
เป็นหนี้ไม่มีไม่หนีไม่จ่ายไม่ควรทำ
06 ส.ค. 2558
เปิดซองส่องไทย : เป็นหนี้ไม่มีไม่หนีไม่จ่ายไม่ควรทำ
ดิฉันมีเรื่องขอปรึกษาลุงแจ่ม เกี่ยวกับหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ตอนนี้ดิฉันอายุ 42 ปีแล้ว เป็นหนี้กู้เงินสินเชื่อส่วนบุคคลของสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ตลอดเวลาที่เป็นหนี้ ดิฉันจ่ายหนี้ทุกเดือน ไม่เคยมีปัญหา
แต่ไม่นานมานี้ดิฉันตกงาน รายได้ที่เคยมีเคยได้ทุกเดือนก็หายไป ทำให้ไม่มีเงินจ่ายหนี้ รายได้อื่นๆ ที่มีตอนนี้เพียงแค่ใช้จ่ายไปวันๆ ไม่มีพอที่จะส่งหนี้ ดิฉันกังวลมาก เพราะเจ้าหนี้โทรทวงทุกวัน วันละหลายรอบจนไม่เป็นอันทำอะไร
นอกจากหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลแล้ว ดิฉันยังเป็นหนี้บัตรเครดิตด้วย ปัญหาที่มีตอนนี้จึงเพิ่มเป็นสองเท่า ดิฉันไม่ต้องการเบี้ยวหนี้ แต่ไม่มีเงินจ่ายจริงๆ จึงอยากทราบว่าระหว่างหนี้บัตรเครดิตกับหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้อันไหนที่เราไม่สามารถจ่ายชำระได้ แล้วอาจทำให้เราต้องติดคุก รบกวนลุงแจ่มช่วยหาคำตอบ เพราะได้ยินมาว่าอาจจะต้องติดคุก ถ้าไม่มีเงินชำระหนี้
อุไรภรณ์
ตอบ
ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย แนะนำว่า ลูกหนี้ที่เป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิตของสถาบันการเงินและไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) หากมีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้ ให้ติดต่อสถาบันการเงินที่ตนเป็นหนี้เพื่อเจรจาขอประนอมหนี้ การติดตามทวงถามหนี้ของเจ้าหนี้มีระยะเวลาการดำเนินการ 3 ขั้นตอน คือทวงหนี้ก่อนฟ้องดำเนินคดี อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี และหลังจากศาลพิพากษา ถูกบังคับคดี ยึดทรัพย์, อายัดเงินเดือน จากข้อมูลที่ให้มา คาดว่าลูกหนี้อยู่ในขั้นตอนของการถูกทวงถามหนี้ก่อนฟ้องดำเนินคดี ดังนั้นลูกหนี้ควรรีบเจรจากับเจ้าหนี้ โดยขอแนวทางแก้ปัญหา เช่น ขอลดจำนวนเงินผ่อนชำระต่อเดือนน้อยลง หรือขอขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ การไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เพราะส่งผลต่อประวัติทางการเงินของลูกหนี้ในอนาคต
กรณีข้อสงสัยเรื่องการไม่ชำระหนี้แล้วอาจติดคุกนั้น เป็นความเข้าใจที่ผิด เนื่องจากการไม่ชำระหนี้เป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา ลูกหนี้ที่ไม่ชำระหนี้และถูกเจ้าหนี้ฟ้องคดี จะต้องรับโทษตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง เช่น ยึดทรัพย์บังคับคดี อายัดเงินเดือน เป็นต้น
ส่วนกรณีที่เจ้าหนี้โทรทวงถามหนี้ทุกวัน วันละหลายรอบนั้น เนื่องจาก “พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2558 ระบุว่าการทวงถามหนี้ของเจ้าหนี้ทวงถามหนี้ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ส่วนวันหยุดราชการทวงถามหนี้ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. การทวงถามหนี้ห้ามข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ใช้วาจาดูหมิ่น ทำร้ายร่างกาย ทำให้เสียชื่อเสียงและทรัพย์สินเสียหาย และห้ามทวงถามหนี้กับบุคคลอื่น เว้นแต่เป็นบุคคลที่ลูกหนี้ได้ระบุไว้ ถึงแม้ว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว ยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการในการกำกับดูแลสถาบันการเงินและผู้ให้บริการที่มิใช่สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย หากลูกหนี้ได้รับความเดือดร้อนสามารถร้องเรียนได้ที่ ศคง. โทร.1213 ในวันและเวลาราชการ



