ไลฟ์สไตล์

'เสือโคร่ง' ใกล้สูญพันธุ์ เปิดห้างกระตุ้นอนุรักษ์

'เสือโคร่ง' ใกล้สูญพันธุ์ เปิดห้างกระตุ้นอนุรักษ์

02 ส.ค. 2558

'เสือโคร่ง' ใกล้สูญพันธุ์ เปิดห้างกระตุ้นอนุรักษ์ : โดย...เม่นแคระ

 
                      “เสือโคร่ง” เป็นสัตว์เฉพาะถิ่นที่กระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปของทวีปเอเชีย ตั้งแต่เอเชียตะวันออกจนถึงตะวันออกกลาง ใน 13 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า เนปาล รัสเซีย เวียดนาม และไทย โดยปัจจุบันมีประชากรเสือทั่วโลกไม่เกิน 3,500 ตัว ใน 9 ชนิด ทว่า สูญพันธุ์ไปแล้ว 3 ชนิด
 
                      สำหรับในบ้านเรามีราว 250 ตัว ส่วนใหญ่อยู่ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผืนป่าตะวันตก เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อุทยานแห่งชาติคลองลาน รวมถึงอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา
 
                      ปัจจุบันเสือโคร่งทุกชนิดจัดเป็นสัตว์ที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น) ดังนั้น ปี ค.ศ.2010 ทุกประเทศที่มีเสือโคร่งอาศัยอยู่ในธรรมชาติได้ทำสัตยาบันร่วมกัน ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ว่า ในปี ค.ศ.2022 ทุกประเทศจะต้องทำให้ประชากรเสือโคร่งในป่าอนุรักษ์เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวจากปริมาณที่มีอยู่ปัจจุบัน พร้อมกับกำหนดให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี จัดเป็น “วันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก”
 
                      นับแต่นั้นประเทศไทย โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงได้จัดงาน “วันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก” ในทุกๆ ปี เพราะเสือโคร่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2546 ประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
 
                      เช่นเดียวกับเมื่อวันที่ 29-31 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงร่วมกับดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ-ประเทศไทย บี.กริม ไปรษณีย์ไทย ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และองค์กรพันธมิตร ร่วมกันจัดงาน “วันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก” ภายใต้ธีม “THAIS FOR TIGERS: คนไทยไว้ลายเสือ” เพื่อจุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ รวมพลังคนไทย ในการร่วมกันเพิ่มจำนวนเสือโคร่งแมวตัวใหญ่ของคนไทยทุกคน ที่มีเหลืออยู่เพียง 200 ตัว ในผืนป่าของไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
 
                      โดยภายในงานมีการเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองของคนไทยหัวใจรักเสือโคร่งจากหลายวงการ ได้แก่ อดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, “ติ๊ก” เจษฎาภรณ์ ผลดี ศิลปินที่ได้เผยแพร่เรื่องราวจากผืนป่าอันเป็นบ้านของเสือโคร่งและสัตว์ป่านานาชนิดพันธุ์, นัชญ์ ประสพสิน ผู้สนับสนุนงานอนุรักษ์เสือโคร่งผ่านการแชร์ข้อมูลงานอนุรักษ์ให้แฟนเพจ “ทูนหัวของบ่าว” กว่า 2 ล้านคน, พงษ์ศักดิ์ จักษุเวช ประธานหอการค้าเยอรมัน-ไทย ประธานบริษัท บี.กริม เทรดดิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด ตัวแทนจาก บี.กริม ผู้สนับสนุนการทำงานของดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ-ประเทศไทย ในการอนุรักษ์เพื่อพื้นฟูประชากรเสือโคร่ง และดร.โรเบิร์ต สไตน์เมทซ์ นักชีววิทยาจาก ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ-ประเทศไทย
 
                      ดร.โรเบิร์ต กล่าวว่า ประชากรเสือโคร่งรอบโลกได้ลดลงอย่างน่าใจหายไปกว่าร้อยละ 97 ในศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุหลักคือการถูกล่าเอาชีวิต รวมถึงสัตว์ที่เป็นอาหารของเสือโคร่งเองก็ถูกล่า และปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าที่สืบเนื่องกันมาเรื่อยๆ จนส่งผลกระทบเชิงลบต่อการขาดสมดุลและความสมบูรณ์ของพื้นป่า
 
                      “วันนี้ทางหนึ่งที่แก้ไขได้คือ คืนระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กลับมา ด้วยการฟื้นฟูอนุรักษ์ประชากรเสือโคร่งประเทศไทยเป็น 1 ใน 13 ประเทศที่ยังคงมีเสือโคร่งอินโดจีนอยู่ประมาณ 200 ตัว โดยเฉพาะในผืนป่าตะวันตก รวมทั้งผืนป่าแม่วงก์-คลองลาน โดยเมื่อ พ.ศ.2553 ประเทศไทยได้ให้คำมั่นสัญญา ณ การประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยการอนุรักษ์เสือโคร่งที่ประเทศรัสเซียว่า จะฟื้นฟูจำนวนประชากรเสือโคร่งจาก 200 ตัว ที่มีอยู่ในประเทศไทย ให้เป็น 300 ตัว ภายในปีเสือรอบต่อมาคือ ปี พ.ศ.2565”
 
                      อีกทั้งไฮไลท์อีกอย่างคือ การเปิดตัวชุดแสตมป์พิเศษ “แม่วงก์-คลองลาน ผืนป่าแห่งความหวัง” ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ-ประเทศไทย และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สัตว์ป่าให้คงอยู่สืบไป
 
 
 
 
 
------------------------
 
('เสือโคร่ง' ใกล้สูญพันธุ์ เปิดห้างกระตุ้นอนุรักษ์ : โดย...เม่นแคระ)