได้ครบตามจำนวนที่ฝากไว้กับธนาคาร จึงทำให้ดิฉันเอะใจไปถึงการออมของตนเองว่าจะเป็นแบบเดียวกันหรือเปล่า ตอนแรกดิฉันโทรไปเช็กกับทางคอลเซ็นเตอร์ของทางธนาคารก่อน กับเรื่องที่เป็นข่าว และดิฉันจึงถามว่าถ้าดิฉันต้องการถอนเงินคืนจะต้องทำอย่างไร คอลเซ็นเตอร์พูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีและบอกให้ดิฉันติดต่อกับทางผู้จัดการด้วยตนเอง
ดังนั้น ดิฉันจึงโทรหาผู้จัดการ และได้ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นสรุปว่าเงินที่ฝากไปเป็นอะไรกันแน่ ผู้จัดการตอบว่าเป็นการทำประกันชีวิต และดิฉันจึงถามต่อว่า ถ้าต้องการถอนเงินคืนจะทำอย่างไร ผู้จัดการตอบว่าต้องดูว่าคุ้มทุนเมื่อไหร่ ดิฉันถามต่อ แล้วมันคุ้มทุนเมื่อไหร่ ผู้จัดการตอบว่าปีที่ 16-17 ซึ่งหมายถึงดิฉันต้องฝากเงิน 6 แสนบาท ไปถึง 17 ปี แล้วถึงจะสามารถถอนเงินคืนได้ โดยที่ไม่ขาดทุน ดิฉันไม่พอใจอย่างมากซึ่งมันผิดกับวัตถุประสงค์ของดิฉัน คือดิฉันต้องการออมเงินกับธนาคารกสิกรไทย และดิฉันคุยกับผู้จัดการธนาคารกสิกรไทยซึ่งอยู่ในชุดยูนิฟอร์มของธนาคาร แต่ทำไมสุดท้ายกลายเป็นการทำประกันชีวิตไปได้ และผู้จัดการก็ไม่เคยบอกหรือแสดงตัวกับดิฉันว่าตนเองเป็นนายหน้าขายประกันชีวิต
ดิฉันตัดสินใจไปร้องเรียนที่ คปภ. เพื่อที่จะขอยกเลิกและขอเงินคืน เจ้าหน้าที่จึงส่งจดหมายเชิญผู้จัดการธนาคาร ตัวแทนบริษัทประกันและตัวดิฉันเองมาคุยกันทั้งสามฝ่าย ในการสอบถามของเจ้าหน้าที่ คปภ. กับผู้จัดการธนาคาร ทางฝ่ายผู้จัดการกลับปฏิเสธและแจ้งกับเจ้าหน้าที่ คปภ. ว่าได้ชี้แจงรายละเอียดให้ดิฉันทราบทุกขั้นตอนแล้ว แต่ดิฉันไม่ยอมและยืนยันที่จะขอเงินคืนทั้งหมด และตัวแทนจากบริษัทประกันกลับแจ้งดิฉันว่าไม่สามารถคืนเงินได้เนื่องจากกรมธรรมคุ้มครองมาเป็นระยะเวลา 8 เดือนแล้ว
มาถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่ คปภ.จึงให้ตัวแทนฝ่ายประกันนำเรื่องของดิฉันไปพิจารณา และจะแจ้งเรื่องเป็นหนังสือมาที่ คปภ. ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2558 แต่เมื่อถึงวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ คปภ.กลับโทรมาหาดิฉันและบอกว่าตัวแทนฝ่ายประกันขอยืดระยะเวลาพิจารณาออกไปอีก เป็นวันที่ 28 กรกฎาคม แทน ดิฉันไม่แน่ใจว่าการที่ตัวแทนประกันยืดระยะเวลาออกไปแบบนี้ จะเป็นการยื้อเวลาเพื่ออะไรบางอย่างหรือเปล่า และดิฉันไม่แน่ใจว่าอาจจะได้รับความไม่เป็นธรรมในการพิจารณา
ขณะนี้ดิฉันได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว ดิฉันจึงอยากร้องเรียนกับลุงแจ่ม ให้ช่วยเหลือดิฉันอีกทางหนึ่งในการเดินเรื่องเพื่อขอเงินคืนต่อไปด้วย
อภิสรา
ตอบ
ฝ่ายสื่อสารและองค์การสัมพันธ์ ธนาคารกสิกรไทย ชี้แจงว่า ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียน ได้ประสานงานไปยังบริษัทประกันภัยเป็นการเร่งด่วน ซึ่งบริษัทประกันภัยได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ยืนยันว่า บริษัทรับประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยถูกต้องและดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ เสร็จสมบูรณ์ ทำให้สัญญาประกันภัยเกิดขึ้น ซึ่งกรณีร้องเรียนดังกล่าวเกิดจากการสื่อสารที่เข้าใจไม่ตรงกัน จนเป็นเหตุให้ลูกค้าไม่พอใจ
อย่างไรก็ตาม เพื่อยุติเรื่องดังกล่าว บริษัทประกันได้พิจารณาดำเนินการยกเลิกประกันและคืนเบี้ยประกันให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2558 โดยบริษัทประกันภัยได้นัดหมายลูกค้าอีกครั้ง และดำเนินการคืนเบี้ยประกันภัยให้ลูกค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วต่อหน้าเจ้าหน้าที่ คปภ. ซึ่งลูกค้าไม่ติดใจเอาความใดๆ อีก และยินดียุติข้อร้องเรียนทั้งหมด
.......................................
(หมายเหตุ เข้าใจผิด...ทำประกันชีวิตเสียเงิน 6 แสน : คอลัมน์ เปิดซองส่องไทย )



