
สานศิลป์บนลายสลักไทย
06 ส.ค. 2558
ศิลปะวัฒนธรรม : สานศิลป์บนลายสลักไทย
การนำผักผลไม้มาบรรจงแกะสลักให้สวยก่อนรับประทาน กลายเป็นเรื่องที่มองเห็นอยู่ไม่มากนักในปัจจุบันของยุคเร่งรีบและทันสมัย แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่พร้อมอนุรักษ์ให้ยังคงอยู่ผ่านวิชาชีพ การศึกษา และกิจกรรมยามว่างที่วันก่อน พวกเขาได้มารวมตัวกันสร้างสรรค์ผลงานแกะสลักอย่างเต็มที่เพื่อการประกวดและเผยแพร่ศักยภาพงานฝีมือไทยยุคดิจิทัลว่ายังคงสวยงามเพียงใด ในการประกวดแกะสลักผัก-ผลไม้ ผสานงานใบตอง ดอกไม้สด ครั้งที่ 17 ในหัวข้อง “ท่องเที่ยววิถีไทย ก้าวไกลทั่วโลก” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เปลี่ยนบรรยากาศห้องบอลรูมของโรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน ให้เป็นสวนงานสลักขนาดใหญ่จากผลงานของผู้เข้าประกวด 24 ทีม ที่บอกเรื่องราวการท่องเที่ยวไทยผ่านพืช ผัก ผลไม้ ได้อย่างน่าน่าตื่นตา
การประกาศผลเริ่มจากรางวัลชนะเลิศประเภทโรงแรมและบุคคลทั่วไป ตกเเป็นของนักแกะสลักกลุ่มโรงแรมคอนราด ตัวแทนผู้รับรางวัลอย่าง นรุตม์ชัย สมใจ และ ธีรพล พาหิน เล่าด้วยความดีใจว่า ผลงานชิ้นนี้ชื่อ “สวรรค์เมืองไทย” สลักโดยทีมงานหลักทั้งหมด 4 คน จำลองพระเจดีย์องค์ใหญ่ ของวัดวัดพระศรีสรรเพชญ์ จ.อยุธยา ที่ใครมาเมืองไทยก็ต้องแวะมาสักการะและชื่นชมความงาม ผสมกันเรื่องราวการสืบสานประเพณีวันลอยกระทงปลายปีนี้ที่เมืองสุโขทัย เทศกาลแห่เทียนพรรษา วิถีชีวิตชาวตลาดน้ำ การท่องเที่ยวทะเล และจำลองการทำส้มตำในงานแกะสลักอีกด้วย ใช้พญานาคเชื่อมความสำคัญของเหตุการณ์ทั้งหมดในผลงาน พร้อมทำคชปักษาสัตว์ที่คอยปกปักรักษาป่าหิมพานต์มีหัวเป็นช้าง ตัวเป็นนก หางเป็นปลา จากใบตองเป็นตัวแทนแห่งการปกปักรักษาความอุดมสมบูรณ์
นรุตม์ชัย เล่าเสริมด้วยความภูมิใจว่าในสายงานโรงแรมหลายครั้งที่คณะทูต บุคคลสำคัญของประเทศต่างๆ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาพักอยากจะเห็นงานฝีมือของบ้านเรามาก มีการติดต่อขอให้ในห้องพัก ห้องประชุม และในมื้ออาหารมีงานแกะสลักไทยเข้าไปอยู่ในบรรยากาศการพักผ่อน หรือทำงาน บางรายขอให้ช่างฝีมือมานั่งสอนแกะสลักผักผลไม้ให้เลยก็มี หัตถกรรมแขนงนี้จึงเป็นเหมือนงานฝีมือที่ชาวต่างชาติยกย่องให้เป็นหน้าเป็นตา เมื่อประดับที่ไหนก็จะแสดงให้เห็นว่าที่นี่คือประเทศไทย
ด้านรางวัลชนะเลิศประเภทสถาบันการศึกษา ผลงานของวิทยาลัยอาชีวศึกษา นครปฐม ก็เข้าตากรรมการด้วยองค์ประกอบงานสมดุลมีเรื่องราวสนุกสนานของการแห่เทียนพรรษา ไปจนถึงการท่องเที่ยวภาคต่างๆ ของประเทศไทย รัชชดา บุตรเบ้า ตัวแทนนักแกะสลักรุ่นใหม่กว่า 20 ชีวิตเล่าว่างานชิ้นใหญ่ต้องแบ่งงานกันตามความถนัดตั้งแต่งานใบตอง งานแกะดอกไม้ ผลไม้ และรูปสัตว์ต่างๆ ความยากอยู่ที่การจำลองเทียนพรรษารูปเรือหงส์ ที่ต้องใช้ความละเอียดดูจากแบบแกะเทียนจริงๆ วาดและแกะให้ชินมือกันก่อนมาประกอบเป็นชิ้นเรือ งานชิ้นนี้ก็ถือเป็นกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันระหว่างพี่น้องในสถาบันเชื่อว่าการประกวดจะเป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องรู้สึกสนุกและเห็นความสำคัญของงานหัตถกรรมไทยแขนงนี้มากขึ้นได้
ปิดท้ายที่ทีมชนะเลิศยอดเยี่ยม ที่คว้าถ้วยรางวัลพระราชทานไปครอง ได้แก่ ผลงาน “อิ่มบุญ อุ่นใจ ท่องเที่ยววิถีไทย วิถีพุทธ” จากกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดย เมธากรานต์ เตจ๊อกุล ตัวแทนผู้ชนะจากสาขาคหกรรม แขนงศิลปะประดิษฐ์ เล่าว่าได้คอนเซ็ปต์จากศาสนาพุทธซึ่งมีวัดวาอารามเป็นศูนย์รวม นักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทยก็อยากเห็นศิลปะชั้นสูงลวดลายวิจิตรบรรจง อยากเห็นศิลปะความเป็นอยู่ของแต่ละภาค ในผลงานมีการจำลองพระธาตุดอยสุเทพ การขี่ช้างล่องแพของภาคเหนือ ภาคอีสานได้จำลองพระธาตุพนม ประเพณีแห่เทียนพรรษา ความเชื่อเรื่องพญานาค ภาคใต้จะเป็นทะเล ปะการังดอกไม้ต่างๆ ส่วนภาคกลางจะเป็นประตูวัดพระแก้วแต่ประยุกต์จั๋วให้คล้ายกาแลของภาคเหนือ กับเก๋งจีนของภาคกลางผสมผสานกัน
“ส่วนที่ยากที่สุดคือการแกะสลักพญานาค และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ต้องเน้นโครงหน้ารายละเอียดให้ชัดเจน ใส่โค้งให้ได้สัดส่วนทำให้มีชีวิตชีวามากที่สุด ถ้าเป็นผลงานที่ทำร่วมกันเยอะๆ เช่นชิ้นนี้ ต้องแบ่งงานกันให้ชัดเจน และเตรียมแรงเพื่อแกะสลักงานผักผลไม้ที่เสียง่ายทำล่วงหน้าไม่ได้ต้องแกะก่อนวันประกวดภายใน 1 คืน ดังนั้นทีมงานต้องมีความอดงาน รับผิดชอบสูง ซึ่งตัวเองคิดว่าแกะสลักไทยเป็นงานต้องอนุรักษ์แต่สิ่งสำคัญกว่าเราต้องมีใจรักมาก ถ้าได้เรียนรู้จะเห็นว่าเป็นงานละเอียดทำให้เรามีสมาธิมาขึ้น น่าค้นหา สามารถต่อยอดความคิดไปได้เรื่อยๆ และสานต่อไปงานหัตกรรมแขนงอื่นๆ ได้ไม่ยากนัก” ตัวแทนผู้ชนะเล่าถึงการทำงาน
หลังทราบผลการตัดสินประธานในพิธีมองรางวัล ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เดินชมผลงานอย่างละเอียดพร้อมชื่นชมว่าในปีนี้มีคนรุ่นใหม่สนใจเข้ามาประกวดเยอะขึ้นมาก ทุกคนมีฝีมือพื้นฐานที่เก่ง ประณีต มีการใส่วิธีการใหม่ๆ เช่น ทำดอกมะลิจากระเทียมโทน การแกะสลักไดโนเสาร์ ของนักเรียน จ.ขอนแก่น ที่นำอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดตัวเองมาแกะสลักแบบร่วมสมัยดูสนุกมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคนิคเลียนแบบธรรมชาติทั้งน้ำตก ปะการัง สัตว์ทะเล เกล็ดของปลาและพญานาคได้สมจริง เมื่อชมแล้วรู้สึกปลื้มใจว่าศาสตร์เหล่านี้มีการสืบสานที่ดี การันตีว่าช่างฝีมือชาวไทยนั้นเก่งที่สุดในโลกเช่นเคย



