ไลฟ์สไตล์

ตลาดนัดแห่งนี้เป็นตลาดนัดมาเฟียจริงหรือ ?

ตลาดนัดแห่งนี้เป็นตลาดนัดมาเฟียจริงหรือ ?

04 ส.ค. 2558

เปิดซองส่องไทย : ตลาดนัดแห่งนี้เป็นตลาดนัดมาเฟียจริงหรือ ?

 
                       ตลาดนัดมาเฟีย แม้แต่ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรายังไม่กล้า หลังจากทำงานเป็นเภสัชโรงพยาบาลได้ระยะหนึ่ง ดิฉันจึงออกมาเปิดร้านยาในปี 2545 ซื้ออาคารพาณิชย์ติดริมถนนทางหลวงดอนสีนนท์-บ้านโพธิ์ ต.บ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากนั้นอีก 2 ปี เทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ และ ส.จ.ฉะเชิงเทรา ได้จัดตลาดนัดบนทางหลวงดังกล่าว ปิดทางเข้าออกร้านดิฉันทุกด้าน ดิฉันจึงยื่นฟ้องศาลปกครองถึงเหตุความเดือดร้อน
 
                       เนื่องจากร้านขายสินค้าให้โรงงานอุตสาหกรรมในนิคมต่างๆ จำเป็นต้องใช้รถยนต์ขนถ่ายสินค้า ศาลได้มีคำพิพากษาคดีนี้ในปี 2549 ให้เพิกถอนการจัดตลาดนัดดังกล่าว ตั้งแต่ศาลมีคำพิพากษามาจนถึงปี 2558 เกือบ 10 ปี ตลาดนัดแห่งนี้ยังคงขายอยู่ที่สถานที่เดิม วัน เวลา เดิม ไม่เคยย้ายไปไหน ดิฉันพยายามต่อสู้ด้วยตัวเองตามลำพังถึง 3 ปี (2549-2552) ไปพบตั้งแต่ปลัดอำเภอบ้านโพธิ์, ศูนย์ดำรงธรรม, ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา (ผ่านไปถึง 2 คน) เพื่อไปแจ้งเรื่องที่จำเลยเป็นหน่วยงานของรัฐไม่ทำตามคำพิพากษาศาล
 
                       จนกระทั่งผู้ว่าฯ คนหนึ่งส่งภาพดำๆ มองดูเห็นต้นไม้บางส่วน แยกไม่ออกว่าเป็นป่าละเมาะที่ไหน แจ้งมาว่า นายอำเภอบ้านโพธิ์ส่งมาให้ดูว่าย้ายตลาดไปยังสถานที่ตามภาพถ่าย น่าแปลกว่าคนระดับผู้ว่าฯ กลับยอมรับเอกสารที่คลุมเครือดูไม่ออกแบบนั้นได้อย่างไร ถ้าตลาดย้ายไปแล้ว ก็ควรเป็นภาพตลาดที่มีแม่ค้าขายของกัน ดิฉันจึงถ่ายภาพตลาดมาเฟียนี้ว่าของจริงยังคงอยู่ ไปให้ผู้ว่าฯ ดู คราวนี้เลขาฯ ท่านโทรมาว่าให้ ไปแจ้งข้อมูลกับศูนย์ดำรงธรรม ทางศูนย์ให้ดิฉันไปแจ้งต่อศาลปกครองอีกรอบ ศาลก็ตอบว่า ไม่ใช่หน้าที่ของศาล
 
                       ดิฉันยังไม่ละความพยายาม ด้วยการไปพบ ส.ส.ฉะเชิงเทราที่บ้านพัก พอไปถึงก็เล่าให้ฟังว่า เทศบาลบ้านโพธิ์จัดตลาดนัดละเมิดคำสั่งศาล แต่กลับเอาแผงเหล็กงานจราจรมากั้นหน้าร้านดิฉันในช่วงที่มีตลาดนัด เวลาดิฉันขับรถมาถึงต้องลงมายกแผงเหล็กนี้ออก ซึ่งหนักมาก (10 กก.) และชาวบ้านที่มาซื้อของตลาดนัดก็เอารถมาจอดขวางหน้าแผงเหล็กอีกชั้นหนึ่ง ดิฉันต้องลงไปโยกรถจักรยานยนต์ที่จอดล็อกคอไว้ออกก่อน จึงจะยกแผงเหล็ก แล้วค่อยเลื่อนรถเข้าไปได้ เมื่อเข้ามาแล้ว ถ้าจะออกไปในช่วงที่ตลาดนัดยังไม่เลิกก็ต้องทำแบบเดียวกับตอนเข้ามา
 
                       ตลาดนัดแห่งนี้ขายกัน 3 วันต่อสัปดาห์ วันละ 5 ชั่วโมง เมื่อท่าน ส.ส.ฟังแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดหานายกเทศมนตรีบ้านโพธิ์ แต่กลับพูดว่ามีคนเขามาร้องเรียนเรื่องตลาดนัด เขาบอกว่ายกเหล็กหนัก ผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียว ดูแลหน่อย แต่ตลาดตรงนั้นเลิกตามคำสั่งศาลไม่ได้ มันจะกระทบคนจำนวนมาก” ท่าน ส.ส.คงจะนึกถึงแต่ฐานเสียงจนลืมไปว่า ตลาดนัดที่นัดกันมาขายของบนถนน จนเหลือช่องจราจรเพียงช่องเดียว และความจอแจของตลาดแบบนั้นกระทบต่อผู้ใช้ถนนจำนวนมากเช่นกัน และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย
 
                       ดิฉันไม่รู้จะไปพึ่งใครได้อีก จึงต้องทนยกแผงเหล็กนั้น ต่อมาถึง 10 ปี ไม่มีใครมาดูแล ได้แต่แก้ไขความลำบากในการเข้าออกด้วยวิธีเมื่อกลับมาร้านแล้วไม่ออกไปไหนอีก จนกระทั่งเดือนมิถุนายน 2558 นี้ จำเป็นต้องออกไปคุมคนงานก่อสร้างบ้านด้วยตัวเอง เข้าออกจากร้านในช่วงตลาดนัดหลายรอบส่งผลให้วันพุธที่ 24 มิถุนายน รถยนต์ที่จอดไว้หน้าร้านตัวเองในช่วงเวลาบ่าย 4 โมง ถึง 1 ทุ่ม และมีตลาดนัด ถูกขูดเป็นรอยลึก ยาว 8 รอย ตำรวจไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้ ดิฉันจึงลุกขึ้นสู้อีกครั้ง
 
                       และเนื่องจากครั้งที่แล้ว ลูกน้องนายกเทศมนตรีคนนี้พูดปลุกระดมแม่ค้าออกโทรโข่ง ให้มีความโกรธแค้น และนำพวกแม่ค้ามาโห่ร้องขับไล่ดิฉันที่ร้าน ให้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ดิฉันจึงเขียนเรื่องนี้มาเพื่อขอแรงสนับสนุน จากคนทั่วประเทศ ช่วยดิฉันสู้กับมาเฟียกลุ่มนี้ด้วยค่ะ
 
 
เทเรซา
 
 
ตอบ
 
 
                       นายประดิษฐ์ โรจนพร นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชี้แจงว่า ในเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดตั้งตลาดนัดในพื้นที่สาธารณะดังกล่าวนั้น การจัดตั้งตลาดนัดในพื้นที่สาธารณะบริเวณดังกล่าวได้จัดตั้งเป็นตลาดนัดชุมชนในชื่อว่า “ไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้” ซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายตามที่กระทรวงมหาดไทยอนุญาตทุกประการ ซึ่งเมื่อชุมชนสามารถทำได้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ จึงได้ดำเนินการจัดตั้งตลาดนัดดังกล่าวขึ้น ซึ่งตลาดนัดแห่งนี้จะเปิดค้าขายเพียงแค่ 3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น ซึ่งเปิดตลาดดังกล่าวมาเป็นเวลาหลายปี มีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาค้าขายสินค้าต่างๆ มากมาย ซึ่งการจราจรบนถนนเส้นดังกล่าวในช่วงเวลาที่ตลาดเปิดให้บริการจะมีเหลือเส้นทางการเดินรถถึง 4 ช่องทาง แบ่งเป็น 2 ช่องไป และ 2 ช่องกลับ ซึ่งผู้ใช้ถนนสามารถเดินทางได้ตามปกติ
 
                       สำหรับกรณีที่ผู้ร้องเรียนบอกว่ามีเจ้าหน้าที่ของทางเทศบาลไปพูดปลุกระดมชาวบ้านนั้น ขอรับรองว่าไม่ใช่คนของนายกเทศมนตรีแน่นอน และไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องเพราะการกระทำเช่นนั้นถือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ไม่สมควรกระทำ เพราะควรพูดคุยกันด้วยเหตุผลหรือทางกฎหมายมากกว่า ทั้งนี้อาจเป็นผู้อื่นที่ไม่พอใจกรณีดังกล่าวแล้วมาพูดแสดงความไม่พอใจหรือเปล่า นายกต้องขอเวลาในการตรวจสอบก่อนว่าเป็นใคร