ไลฟ์สไตล์

ดูแลสุขภาพ : อาหารรสจัดแฝงโรคภัย

ดูแลสุขภาพ : อาหารรสจัดแฝงโรคภัย

06 ส.ค. 2558

ดูแลสุขภาพ : อาหารรสจัดแฝงโรคภัย

 
                      การรับวัฒนธรรมความเจริญทางเทคโนโลยี ทำให้วิถีชีวิตเร่งรีบมีแต่การแข่งขัน ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย บ่อยครั้งที่ต้องเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา ไม่ว่าจะเป็นอาหารสำเร็จรูป จานเดียวเร่งด่วน อาจทำให้รับประทานอาหารไม่ครบมื้อ หรือเป็นอาหารง่ายๆ การมีพฤติกรรมรับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำ ซ้ำๆเดิมๆ อาจเป็นปัจจัยส่งผลให้เกิดโรคที่มาจากการรับประทาน อย่างความดันโลหิตสูง น้ำหนักตัวเกิน โรคอ้วน ภาวะดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างโรคเบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง ส่งผลต่อภาระค่ารักษาพยาบาลที่จะเกิดในอนาคต เรามาปรับพฤติกรรมเดิมๆ ในการกินรสชาติจัดจ้าน ก่อนจะสายเกินไป ไม่ว่าจะรสหวาน เค็ม เผ็ด เปรี้ยว
 
                      รสหวาน อาหารรสหวานๆ เย็นๆ ชื่นใจ ยิ่งเฉพาะเวลาอากาศร้อน องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้เราบริโภคน้ำตาล 6 ช้อนชาหรือ 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน แต่คนไทยบริโภคกันประมาณวันละ 20 ช้อนชาเลยทีเดียว เพราะรสหวานนั้นแฝงแทบในอาหารทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นน้ำหวาน น้ำอัดลม ขนมหวาน เบเกอรี่ หรือสังเกตดูว่าบางท่านติดอาหารร้านประจำ เพราะใช้การเติมน้ำตาลทำให้เราชินกับรสชาติอาหาร จนกินร้านอื่นไม่อร่อย
 
                      รสเค็ม หลายคนกินเค็มแล้วกลัวเป็นโรคไต แต่โรคไตนั้นเป็นโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากภาวะความดันโลหิตสูง ที่ไม่ได้ใส่ใจรักษาอย่างต่อเนื่อง และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวาย อัมพาต ความเสื่อมจากการทำงานของไต และต้องล้างไตในที่สุด ตัวการหลักคือ ปริมาณโซเดียมที่อยู่ในอาหาร โดยเราต้องการโซเดียมในร่างกายประมาณ 2,400 มิลลิกรัมเท่านั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่มีรสเค็ม เช่น น้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสต่างๆ อาหารหมักดอง แปรรูป อาหารสำเร็จรูป ส่วนผงชูรสนั้นแม้รสไม่เค็ม แต่โซเดียมมากมาย นอกจากนั้นกลุ่มอาหารที่รสชาติไม่เค็ม อย่างขนมปังก็ยังมีผงฟู ทำให้พบโรคความดันโลหิตสูงจากการกินเค็ม 1 ใน 4 ของคนไทย เราควรงดนิสัยการกินเค็ม เติมน้ำปลา ซอสปรุงรสในอาหารให้น้อยลง เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ
 
                      รสเผ็ด อาหารไทยเต็มไปด้วยรสเผ็ดร้อน จัดจ้าน จากเครื่องเทศ สมุนไพรต่างๆ เป็นที่ทราบว่าอาหารรสจัดช่วยขับเหงื่อ ขับลม แต่กลับช่วยกระตุ้นความอยากอาหารมากขึ้น ทำให้ควบคุมปริมาณอาหารได้ยาก และรับประทานอาหารเกินปริมาณที่กำหนด อาหารรสเผ็ดมากๆ จะส่งผลให้มีอาการแสบท้อง ท้องอืด จุกเสียด และผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารก็จะทำให้อาการกำเริบมากขึ้น นอกจากนี้ อาหารเผ็ดประเภท แกงเผ็ด ผัดเผ็ด มีพริกแกงเป็นส่วนประกอบหลัก พริกแกงเหล่านี้ มีทั้งผงชูรส เกลือ กะปิ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง หลายครั้งที่เรามองข้ามไปว่าแค่กินเผ็ดคงไม่ส่งผลอะไรกับร่างกาย แต่เมื่อทราบถึงผลเสียแล้วควรจะลดการกินเผ็ดลง เพื่อสุขภาพดีในระยะยาว
 
                      รสเปรี้ยว อาหารที่มีรสเปรี้ยวมีแหล่งที่มา 2 แห่งคือ จากธรรมชาติ ผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ เช่น มะนาว มะขาม มะม่วง มะดัน มะยม สับปะรด มีวิตามินซีช่วยป้องกันบรรเทาอาการไข้หวัด เจ็บคอ ขับเสมหะ ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค ด้วยต้นทุนที่มีราคาแพงของผลไม้เหล่านี้ จึงมีการทดแทนรสเปรี้ยวจากสารสังเคราะห์ เช่น น้ำมะนาวสังเคราะห์หรือน้ำมะนาวขวด และน้ำส้มสายชู ที่มาปรุงรสชาติทดแทนรสเปรี้ยวจากธรรมชาติ รสเปรี้ยวช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารแต่หากรับประทานในปริมาณมากเกินไป จะทำให้ท้องเสียได้ นอกจากนั้นกรดที่อยู่ในสารสังเคราะห์จะกัดกร่อนกระดูก ทำให้กระดูกผุ ทำลายเคลือบฟัน เนื้อฟันทันที เราจึงมักมีอาการเสียวฟันเมื่อกินรสเปรี้ยวมากๆ และยังส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารไม่แพ้รสชาติอื่นๆ
 
 
 
เคล็ดลับลดความจัดจ้านของอาหาร
 
 
                      ชิมทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร เพราะบางเวลาเราเติมตามความเคยชิน พอมาชิมอีกที เอ้า!!รสเปรี้ยวไป เติมน้ำตาลนิดนึง หวานไป น้ำปลาอีกหน่อย ขอเผ็ดอีกนิด กว่าจะได้รสชาติที่กลมกล่อม อาหารจานนั้นก็เต็มไปด้วยรสชาติที่จัดจ้านทุกรสแล้ว
 
                      ลดการเติมเครื่องปรุงรสเพิ่ม เช่น ข้าวราดกะเพราไก่ไข่ดาว ตักน้ำปลาพริกใส่กะเพรา เหยาะซอสปรุงรสในไข่ดาว ทำให้ได้รับโซเดียมจากการปรุงเพิ่มมากขึ้น
 
                      ลดการรับประทานอาหารสำเร็จรูปและดูฉลากโภชนาการทุกครั้ง เพื่อทราบถึงพลังงาน ปริมาณและสารอาหารที่ควรบริโภค จะช่วยลดความเสี่ยงที่มาจากอาหารสำเร็จรูปได้
 
                      อย่ามองว่าความชอบในรสชาติอาหารของแต่ละท่านเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เพราะอาจจะเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพสูงกว่าค่าอาหารที่ซื้อมารับประทาน ควรค่อยๆ ปรับพฤติกรรมความเคยชินจากการเติมปรุงอาหารลงและควรหันมาใส่ใจการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อป้องกันหรือทราบความเสี่ยงของโรคจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เพราะเมื่อเริ่มปรับเปลี่ยนก็จะช่วยป้องกันให้ท่านมีสุขภาพที่ดีตลอดไป
 
 
 
 
ขจีพรรณ แก้วโสตร์
 
นักกำหนดอาหาร แผนกโภชนาการ
 
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน