ไลฟ์สไตล์

เมียนมาร์ดูงานวิจัยปาล์มน้ำมัน

เมียนมาร์ดูงานวิจัยปาล์มน้ำมัน

11 ส.ค. 2558

เส้นทางอาชีพ : เมียนมาร์ดูงานวิจัยปาล์มน้ำมัน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ [email protected]

 
                        ขอแสดงความยินดีกับนักวิชาการจากกรมวิชาการเกษตรประจำประเทศเมียนมาร์ทั้งสองท่านคือ คุณเมย์ ทิน นิว (May Thin New) และคุณทู ทู ไว (Thu Thu Wai) ที่ได้รับทุนศึกษาดูงานที่บริษัท ซีพีไออะโกรเทค จำกัด เป็นระยะเวลา 15 วัน เพื่อนำความรู้และเทคโนโลยีจากบริษัทไปเผยแพร่แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มที่เมียนมาร์
 
                        ประเทศเมียนมาร์มีการวางแผนขยายพื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมันเป็น 1.26 ล้านไร่ ภายในระยะเวลา 15 ปี จากปัจจุบัน 9.2 แสนไร่ เนื่องจากประเทศเมียนมาร์มีการบริโภคน้ำมันจำนวนมาก โดยพื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมันกว่า 90% ถูกบริหารจัดการโดยบริษัทเอกชน
 
                        ปัจจุบัน ปัญหาที่เกษตรกรชาวสวนปาล์มในเมียนมาร์กำลังพบมากคือปาล์มที่ให้ผลผลิตน้อย ผลผลิตไม่คงที่ มีการใช้ปุ๋ยที่ไม่ได้คุณภาพ โดยพันธุ์ปาล์มที่นำเข้ามาปลูกมาจากประเทศมาเลเซียเป็นพันธุ์เทเนอร่า ไฮบริด
 
                        ถ้าจะย้อนประวัติความเป็นมาการปลูกปาล์มน้ำมันในเมียนมาร์เริ่มมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2464 ที่เมือง Mudon, Hmawbi, Myaungmaya, และ Sittwe จากนั้น 5 ปีต่อมา ได้มีการจัดวางระบบการเพาะปลูกปาล์มที่หมู่บ้าน Egani เมือง Yebyu บนพื้นที่ 720 ไร่
 
                        ปัจจุบันเมียนมาร์มีการผลิตน้ำมันจากปาล์มน้ำมัน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค จึงมีการขยายพื้นที่การปลูกปาล์มขึ้น สภาพอากาศและลักษณะดินของประเทศเมียนมาร์เหมาะแก่การเพาะปลูกปาล์มน้ำมัน และยังมีพื้นที่ที่สามารถขยายเพื่อการเพาะปลูกปาล์มน้ำมันอีกมาก ในอนาคต เมื่อเมียนมาร์ผลิตน้ำมันปาล์มได้พอเพียงต่อผู้บริโภคในประเทศ อาจจะมีการส่งออกน้ำมันในอนาคตอีกด้วย
 
                        นอกจากนี้ ยังมีการทดลองปลูกปาล์มน้ำมันพันธุ์ต่างๆ กันในทุกภูมิภาคของประเทศเมียนมาร์ และพบว่าที่ภูมิภาค Tanintharyi สามารถปลูกปาล์มน้ำมันได้ดีที่สุด พันธุ์ที่ปลูกได้ดีคือ Deli และพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น Deli x Ekona, Deli x Nigeria, Deli x Ghana, Deli x Lame เป็นต้น
 
                        โดยพันธุ์ปาล์มน้ำมันเหล่านี้เหมาะสำหรับปลูกในเขต Tanintharyi เพราะเป็นพันธุ์ที่ต้องการน้ำน้อย สภาพภูมิอากาศเหมาะสม คล้าย จ.ชุมพร ของประเทศไทย ซึ่งอำเภอที่ปลูกได้ดีคือ Dawei, Myeik และ Kawthaung ในขณะที่ภาครัฐเองก็สนับสนุนการปลูกปาล์มน้ำมันอย่างเต็มที่
 
                        ถึงขนาดยกพื้นที่ให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมาลงทุนปลูกปาล์มน้ำมัน โดยสามารถปลูกปาล์มน้ำมันได้เป็นระยะเวลา 30 ปี หรือนานกว่านั้น นอกจากนี้แล้วค่าแรงขั้นต่ำชาวเมียนมาร์ยังเป็นที่น่าดึงดูดใจนักลงทุนเป็นอย่างมาก
 
                        ทั้งนี้ภาครัฐหวังให้นักลงทุนที่เข้ามาลงทุน นำพันธุ์ที่เหมาะสมเข้ามาปลูก มีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและความรู้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจรของประเทศเมียนมาร์ในอนาคตอีกด้วย
 
 
 
 
----------------------
 
(เส้นทางอาชีพ : เมียนมาร์ดูงานวิจัยปาล์มน้ำมัน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ [email protected])