
'ฝูงบินเพื่อชีวิต' นกเงือกเหนือป่าฮาลาบาลา
09 ส.ค. 2558
ชวนเที่ยว : 'ฝูงบินเพื่อชีวิต' นกเงือกเหนือป่าฮาลาบาลา : เรื่อง / ภาพ ... จรูญ ทองนวล
ผมใช้เวลาในการตัดสินใจไม่นานนักสำหรับการเดินทางเข้าไปกินนอนอยู่กลางป่าลึกหลายๆ วัน แม้จะรู้ว่าไม่สะดวกสบายเหมือนครั้งก่อนๆ เนื่องจากรู้สึกแหยงๆ กับส้นเท้าซ้ายที่เคยแตกและผ่าตัดหลายมารอบเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา และนั่นทำให้ผมต้องเสียโอกาสดีๆ ไปหลายครั้งในการแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิต แต่สำหรับครั้งนี้แล้ว ความอยากจะไปมันเปี่ยมล้นจนแทบระงับไม่ไหว ที่สำคัญไปมากกว่านั้นคือ “จิต” ของตนเองได้เดินทางไปถึงก่อนแล้ว เพราะไม่อยากพลาดหวังในการเฝ้าชมสิ่งมหัศจรรย์ ซึ่งน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ไปเห็น ได้ไปสัมผัสมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา
นั่นคือการรวมฝูงของ “นกเงือกกรามช้างปากเรียบ” (Plain-pouched Hornbill : Aceros subruficollis) นับพันๆ ตัว ที่บินอพยพมาจากผืนป่าตะวันตก ห้วยขาแข้ง ลงมาหากินที่ ป่าฮาลาบาลา อ.เบตง จ.ยะลา ในรอบหนึ่งปีจะเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ระหว่างช่วงปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงปลายปี หลังจากเข้าโพรงและออกลูกเสร็จสิ้นภารกิจสืบ-ขยายเผ่าพันธุ์เช่นเดียวกับนกเงือกชนิดอื่นๆ พวกมันจะเริ่มจับกลุ่มรวมฝูงครั้งใหญ่กลุ่มละ 20-30 ตัว บินผ่านเทือกเขาตะนาวศรีลงมาทางใต้ เรื่อยมาจนถึงเทือกเขาบรรทัด มาสิ้นสุดที่ป่าฮาลาบาลาของไทย และป่าแบลุ่มของประเทศมาเลเซียที่อยู่ติดกันในเทือกเขาสันกาลาคีรี
นกเงือกกรามช้างปากเรียบ เป็น 1 ใน 13 ชนิด ที่พบในประเทศไทย จะมีลักษณะคล้ายนกเงือกกรามช้างแต่มีขนาดเล็กกว่า ถุงหนังใต้คอไม่มีแถบดำ โคนปากแดงไม่มีแถบดำ ตัวผู้มีถุงหนังใต้คอสีเหลือง ส่วนตัวเมียถุงหนังใต้คอจะมีสีฟ้าเข้ม ชอบรวมฝูงกันครั้งละมากๆ ที่ผืนป่าฮาลาบาลาแห่งนี้ เมื่อปีที่แล้วมีถึง 2,000 ตัว นับเป็นฝูงใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่มีการสำรวจข้อมูลและบันทึกข้อมูลอย่างเป็นทางการ
ปัจจุบัน นกเงือกกรามช้างปากเรียบ บินมาถึงป่าฮาลาบาลาแล้วประมาณ 500 ตัว และจากนี้ไปตลอดทั้งปีจะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 2,000 ตัว ก่อนที่จะบินกลับป่าห้วยขาแข้งอีกครั้งหนึ่งตามวัฏจักรชีวิต
ครั้งนี้ผมได้เดินทางร่วมมากับ คณะโครงการศึกษานิเวศของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มี คุณปรีดา เทียนส่งรัศมี เป็นหัวหน้าทีม ไปสมทบกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิทักษ์ป่าพระนามาภิไธยตระเวนชายแดนที่ 445 ค่ายพญาลิไท ที่ “ฐานนางนวล” ซึ่งเปรียบเสมือนประตูสู่ผืนป่ามหัศจรรย์ชายแดนใต้ ป่าฮาลาบาลา
พวกเรา 9 ชีวิต ขนเสบียงสัมภาระเท่าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพพร้อมอุปกรณ์ถ่ายภาพ ลงเรือหางยาวขนาดเล็ก 2 ลำ ล่องเรือขึ้นไปลัดเลาะขึ้นไปตามร่องน้ำที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาสูง ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติครั้งใหญ่ หลังการสร้างเขื่อนบางลางที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและใช้ในการเกษตร บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปัตตานีเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว
บรรยากาศสองฝั่งที่เรือวิ่งทวนกระแสน้ำขึ้นไปจะเป็นพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษของหน่วยพิทักษ์ป่าพระนามาภิไธย ตชด.445 จะเห็นต้นไม้ขนาดใหญ่น้อยขึ้นอยู่อย่างแน่นขนัด คงสภาพความเป็นป่าฝนเขตร้อนผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศ ใบไม้สีทองเปล่งสีแดงกำมะหยี่เข้มกระทบสายตา ลิง ค่าง ชะนี ฝูงละ 10-20 ตัว ห้อยโหน หากินอยู่บนยอดไม้ใหญ่ หมูป่ายกพวกพวกกันลงมากินน้ำริมตลิ่ง เหยี่ยวกินปลายืนนิ่งบนตอไม้ตายนิ่งกลางผืนน้ำจ้องโฉบเหยื่อ กระทิงป่าฝูงใหญ่เล็มหญ้าอ่อนที่เพิ่งผลิใบหลังได้รับฝนแรก สัตว์เหล่านี้ไม่ค่อยกลัวคน แต่ไม่ชอบให้เข้าไปรบกวนใกล้ๆ นี่คือปฐมบท เสน่ห์แห่งป่าฮาลาบาลา ที่ใครๆ หลายคนต่างหวังอยากไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต
เราล่องเรือมาถึงอีกหนึ่งที่มั่นของ ตชด. ที่ 455 คือ ฐาน “ดาหลา” ในช่วงบ่ายแก่ๆ บางช่วงของการเดินทางน้ำเกือบแห้ง ต้องลงเดินเท้าเข้าป่าตัดคุ้งน้ำ ทิ้งคนขับเรือและผู้ช่วย ประคองเรือผ่านแก่งและแนวทรายไปให้ได้ คณะของเราจะพักกันที่นี่ 1 คืน สะสมเรี่ยวแรงไว้สำหรับการเดินทางเข้าป่าลึกในวันรุ่งขึ้น
รุ่งขึ้น หลังมื้อเช้าพวกเราช่วยกันขนสัมภาระลงเรือหางยาวลำเล็ก ล่องทวนกระแสน้ำขึ้นไปตามคลองฮาลาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนคณะที่เหลือเริ่มต้นเดินเท้าออกจากฐานดาหลา โดยมีกล้องถ่ายภาพประจำตัวและมีด เพราะบางครั้งจำเป็นต้องใช้ฟันกิ่งไม้ ขวากหนามที่ขวางทาง รวมทั้งทำสัญลักษณ์ให้คนที่ตามอยู่ข้างหลังสังเกตเห็น จะได้ไม่ออกนอกเส้นทาง
จากฐานดาหลาลัดเลาะไปตามแนวตลิ่ง เลียบคลองฮาลาเป็นหลัก เพื่อเลี่ยงเส้นทางขึ้นเขา ตลอดทางมีต้นไม้นานาพันธุ์ขึ้นอยู่หนาแน่น บางครั้งเราต้องเสียเวลากับการเก็บเห็ดที่ขึ้นดาษดื่นไปเป็นเสบียง บางช่วงตื่นตะลึงกับต้นไม้ใหญ่ขนาด 10 กว่าคนโอบ หรือบอนกระดาดริมน้ำที่วัดความยาวของแต่ละใบได้ไม่ต่ำกว่า 1 วา ตลอดเส้นทางเดิน ผืนดินชุ่มน้ำ ทำให้เห็น
รอยกระทิงและหมูป่าทั้งรอยเก่ารอยใหม่ ที่ออกมาหากินไปตามเส้นทางที่ช้างป่าได้บุกเบิกไว้ก่อนล่วงหน้า คนเดินป่า ไม่เว้นแม้แต่ “โอรังอัสรี” หรือ ซาไก เจ้าของพื้นที่ตัวจริง ก็ต้องเดินตามเส้นทางนี้นั้นเช่นกัน เราเห็นหลุมกว้างพอคนลงไปได้ลึกราว 1 เมตร ที่โอรังอัสรีขุดลงไปเก็บมันป่ามากินเป็นอาหาร เห็นร่องรอยที่พักหรือทับเก่าๆ ที่ทำขึ้นจากไม้ไผ่ลวกๆ ชั่วคราว ก่อนที่พวกเขาจะอพยพไปที่อื่นกลางผืนป่ากว้างแห่งนี้
ราว 3 ชั่วโมงที่ใช้เวลาย่ำอยู่ในป่า ก็ถึงบริเวณที่เรียกกันว่า ห้วยน้อย เป็นแอ่งน้ำย่อมๆ อันเป็นส่วนหนึ่งของคลองฮาลา ที่เกิดจากการก้อนหินใหญ่น้อยขวางทางน้ำเอาไว้ รอบห้วยน้อยมีต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมากโดยเฉพาะต้นสมพงที่นกเงือกนับร้อยจะมารวมตัวจับกิ่งนอน หลังบินกลับจากหาอาหารในแต่ละวัน พวกเราก็เช่นกัน จับจองที่พักกันที่นี่ เพื่อเฝ้าสังเกตและถ่ายภาพนกเงือก
ไม่พลาด !! ประมาณ 4 โมงเย็นเศษของวันนั้น ระหว่างนั่งรอที่ตลิ่งริมน้ำพร้อมอุปกรณ์ถ่ายภาพ สิ่งที่เฝ้ารอก็ปรากฏขึ้นลิบๆ พร้อมกับเสียงกระพือปีกที่ดังใกล้เข้ามา นกเงือกกรามช้างฝูงแรกไม่ต่ำกว่า 10 ตัว บินผ่านพวกเราไป พร้อมกับเสียงชัตเตอร์ดังรัวๆ ด้วยความตื่นเต้น จากนั้น นกเงือกฝูงแล้วฝูงเล่า 10-20 ตัว ในแต่ละครั้ง บินจากทุกทิศทุกทาง แต่เลยไปโฉบลงบนต้นไม้ใหญ่ ห่างจากจุดที่พวกเราอยู่ประมาณ 500 เมตร ยกเว้นฝูงสุดท้ายก็โฉบลงที่เดิม ไม่ให้เราผิดหวังจนเกินไปนัก แถมก่อนฟ้ามืดสนิท พวกเราก็ต้องตื่นเต้นอีกครั้งเมื่อนกเงือกทั้งหมดกะด้วยสายตามากกว่า 500 ตัว บินว่อนเต็มฟ้าเหนือจุดที่พวกเรายืนอยู่ เสียงชัตเตอร์ดังลั่นขึ้นอีกครั้งหนึ่งแข่งกับเสียงร้อง “กว๊าวๆ” ของนกเงือกราว 5 นาที จากนั้นบินกลับไปยังจุดที่บินโฉบลงไปครั้งแรก
“พรุ่งนี้เราต้องแยกย้ายกันเดินขึ้นไปสำรวจ ว่านกจับกลุ่มนอนกันที่ไม้ต้นไหน ต้องสังเกตทิศทางการบินให้แน่ชัด เพราะครั้งต่อไปต้องวางตาข่ายดักจับนก ติดตั้งเครื่องมือติดตามความเคลื่อนไหว หรือจีพีเอส” ปรีดา กล่าวขึ้นครั้งแรก เพราะนี้เป็นหนึ่งในภารกิจติดตามความเคลื่อนไหวของนกเงือกกรามช้างปากเรียบ ในโครงการศึกษานิเวศของนกเงือก มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้ติดตั้งจีพีเอสในตัวนกเงือกกรามช้างปากเรียบ 2 ตัว ทำให้รู้ว่า ปีนี้มันยังมาไม่ถึงฮาลาบาลา โดยตัวหนึ่งยังอยู่ที่ป่าแก่งกรุง จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนอีกตัวยังอยู่แถวทุ่งใหญ่นเรศวร แต่จีพีเอสมีอายุการใช้งานแค่ 2 ปี ดังนั้น ในปีนี้จะติดตั้งสัญญาณเพิ่มอีก 2 ตัว
ภารกิจของพวกเขายังดำเนินต่อไป นกเงือกก็ยังคงมุ่งหน้าสู่ป่าฮาลาบาลา ที่เป็นทั้งบ้านพักพิงและครัวใหญ่ ให้พวกมันหากินจนถึงช่วงที่ต้องกลับไปขยายเผ่าพันธุ์ต่อไป
----------------------
(ชวนเที่ยว : 'ฝูงบินเพื่อชีวิต' นกเงือกเหนือป่าฮาลาบาลา : เรื่อง / ภาพ ... จรูญ ทองนวล)



