ไลฟ์สไตล์

จาก 'บ้านซ่อง' สู่ฟาร์มตัวอย่างที่อ่างทอง

จาก 'บ้านซ่อง' สู่ฟาร์มตัวอย่างที่อ่างทอง

16 ส.ค. 2558

ท่องโลกเกษตร : ตามดูโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จาก 'บ้านซ่อง' สู่ฟาร์มตัวอย่างที่อ่างทอง : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                       ความสำเร็จจากโครงการนำไปสู่การขยายผลในวงกว้างเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพสกนิกรชาวไทย เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษามหาราชินี 12  สิงหาคม 2558 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติตามโครงการสื่ออาสา สืบสานพระราชดำริ โดยนำคณะสื่อมวลชนทุกแขนงเยี่ยมชมความก้าวหน้าของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ และโครงการขยายผลในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ระหว่างวันที่ 5-6 สิงหาคม ที่ผ่านมา
 
 
จาก 'บ้านซ่อง' สู่ฟาร์มตัวอย่างที่อ่างทอง
 
 
                       โดยเริ่มจากชุมชนบ้านซ่อง ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบที่ได้รับการขยายผลมาจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีเกษตรกรแกนนำคนสำคัญ ผู้ใหญ่สายันต์ สาอุบล อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ในการชักชวนบ้านให้หันมาร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนาชุมชนเพื่อสู่วิถีชีวิตแบบพอเพียง ปัจจุบันบ้านซ่องได้ยกระดับเป็นเทศบาลตำบล มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 69 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 43,025 ไร่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณ 9,994 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ปลูกมันสำปะหลัง มะม่วง เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา และทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม
 
                       จากนั้นผู้ใหญ่สายันต์บรรยายสรุปถึงแนวทางการพัฒนาว่า เริ่มขึ้นเมื่อปี 2528 โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนเข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นในทุกหมู่บ้าน จากนั้นก็พัฒนาไปสู่กิจกรรมต่างๆ เช่น กลุ่มเครดิตยูเนี่ยน กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทีย์ กลุ่มผลิตข้าว ฯลฯ ต่อมาในปี 2548 ได้รับถ่ายทอดองค์กรความรู้ด้านต่างๆ จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนปัจจุบันชุมชนบ้านซ่องได้ยกระดับการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ของเทศบาลตำบลบ้านซ่อง จำนวน 7 ระบบ 26 แหล่งเรียนรู้ หลังฟังบรรยายสรุปจากผู้ใหญ่สายันต์และผู้เกี่ยวข้อง จากนั้นทั้งหมดได้เดินชมสภาพพื้นที่ทั่วไปของหมู่บ้านไปตามถนนรอบหมู่บ้าน สังเกตว่าบ้านแต่ละหลังจะกันพื้นที่ข้างบ้านไว้ส่วนหนึ่งเพื่อปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองในครัวเรือน และมีการเลี้ยงวัวครัวเรือนละ 1-2 ตัว ขณะเดียวกันบริเวณริมถนนในหมู่บ้านจะมีการปลูกพืชผักสมุนไพรต่างๆ เช่น มะเขือ ขิงข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ โดยชาวบ้านจะร่วมกันปลูก ส่วนผลผลิตนั้นใครสามารถเก็บเกี่ยวไปก็ได้ แต่มีข้อห้ามอย่างเดียวคือห้ามเก็บเพื่อจำหน่าย
 
 
จาก 'บ้านซ่อง' สู่ฟาร์มตัวอย่างที่อ่างทอง
 
 
                       ระหว่างทางเดินชมสังเกตเห็นบริเวณโคนต้นไม้มีขวดน้ำพลาสติกผูกติดไว้ ผู้ใหญ่สายันต์บอกว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ต้องการนำขวดน้ำไม่ใช้แล้วมาดัดแปลงเป็นระบบน้ำหยด โดยนำขวดใส่น้ำให้เต็มแล้วปิดฝาแบบหลวมๆ เพื่อให้น้ำหยดลงโคนต้นแล้วนำมาผูกติดไว้กับต้นไม้แทนการรดด้วยคน จากนั้นจะเดินตรวจดูหากขวดใดน้ำหมดก็จะเติมเข้าไปใหม่โดยคนในหมู่บ้านนั่นเอง อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาขยะที่เป็นขวดน้ำในหมู่บ้านได้ด้วย หลังใช้เวลาเดินตระเวนดูกิจกรรมในหมู่บ้านจนทั่วแล้ว จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังโรงเรียนกาสรกสิวิทย์  ต.ศาลาลำดวน อ.เมือง จ.สระแก้ว ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อ
 
                       เป็นโรงเรียนฝึกกระบือ และให้เกษตรกรมาใช้ชีวิตที่เกี่ยวข้องกับกระบือเพื่องานเกษตรกรรม โดยเกษตรกรจะเข้าพักอาศัยตามสภาพแวดล้อมการดำรงชีวิตแบบพอเพียง ไม่ดิ้นรนหาความเดือดร้อน นับเป็นการฝึกกระบือให้ทำการเกษตรได้ดี และฝึกคนให้เข้าใจถึงวิธีการใช้กระบือในการทำเกษตรกรรม
 
                       ปัจจุบันมีกระบือผู้ให้ความรู้จำนวน 25 ตัว ซึ่งทั้งหมดเป็นกระบือทรงเลี้ยงที่มีผู้น้อมเกล้าฯ ถวาย ส่วนกระบือผู้เรียนรู้นั้นจะเป็นกระบือจากธนาคารโคกระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ส่วนกิจกรรมที่ดำเนินการในโรงเรียนประกอบด้วย 7 กิจกรรม ได้แก่ 1.การอบรมเกษตรกรและการฝึกกระบือผู้เรียนรู้ 2.อาคารนิทรรศการแสดงเครื่องมือทำนา 3.การวิจัยและพัฒนา 4.แปลงนา 5.สระมะรุมล้อมรัก 6.พืชผักสมุนไพร ไม้ผลและไม้ใช้สอย และ 7.บ้านดิน
 
 
จาก 'บ้านซ่อง' สู่ฟาร์มตัวอย่างที่อ่างทอง
 
 
                       หลังใช้เวลาสำรวจและทำกิจกรรมอยู่พักใหญ่ จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้าย โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่บ้านยางกลาง ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง เพื่อเยี่ยมชมความก้าวหน้าของโครงการ เมื่อไปถึงรับฟังบรรยายสรุปจาก คุณจรูญ อิ่มเอิบสิน ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวัง ถึงกิจกรรมในโครงการ โดยโครงการดังกล่าวมีพื้นทั้งหมด 720 ไร่ แบ่งออกเป็นพื้นที่ฟาร์มตัวอย่างและศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งทั้งสองกิจกรรมจัดตั้งขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อเป็นแหล่งจ้างงาน แหล่งผลิตอาหารปลอดภัย รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรในพื้นที่ทั้งด้านการเกษตรและงานฝึกหัดอาชีพ
 
                       ปัจจุบันการดำเนินกิจกรรมภายในโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ แบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มปลูกพืชผัก กลุ่มไม้ผล กลุ่มเพาะเห็ด กลุ่มปศุสัตว์ กลุ่มประมง กลุ่มนาข้าว และกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ ในส่วนศูนย์ศิลปาชีพจะแบ่งออกเป็น  4 กลุ่มงาน ประกอบด้วย เครื่องปั้นดินเผา ทอผ้า ปักผ้า และแกะสลักงานไม้
 
                       นี่เป็นส่วนหนึ่งของทริปดูงานเยี่ยมชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558
 
 
 
 
---------------------
 
(ท่องโลกเกษตร : ตามดูโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จาก 'บ้านซ่อง' สู่ฟาร์มตัวอย่างที่อ่างทอง : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)