ไลฟ์สไตล์

'บ้านซ่อง' ต้นแบบ ศก.พอเพียง อานิสงส์ศูนย์ศึกษาเขาหินซ้อน

'บ้านซ่อง' ต้นแบบ ศก.พอเพียง อานิสงส์ศูนย์ศึกษาเขาหินซ้อน

13 ส.ค. 2558

ทำมาหากิน : 'บ้านซ่อง' ต้นแบบ ศก.พอเพียง อานิสงส์ศูนย์ศึกษาเขาหินซ้อน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                       ชุมชนบ้านซ่อง หมู่ 1 ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ถือเป็นชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการขยายผลสู่ชุมชนใกล้เคียงของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้สภาพของคนในชุมชนวันนี้นอกจากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้วยังมีอาชีพและรายได้จากการทำเกษตรแบบผสมสานอย่างต่อเนื่องทุกวัน หลังจากลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เป็นบ่อเกิดภาระหนี้สิน
 
                       สายันต์ สาอุบล อายุ 61 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านซ่อง ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญในการพัฒนาชุมชนสู่วิถีชีวิตแบบพอเพียง เล่าว่า บ้านซ่องนามเดิมบ้านช่องนั้น ในอดีตเป็นเส้นทางค้าวัวค้าควายจากภาคอีสานมายังเมืองพนัสนิคมและชลบุรี แต่ด้วยสำเนียงอีสานซึ่งจะออกเสียง ช เป็น ซ จึงทำให้เรียกชื่อบ้านซ่องตั้งแต่บัดนั้นมา ปัจจุบันบ้านซ่องได้ยกระดับเป็นเทศบาลตำบล มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 69 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 43,025 ไร่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณ 9,994 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ปลูกมันสำปะหลัง มะม่วง เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลาและทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม
 
                       สำหรับกิจกรรมการพัฒนาในตำบลนั้น เริ่มขึ้นเมื่อปี 2528 โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนเข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นมาในทุกหมู่บ้าน จากนั้นก็พัฒนาไปสู่กิจกรรมต่างๆ เช่นกลุ่มเครดิตยูเนียน กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทีย์ กลุ่มผลิตข้าว ฯลฯ โดยมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้การสนัับสนุนในเรื่องขององค์ความรู้ด้านต่างๆ ปัจจุบันมีการยกระดับเป็นแหล่งเรียนรู้ของเทศบาลตำบลบ้านซ่องจำนวน 7 ระบบ 26 แหล่งเรียนรู้
 
                       “เหตุที่ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาทำให้มีการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้าวมากมายหลายกลุ่ม โดยมีศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตำบลบ้านซ่องเป็นศูนย์กลาง มีกลุ่มต่างๆ เข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่าย เช่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวหอมมะลิ กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด กลุ่มธารทิพย์ผลิตข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือมะลิแดง” สายันต์เผย
 
                       อดีตผู้ใหญ่บ้านคนเดินระบุอีกว่า จากนั้นในปี 2550 เริ่มมีการเพาะเห็ดในโรงเรือนออกจำหน่าย โดยใช้ทะลายปาล์มและฟางเป็นวัตถุดิบในการเพาะเห็ด เริ่มแรกมีสมาชิก 15 ราย ซึ่งผลผลิตเห็ดที่เพาะได้ก็นำมารวมกันเพื่อนำไปจำหน่ายให้พ่อค้าเร่ในหมู่บ้านและพ่อค้าผักใน อ.สนามชัยเขต เมื่อได้ผลดีจึงมีชาวบ้านสมัครเป็นสมาชิกเพื่อเพิ่มขึ้น ปัจจุบันกลุ่มเพาะเห็ดบ้านหนองว้า ซึ่งยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้แก่ประชาชนที่สนใจทั่วไปมีสมาชิกทั้งหมด 110 ราย มีโรงเรือนเพาะเห็ดทั้งหมด 385 โรง สามารถเพาะเห็ดได้เดือนละ 16 ตัน หรือวันละประมาณ 500 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15 ล้านบาทต่อปี
 
                       “กลุ่มจะรับซื้อเห็นจากสมาชิกในราคาประกัน ถ้าเป็นดอกตูมกิโลกรัมละ 70 บาท ดอกตูมเล็ก 50 บาท และดอกบานกิโลกรัมละ 40 บาท ส่วนเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มออมทรัพย์ทั้งหมดประมาณ 980,000 บาท” สายันต์เผยข้อมูลรายได้
 
                       อนุวัชร โพธินาม ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนยอมรับว่าบ้านซ่องหนึ่งในหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่ตั้งกระจายอยู่ในพื้นที่รอบศูนย์ ซึ่งเป็นผลมาจากทีี่ชาวบ้านนำองค์ความรู้ภายในศูนย์มาปรับใช้ในพื้นที่จนประสบความสำเร็จ ถือเป็นหมู่บ้านต้นแบบเป็นแหล่้งศึกษาดูแลของชุมชนในพื้นที่และต่างถิ่น 
 
                       จากผลการพัฒนาร่วมกันของภาคีเครือข่ายภายใต้การสนับสนุนองค์ความรู้จากศูนย์การศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อนเพื่อนำไปสู่ชุมชนที่เข้มแข็ง ส่งผลทำให้คนในชุมชนบ้านซ่องวันนี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการทำเกษตรแบบพอเพียง มีรายได้ทีี่เพิ่มขึ้น รายจ่ายลดลง อันเป็นผลมาจากการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริมาปรับใช้ให้เกิดผลสำเร็จนั่นเอง
 
 
 
 
--------------------
 
(ทำมาหากิน : 'บ้านซ่อง' ต้นแบบ ศก.พอเพียง อานิสงส์ศูนย์ศึกษาเขาหินซ้อน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)