ไลฟ์สไตล์

ทุกศาสตร์ศิลป์ใน‘โขนพระราชทาน’

ทุกศาสตร์ศิลป์ใน‘โขนพระราชทาน’

13 ส.ค. 2558

ศิลปวัฒนธรรม : ทุกศาสตร์ศิลป์ ใน ‘โขนพระราชทาน’

 
         แม้การจัดการแสดงโขนพระราชทานแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะแขนงนี้ว่า “ขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน” นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทยที่ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขน ธำรงค์นาฏศิลป์ชั้นสูงให้คงอยู่คู่แผ่นดินสืบไป ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงตั้งใจสืบสานพระราชปณิธานด้วยการจัดกิจกรรมพิเศษและนิทรรศการหมุนเวียน “ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์” ชุด “โขนพระราชทาน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา
 
         เนื้อหาภายในนิทรรศการแบ่งออกเป็นโซนเรียงร้อยเรื่องราวผ่านภาพ ตัวอักษร การสาธิต งานหัตถศิลป์ต่างๆ อาทิ โซนกว่าจะเป็นโขนพระราชทาน, โซนการศึกษาพัสตราภรณ์โขน,  โซนการออกแบบเทคนิคประกอบฉาก, โซนหัวโขนและศิราภรณ์, โซนเรื่องย่อโขนพระราชทาน การสืบสานสู่คนรุ่นใหม่ เป็นต้น
 
         ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และประธานกรรมการ คณะกรรมการอำนวยการการแสดงโขนพระราชทาน ในฐานะประธานเปิดนิทรรศการเล่าให้ฟังว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระปรีชาชาญในด้านศิลปะ ทรงรื้อฟื้นโขนพระราชทานนี้ก็ทำให้สรรพวิชาช่างที่มีค่าของชาติที่เกือบจะสูญหายไปได้กลับคืนมา เกิดมีอาชีพต่อชาวบ้านอย่างหลากหลาย อย่างผ้าที่นำมาตัดชุดโชนการจัดแสดงแต่ละครั้งต้องใช้ผ้าจำนวนมาก ผ้าที่ซื้อมาก็เก่าเปื่อยขาดไปบ้าง จึงมีการหาเพิ่มทั้งจากอ่างทองและสิงห์บุรี ให้ชาวบ้านมาเรียนทอผ้าโดยเอาครูไปสอนให้ เรียนไม่กี่ปีตอนนี้กลายเป็นครูถ่ายทอดได้แล้ว แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ในความควบคุมของ อ.วีระธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผ้า
 
         สิ่งที่จะได้เห็นในนิทรรศการคือความมหัศจรรย์ของงานศิลป์ อ.วีระธรรม ตระกูลเงินไทย กูรูเรื่องผ้า บอกว่า เทคนิคช่างต่างๆ ที่เคยมีแต่อยู่ในราชสำนักฝ่ายในสมัยก่อนได้ถูกนำมาสาธิตเผยแพร่ให้ได้เห็น การทอผ้ายกทองต่างๆ ซึ่งเกือบจะสูญหายได้รื้อฟื้นกลับมา เห็นแล้วจะต้องทึ่งว่าคนโบราณสามารถสร้างงานที่ละเอียดลออและมหัศจรรย์เหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร
 
         “กว่าจะมาเป็นชุดโขนแต่ละชุด ค่อนข้างที่จะศึกษามามาก รวมถึงการเสาะแสวงหา การทำวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเกือบจะสูญหายไปหมดแล้ว กว่าจะนำมารวมมาปักเป็นแต่ละชิ้นนี้ใช้วัสดุมากมาย แล้วบางอย่างก็ต้องทำขึ้นมาใหม่ บางอย่างยังพอมีอยู่บ้างแต่จำนวนน้อย ก็ต้องศึกษากัน ความยากหรืออุปสรรคเรื่องงานเครื่องแต่งกายนี้เห็นจะอยู่ที่คนทำหรือช่างที่จะมีสมาธิ ใช้เวลานานๆ ต้องละเอียดอ่อนและต้องมีความอดทนอย่างยิ่งยวด  นั่งหลังขดหลังแข็งทำงานเป็นแรมเดือนแรมปีเพื่อให้ให้งานเสร็จลุล่วงไปหนึ่งชิ้น” ผู้คร่ำหวอดเรื่องงานผ้า อธิบาย
 
         โขนวันนี้กับวันวานย่อมมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับยุคสมัย ฉากโขนพระราชทานแต่ละตอนที่มีความวิจิตรอลังการขึ้น อ.สุดสาคร ชายเสม ในฐานะหัวเรือเรื่องนี้ เผยว่า สิ่งที่ต้องคำนึงที่สุดคือเปรียบเทียบกับการแสดงในต่างประเทศที่มีการพัฒนาไปมาก โขนไทยถ้าไม่สามารถสร้างให้มีความน่าตื่นเต้นพอๆ กันก็ดูจะล้าหลัง อย่างละครบรอดเวย์ที่เข้ามาทำการแสดงในเมืองไทยทีมงานโขนก็มีโอกาสเข้าไปชม ทำให้ได้เห็นความพยายามในการสร้างมิติเกี่ยวกับอากาศ เวลา และระยะต่างๆ ที่มีในโลกธาตุนี้ให้ปรากฏขึ้นในนาฏกรรม ซึ่งโขนหากจะทำจริงๆ ก็สามารถทำได้
 
         “โขนมีความงดงามอยู่แล้วในตัว เราเองได้นำเอามรดกศิลปะของชาติ ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม เอาลงมาสร้างให้ตัวนาฏกรรมให้ได้ใช้เข้าไปอยู่ในฉาก ส่วนทีมโอเวชั่นก็มีหน้าที่ทำให้เกิดระยะต่างๆ โดยทำงานร่วมกับเรา ต้องทำแบบนี้แบบนั้นแล้วจะเกิดระยะ เกิดน้ำหนักขึ้น การปรับฉากที่เห็นถือเป็นความท้าทายของคนทำงานยุคนี้และสิ่งนี้ก็ช่วยให้การดูโขนไม่น่าเบื่อ คนทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องโขนดูรำแล้วอาจจะไม่เข้าใจ ซึ่งพอเป็นแบบนี้จึงต้องนำบรรยากาศ แสง เสียง เข้าไปกระตุ้น นอกจากนี้คนดูโขนมีจุดมุ่งหมายต่างกัน บ้างก็เพื่อฟังเพลง บ้างอย่างดูรำ บ้างอยากดูการแสดง โขนเป็นศูนย์รวมของศิลปะหลากแขนง แล้วฉากก็เป็นตัวครอบคลุมทั้งหมด เชื่อว่าคนที่มาดูนิทรรศการจะได้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะแขนงต่างๆ กลับไปมหาศาล แล้วก็จะทำให้ดูโขนอย่างเห็นคุณค่ายิ่งขึ้น” อ.สุดสาคร กล่าวพร้อมกับเสริมว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รับสั่งชื่นชมและขอบคุณคณะทำงาน โดยเฉพาะช้างเอราวัณในฉากโขนที่จัดแสดงครั้งแรก ทรงชมว่าช้างสวย ทรงมีพระมหากรุณาต่อทีมงานสร้างโขนพระราชทานอย่างหาที่สุดมิได้ สร้างขวัญและกำลังใจคนทำงาน อีกทั้งช่วยให้เมืองไม่เงียบเหงามีศิลปะการแสดงทั้งสวยงามและน่าตื่นเต้นมาสร้างสีสันได้ตลอด
 
         ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 กันยายนนี้ บริเวณโถงอเนกประสงค์ 1 อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. (เว้นวันจันทร์) สอบถามโทร.0-2621-0044 หรือ www.nitasrattanakosin.com