ไลฟ์สไตล์

ไอทีรีวิว : Nikon 1 J5 จี๊ดจ๊าด จับใจ

ไอทีรีวิว : Nikon 1 J5 จี๊ดจ๊าด จับใจ

02 ส.ค. 2558

ไอทีรีวิว : Nikon 1 J5 จี๊ดจ๊าด จับใจ : โดย...ไซเบอร์แบต

 
                      ช่วงนี้มีกล้องหลายตัวผ่านเข้ามือผู้เขียน สัปดาห์นี้ก็ถึงคิวของ Nikon 1 J5 กล้องมิเรอร์เลสตัวเล็กเปลี่ยนเลนส์ได้ เป็นรุ่นน้องของ Nikon 1 J4 ที่ส่งมาทำตลาดก่อนหน้านี้ โดยเจ้า J5 มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงให้ตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ยุคใหม่มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จอแสดงผลแบบทัชสกรีน ที่สามารถพับขึ้นได้ 180 องศา ช่วยให้การถ่ายภาพเซลฟี่ทำได้สะดวก 
 
                      จุดเด่นที่ชัดเจนนอกเหนือจากหน้าจอพับได้แล้ว คือ กล้องตัวนี้มีขนาดเล็ก แต่จับถือได้สะดวก มีการพัฒนากริปมือจับให้นูนขึ้นเข้ากับอุ้งมือได้พอดี ที่สำคัญยังออกแบบมาในแนว เรโทรนิดๆ เล่นสีที่ตัดกันระหว่างหนังเทียมสากๆ กับพื้นผิวโลหะด้านบน ทำให้โดดเด่นสะดุดตาคอกล้องแนวเรโทรกันเลยทีเดียว
 
                      กล้องตัวนี้พกพาความละเอียดเซ็นเซอร์ มามากถึง 20.8 ล้านพิกเซล และใช้เซ็นเซอร์แบบ CMOS backside-illumination รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนด้วยระบบประมวลผลภาพ EXPEED 5A รุ่นล่าสุด มีการเพิ่มปุ่มฟังก์ชั่น (Fn)ที่ใช้ในการกำหนดค่าที่ใช้งานบ่อย ใส่วงแหวนควบคุมการทำงาน หน้าจอ LCD ทัชสกรีนที่ปรับเอียงได้เพื่อให้ง่ายต่อการถ่ายเซลฟี่ สามารถควบคุมการทำงานแบบแมนวลได้เต็มรูปแบบ พร้อม Wi-Fi® ในตัวและรองรับเทคโนโลยี NFC รองรับการบันทึกภาพยนตร์แบบ 4K ที่จะให้ความคมชัดในระดับ ultra high-definition 
 
                      เจ้า Nikon 1 J5 ไม่มีช่องมองภาพแบบวิวไฟน์เดอร์มาให้ แต่ก็เป็นธรรมดาสำหรับกล้องขนาดเล็กประเภทนี้ที่มักจะตัดช่องมองภาพออกไปเพื่อสงวนพื้นที่ไว้ใช้ใส่ฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่จำเป็นมากกว่าแทน
 
                      ปุ่มปรับการทำงานด้านบนนูนขึ้นมาและเกาะกลุ่มอยู่บนด้านซ้ายมือ เว้นช่องว่างไว้มากพอสำหรับการปรับการทำงานได้สะดวก ปุ่มชัตเตอร์สำหรับภาพนิ่งแยกต่างหากจากปุ่มสั่งการบันทึกวิดีโอ ถัดไปเป็นปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นหลักที่มีโหมดการทำงานให้เลือกทั้ง Auto P A S M และฟังก์ชั่นโปรแกรมการถ่ายภาพกีฬา วิดีโอ Creative Mode และการถ่ายภาพแอ็กชั่น 
 
                      ยิ่งใน Creativity Mode นั้นมีการเพิ่มลูกเล่นการรังสรรค์ภาพเข้ามา ทั้งภาพแบบ Fisheye  Nostalgic sepia Retro HDR Selective color ทำให้การสร้างภาพในแบบที่ต้องการนั้นเป็นไปได้ง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องไปทำงานจบที่คอมพิวเตอร์ 
 
                      ส่วนระบบเดิมที่เป็นจุดเด่นของนิคอน เช่น Active D-Lighting เปิดรายละเอียดในส่วนมืดมากขึ้นนั้นก็มีเข้ามาอยู่ในกล้องตัวนี้ด้วยเช่นกัน
 
                      ประกอบกับการทำงานของระบบออโต้โฟกัสขั้นสูงแบบ 171 จุดและแบบ phase-detection 105 จุด ให้โฟกัสที่ถูกต้อง เสริมด้วยกลไก contrast-detect AF เข้ากับ phase-detection ซึ่งช่วยให้ได้โฟกัสสมจริงเต็มเฟรม ทำให้เมื่อเวลาใช้งานจริงนั้นได้ภาพที่มีจุดโฟกัสที่ต้องการจริงอย่างที่นิคอนเขาอวดอ้างมา 
 
                      นิคอนยังเพิ่มความเร็วของการโฟกัสในระดับ 20 เฟรมต่อวินาที ทำให้การใช้งานในเวลาจริง แบบที่ต้องรีบคว้ากล้องขึ้นมาถ่ายในโมเมนท์นั้นๆ เป็นไปได้ ซึ่งผู้เขียนได้ทดลองใช้ฟังก์ชั่นนี้ในการถ่ายภาพรถที่วิ่งอย่างรวดเร็ว ที่ผ่านหน้าอย่างฉับพลัน ก็สามารถเก็บภาพได้เป็นที่น่าพอใจ 
 
                      คุณภาพของไฟล์ภาพออกมาเป็นที่น่าประทับใจสำหรับกล้องขนาดเล็กที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาด กว้าง 13.2x8.8 มม. และให้ความละเอียดสูงที่ 20.8 ล้านพิกเซล ซึ่งนิคอนบอกว่าเซ็นเซอร์แบบ CMOS backside-illumination ที่ใส่มานั้นมีการเพิ่มช่องทางในการรับแสงของเซลล์รับแสงบนเซ็นเซอร์ให้มากขึ้น ทำให้สีของภาพอิ่มตัว ชัดเจน ยิ่งภาพที่ถ่ายใน Creative mode นั้นยิ่งให้อารมณ์ของภาพตามโหมดการใช้งานได้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็น ซีเปีย หรือ Selective Color
 
                      ขณะที่การถ่ายภาพในช่วงกลางคืนโดยไม่ใช้แฟลช และเร่งปรับค่า ISO ขึ้นไปสูงๆ ซึ่งถ้ากล้องไม่ดีจริงจะปรากฏสัญญาณรบกวน (Noise) ขึ้นมาในภาพมากมาย โดยเจ้า Nikon 1 J5 สามารถปรับค่า ISO สูงสุดที่ 12800 และเริ่มปรากฏสัญญาณรบกวนในภาพที่ ISO 1600 ขึ้นไปซึ่งในความสว่างขนาดนี้เทียบกับเซ็นเซอร์ขนาดนี้ ถือว่ากล้องตัวนี้เก่งเรื่องการลดสัญญาณรบกวนมากทีเดียว
 
                      ในชุดทดสอบผู้เขียนได้รับบอดี้ Nikon 1J5 กับ เลนส์ Nikkor 10-30 mm. F3.5-5.6 ที่ต้องคูณระยะทางยาวโฟกัสเข้าไปอีก 2.7 เท่า (เมื่อเทียบกับเซ็นเซอร์ระดับฟูลเฟรม) ทำให้ได้ความยาวโฟกัสเริ่มต้นที่ 27 และสิ้นสุดที่ 81 มม. ได้ช่วงที่เหมาะกับการถ่ายภาพทั่วไป ภาพบุคคล เพราะได้ความยาวโฟกัสเทียบเท่ากับเลนส์นอร์มอลของกล้องระดับฟูลเฟรม ทำให้ถ่ายสนุกได้ภาพที่หลากหลาย สีผิวของแบบอิ่ม เป็นธรรมชาติ ไม่จัดจ้านเหมือนกับกล้องรุ่นก่อนๆของนิคอน 
 
                      อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพด้วยกล้องตัวนี้ต้องอาศัยความอดทนและมุ่งมั่นกับการทำความเข้าใจเมนูในตัวกล้องค่อนข้างมาก เนื่องจากมีเมนูฟังก์ชั่นให้ใช้งาน “มาก” เลยทีเดียว แต่เมื่อทำความเข้าใจแล้ว ก็จะสนุกกับการใช้งานกล้องตัวนี้ไปเอง และกล้องรุ่นใหม่อย่าง Nikon 1J5 ยังมาพร้อมกับระบบ Wi-Fi ในเครื่อง พร้อมรองรับเทคโนโลยี NFC โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์หรืออุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี NFC ได้ทันที
 
                      ในภาพรวมแล้วการใช้งานเจ้า Nikon 1J5 ทำให้ผู้เขียนสนุกกับการถ่ายภาพ ทั้งจากโหมดการถ่ายภาพที่หลากหลาย และการโฟกัสที่ไว ที่สำคัญ “น้ำหนักเบา” ทำให้ถือไปไหนมาไหนได้อย่างสบายตัวสบายใจจริงๆ ครับ
 
 
 
 
------------------------
 
(ไอทีรีวิว : Nikon 1 J5 จี๊ดจ๊าด จับใจ : โดย...ไซเบอร์แบต)