
เปิดม่านการศึกษา : 13 ส.ค. 58
13 ส.ค. 2558
เปิดม่านการศึกษา : 13 ส.ค. 58 : โดย...ครูแจ่ม
“สิงหาคม” เดือนแห่งความสุขของคุณแม่ “แม่” คำเดียวสั้นๆ แต่คนคนนี้กลั่นเลือดในอกให้ลูกได้ดื่มกิน แม้เจ็บจิ๊ด!! แทบขาดใจ แต่เมื่อแม่สบตาลูกอาการเจ็บปวดรวดร้าวเหลือคณาก็ค่อยๆ จางหายไป "ดั่งต้องมนต์" กับภาพไร้เดียงสาของลูกน้อย ที่ส่งเสียงอ้อแอ้ๆ ดวงตาบ๊องแบ๊ว แก้มใสๆ กระตุกต่อมความเป็น “คุณแม่มือใหม่” ให้ตื่นจากภวังค์ กลับเข้าสู่โหมดความจริงในบทบาทของ “แม่” ผู้ให้กำเนิดลูกน้อย
“แม่” ยุคนี้หรือว่ายุคไหนๆ ก็รักลูกด้วยกันทั้งนั้น ต่างกันตรงที่ แม่ยุคดิจิทัล “แม่” ส่วนมากได้รับการศึกษาสูงขึ้น เรียกได้ว่าแม่ยุคนี้มี "ดีกรี" ด้วยกันเกือบทั้งนั้น ทั้งจบปริญญาตรี จบปริญญาโท หรือจบปริญญาเอก เป็น “ดอกเตอร์” มีหน้าที่การงานมั่นคง มีหน้าตาในสังคม
แต่แม่ยุคนี้ กลับเลี้ยงลูกได้ไม่ดีเท่ากับคุณแม่รุ่นปู่ย่าตายาย ว่ากันว่า คุณแม่ศตวรรษที่ 21 ยึดหลัก “สิทธิมนุษยชน” ในการเลี้ยงดูลูก ดังนั้นการลงโทษ ด้วยการตี จึงมีน้อยมากๆๆ หรือแทบไม่มีเลย เมื่อเทียบกับคุณแม่ในอดีตที่ลงโทษลูกด้วยไม้เรียว ซึ่งคุณแม่และคุณพ่อในครอบครัวไทยยุคนี้ มองว่า “ป่าเถื่อน” จึงไม่นิยมทำกัน
แต่คุณแม่ยุคดิจิทัล ลืมสุภาษิตไทยที่ใช้ได้ดีทุกยุคทุกสมัยที่ว่า “ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก” ทำให้เด็กที่เติบโตมาจากครอบครัวที่พ่อแม่ดูดีมีการศึกษา แต่มีลูกติดยาเสพติด เกเร ไม่มีระเบียบ ไม่มีวินัย ไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนร่วมโลก คาดว่าเมื่อเติบโตขึ้น อาจจะกลายเป็นคนไม่เคารพกฎกติกาของสังคม ในที่สุดจะถูกสังคมลงโทษอย่างรุนแรง
ยังไม่สายที่ “คุณพ่อคุณแม่” ยุคดาวเทียม ต้องให้เวลาแก่ลูก เช่น ช่วงรับประทานอาหาร ทำกิจกรรมร่วมกัน มีเวลาอบรมสั่งสอนลูก แต่ทำด้วย “ความรัก” มีการวางกฎกติกาภายในครอบครัว หากกระทำผิดต้องได้รับโทษอาจจะใช้การ “ตี” ด้วยมือ เพื่อให้ลูกตระหนักรู้ และอย่าลืม "กล่าวคำชื่นชม" เมื่อลูกทำดี หรือ "ให้รางวัล" นะขอบอก!!
--------------------
(เปิดม่านการศึกษา : 13 ส.ค. 58 : โดย...ครูแจ่ม)



