ไลฟ์สไตล์

ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน : สิวเรื้อรัง

ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน : สิวเรื้อรัง

14 ส.ค. 2558

ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน : สิวเรื้อรัง : โดย...หมอไพร

 
        สวัสดีค่ะคุณหมอไพรดิฉันติดตามงานเขียนของคุณหมอไพรในคมชัดลึก และเนชั่นสุดสัปดาห์มานานแล้วค่ะปัจจุบันดิฉันอายุ 42 ปีค่ะ เป็นสิวเรื้อรังมานาน และมีมากในช่วงมีรอบเดือน และทำให้เกิดฝ้าด้วยค่ะ 
 
        ผู้ป่วยท่านนี้ได้ไปพบที่คลินิกแล้ว หลังจากพบกัน เธอเล่าว่า เมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อยๆ และอย่างต่อเนื่อง เพื่อความสะดวกจึงกินยาเลื่อนประจำเดือนเป็นประจำ บางปีกิน 5-6 ครั้ง โดยไม่ให้ประจำเดือนมาเลย ทุกครั้งหลังหยุดยาประจำเดือนมาตามปกติ แต่ปริมาณน้อยลง หลังจากนั้น สิวที่เคยมีบ้างกลับมากขึ้น ไม่สบายเนื้อตัว และแต่ละครั้งก่อนมีรอบเดือนจะมีสิวเม็ดใหญ่ และอักเสบ สิวขึ้นแต่ละครั้งจะขึ้นที่เดิม ทั้งยังมีฝ้าดำขึ้นบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง ใบหน้าทั้งหมดดำคล้ำอย่างชัดเจน ค่อนข้างกลัวหนาว
 
        การมีประจำเดือนของผู้หญิง เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมา เป็นความแตกต่างระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย แต่ละครั้งของรอบเดือนก็คือการถ่ายเลือดเสียออกจากร่างกาย เป็นการปรับฮอร์โมนหญิงทั้งสองชนิดให้สมดุลกัน ในช่วงหลังมีรอบเดือนฮอร์โมนอีสโตรเยนจะค่อยๆ มากขึ้น ไข่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในรังไข่ก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ จนสุกเต็มที่ ถึงกลางเดือน (หลังมีประจำเดือนประมาณ14วัน) ไข่ตก ตอนนี้ ฮอร์โมนอีสโตรเยนจะน้อยลง ฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนจะค่อยมากขึ้น เยื่อบุมดลูกจะหนาขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปลายเดือน (วันที่28หลังมีประจำเดือนโดยประมาณ) โปรเจสเทอโรนน้อยลง เยื่อบุจะหลุดลอกเป็นประจำเดือนออกมา เป็นเช่นนี้ทุกเดือนอย่างเป็นกฎเกณฑ์ ถือว่าประจำเดือนมาตามปกติ
 
        แต่ถึงเวลาประจำเดือนควรจะมา ผู้ป่วยท่านี้ ก็กินฮอร์โมนเลื่อนประจำเดือน นานๆ ครั้งไม่เป็นไร แต่ปีหนึ่ง 5-6 ครั้ง เท่ากับ 2ครึ่ง –3เดือนต่อครั้ง ต่อมไร้ท่อที่คอยควบคุมดูแลสั่งการในการผลิตฮอร์โมนเกิดความสับสน สั่งการไม่ถูก ส่วนแผนจีนเห็นว่า การมีประจำเดือนของผู้หญิงเกี่ยวข้องกับ ตับ ไต เลือด และมดลูก เมื่อถูกบังคับไม่ให้มา ความเสียดุลในอวัยวะเหล่านี้จึงเกิดขึ้น เลือดที่ควรผ่องถ่าย แต่ไม่ได้ออกมา ย้อนกลับหมุนเวียนอยู่ภายในร่างกาย การที่เลือดไม่ออกมาตามกฎเกณฑ์เช่นนี้ ทำให้เลือดร้อน การไหลเวียนเลือดติดขัด เป็นพิษ ดันขึ้นบน มาปะทุที่ใบหน้า เกิดเป็นสิวเม็ดใหญ่ สิวอักเสบเกิดขึ้น ทั้งยังทำให้ผิวหน้าดำคล้ำ ฝ้าขึ้นตามโหนกแก้ม แม้จะใช้เครื่องสำอางพอกไว้เท่าไรก็ปิดไม่มิด
 
        ในวัย 42 เป็นวัยที่ใกล้หมดประจำเดือน เลือดจะไปลมจะมาอยู่แล้ว พอเจอสภาพแบบนี้ ยิ่งสร้างความสับสนให้กับร่างกาย จากที่ไม่ป่วย จะป่วยได้โดยไม่รู้สาเหตุ
 
        ตอนเธอมาพบที่คลินิก ใบหน้าดำคล้ำมาก มีสิวเม็ดเป้งๆ อยู่รอบปากและบริเวณคาง ผ่านการฝังเข็มเพื่อลดสิว ลดร้อน ปรับฮอร์โมน และกินยาจีน ปรับสมดุลด้วยการบำรุงเลือดตับ บำรุงไต และกระจายเลือดคั่งและหนืด ไป 1 ครั้ง ผ่านไป 2 วันมาพบครั้งที่ 2 สิวยุบ ใบหน้าคล้ำน้อยลงอย่างชัดเจน
 
        คุณผู้หญิงทั้งหลายควรตระหนักให้ดีในการใช้ยาเลื่อนประจำเดือน ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อและมากจนเกินไป ใช้ชีวิตตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติเถอะ ยุ่งยากไม่กี่วันเอง ถึงวันที่คุณเป็นโรคที่คาดคิดไม่ถึง เสียใจก็ช่วยอะไรไม่ได้