ไลฟ์สไตล์

เที่ยวนี้ขอเล่า : บินไกลไป 'ซานติอาโก'

เที่ยวนี้ขอเล่า : บินไกลไป 'ซานติอาโก'

02 ส.ค. 2558

เที่ยวนี้ขอเล่า : บินไกลไป 'ซานติอาโก' : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] IG - kan_hongthong

 
                      โชคชะตาพัดพาให้ฉันเดินทางไกลไปทวีปอเมริกาใต้อีกครั้ง จะเรียกว่าเป็นรอบที่ 3 ของดินแดนแถบละตินอเมริกาก็ว่าได้
 
 
เที่ยวนี้ขอเล่า : บินไกลไป 'ซานติอาโก'
 
 
                      แผนถูกรื้อปรับขยับเปลี่ยนตลอด 2 เดือนก่อนเดินทาง ชักประเทศนี้เข้า ดึงประเทศนั้นออก เป็นแบบนี้อยู่สักระยะ ก่อนจะสะเด็ดได้ที่ เที่ยวนี้มุ่งหน้าบินไปตั้งหลักที่ ประเทศชิลี (Chile) ก่อนจะเบนเข็มไปหาประเทศอื่นด้วยหมายมั่นจะบินไปหมู่เกาะอีสเตอร์ (Easter Island) เมืองที่เหมาะจะตั้งหลักดีที่สุดจึงหนีไม่พ้น กรุงซานติอาโก (Santiago) ระหว่างฉันกับซานติอาโกไม่ใช่คนแปลกหน้าของกันและกันสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมาฉันก็ดั้นด้นมาที่นี่รอบหนึ่งแล้ว 
 
 
เที่ยวนี้ขอเล่า : บินไกลไป 'ซานติอาโก'
 
 
                      เที่ยวนี้เหาะเหินเดินอากาศมากับสายการบินเคแอลเอ็ม(www.klm.co.th) เขามีเที่ยวบินเข้าอเมริกาใต้ราวๆ 10 เมือง นอกจากซานติอาโก ก็ยังมีลิมา กิโต กัวยากิล โบโกตา คาราคัส บูเอโนสไอเรส ริโอ เดอ จาเนโร เซาเปาโล และมอนเตวิเดโอ ใครจะเลือกบินเข้าจากประเทศหนึ่งและออกจากอีกประเทศหนึ่งก็ได้
 
                      จะไปอเมริกาใต้กับเคแอลเอ็ม ต้องแวะเมืองอัมสเตอร์ดัมเพื่อเปลี่ยนเครื่อง จะแวะเที่ยวอัมสเตอร์ดัมก่อนก็ได้ แล้วค่อยบินต่อไปอเมริกาใต้ อาจจะบินระยะไกล รวมแล้วเกิน 30 ชั่วโมง แต่บริการบนเครื่องก็สะดวกสบายไม่ใช่น้อย แถมเรื่องเอนเตอร์เทนเมนท์ก็หายห่วงมีหนังใหม่ๆ ให้ดูตลอดการเดินทาง
 
 
เที่ยวนี้ขอเล่า : บินไกลไป 'ซานติอาโก'
 
 
                      เป็นการบินแบบมาราธอนมาก เมื่อมาถึงจึงเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งยังเรือนพักที่จับจองไว้ผ่านเว็บไซต์เอ็กซีเดีย (www.expedia.co.th) เขามีโรงแรมทั่วโลกให้เลือกกว่า 510,000 แห่งทั่วโลก แถมเดี๋ยวนี้สะดวกสบายแค่โหลดแอพพลิเคชั่นของเอ็กซ์พีเดียไว้บนสมาร์ทโฟน อยู่ที่ไหนก็จองห้องพักได้ 
 
                      บอกกันไว้อีกสักนิดสำหรับเรื่องวีซ่า ว่าชิลีเป็นอีกประเทศหนึ่งในอเมริกาใต้ที่คนไทยมาเที่ยวโดยไม่ต้องทำวีซ่า เขาอนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน 
 
                      ฉันพาตัวเองมาถึงเรือนพักย่านใจกลางเมือง จึงพบว่าหลายปีผ่านมาซานติอาโกแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่นัก รถรายังแน่นเหมือนเดิมในช่วงชั่วโมงธุรกิจ และที่เหมือนไทยคือถ้าเป็นวันศุกร์เมื่อไหร่ก็คล้ายเป็นวันรถติดแห่งชาติ ผู้คนจะพากันออกจากนครหลวงเพื่อมุ่งหน้าไปยังบ้านในต่างจังหวัด หรือไม่ก็ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันในช่วงสุดสัปดาห์ ราวๆ บ่ายสามเป็นต้นไปของวันศุกร์ รถราจึงเริ่มแน่นถนน     
 
                      และถึงจะคุ้นเคยกับซานติอาโกมาบ้างแล้ว แต่ฉันก็ยังคงรักษาระดับความปลอดภัยให้ตัวเอง ถึงแม้ว่าชิลีจะเป็นประเทศที่อยู่ในข่ายมีความปลอดภัยที่สุดในละตินอเมริกา แต่ฉันก็ไม่เคยวางใจ นักท่องเที่ยวจากเอเชียยังคงเป็นเป้าหมายของกลุ่มมิจฉาชีพ เพราะพวกนี้จะคิดว่าคนเอเชียที่เดินทางมาท่องเที่ยวชิลีได้คงเป็นพวกมีสตุ้งสตางค์ พวกล้วงวิ่งชิงจี้ก็ยังมีให้เห็นในเมืองท่องเที่ยวอยู่บ่อยๆ 
 
 
เที่ยวนี้ขอเล่า : บินไกลไป 'ซานติอาโก'
 
 
                      สถานที่บางแห่งดูสวยงามและเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ก็อย่าได้วางใจว่าจะปลอดภัยเสมอไป เพราะตอนกลางวันยังดูสวยใสอยู่ดีๆ พอลับตาดวงตะวันเท่านั้นแหละ มุมนี้อาจจะกลายเป็นดงโจรเลยก็ว่าได้
 
                      อีกเรื่องหนึ่งที่นักท่องเที่ยวอาจกังวลใจบ้างเมื่อมาถึงที่นี่ คือ เรื่องแผ่นดินไหว เพราะชิลีเป็นประเทศที่ติดกลุ่มเสี่ยงสูงเรื่องแผ่นดินไหว อุบัติภัยจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1647 ครั้งนั้นทำลายอาคารเก่าแก่และงดงามพังทลายลงราบเป็นหน้ากลอง แต่ถ้าเป็นครั้งรุนแรงล่าสุดก็เกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2010 ที่ผ่านมานี้เอง หลังจากเกิดแผ่นดินไหว สึนามิก็คร่าชีวิตผู้คนไปไม่ใช่น้อย
 
                      มาชิลีเที่ยวนี้มีอีกหลายเรื่องที่ฉันเองก็เพิ่งรู้ หลังจากสนทนากับชาวเมืองมากขึ้น ทำให้รู้ว่าคนที่นี่เขานิยมดื่มชากันมาก เวลาเดินไปตามท้องถนนอาจจะเห็นร้านกาแฟเยอะก็จริง แต่ถ้าเป็นชาวพื้นเมืองจริงๆ เขานิยมดื่มชามากว่า เป็นรองก็แค่ตุรกีและจีนเท่านั้น และไม่ใช่แค่เรื่องชาเท่านั้นที่ชิลีติดท็อปทรี สถิติในการบริโภคขนมปังด้วย โดยถ้าวัดเรื่องจำนวนก็เยอะเป็นรองแค่เยอรมันเท่านั้น 
 
                      หลังจากสำรวจถนนหนทางเส้นหลักๆ ใจกลางเมือง ฉันก็พุ่งไปรายงานตัวกับห้องนั่งเล่นประจำเมืองหลวง ที่นั่นคือ จัตุรัสอาร์มาส มุมที่เป็นหลักกิโลเมตรที่ศูนย์ของประเทศ และยังเป็นศูนย์กลางของเมืองที่ห้อมล้อมไว้ด้วยอาคารสำคัญๆ และแน่นอนว่าใครอยากจะประท้วงใคร อยากป่าวประกาศอะไร อยากแสดงอะไร ก็มาประเดประดังกันในมุมนี้แหละ
 
                      วันนี้ก็เช่นกัน มุมหนึ่งมีเสียงสุภาพสตรีท่านหนึ่งตะโกนโหวกเหวกผ่านเครื่องกระจายเสียง หล่อนคงกำลังแสดงความเห็นอะไรสักอย่างที่เรียกผู้คนได้ไม่ใช่น้อย ส่วนพวกนักแสดงเร่ ก็ยังคงเปิดการแสดงกันไปตามมุมต่างๆ มีทั้งเด็กวัยรุ่นเล่นดนตรี ครูพานักเรียนมาเต้นระบำรำฟ้อนสไตล์ชิลี อีกมุมหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือพวกศิลปิน มาเปิดแผงขายภาพและวาดภาพกันสดๆ ให้แก่นักเดินทาง
 
                      ริมจัตุรัสยังมีงานประติมากรรมแปลกๆ ที่เป็นรูปใบหน้าคนขนาดใหญ่ นี่คืออนุสาวรีย์คนพื้นเมืองของชาวชิลีที่ว่ากันว่า ดั้งเดิมเป็นพวกชาวอินเดียน
 
 
เที่ยวนี้ขอเล่า : บินไกลไป 'ซานติอาโก'
 
 
                      อีกมุมหนึ่งของจัตุรัสเป็นรูปปั้นของบัลดิเบียนั่งอยู่บนหลังม้าอย่างสง่าผ่าเผย ข้อหาเป็นผู้ก่อร่างสร้างเมืองซานติอาโก และมุมที่ทุกคนเป็นต้องเดินเข้าหาคือชายคามหาวิหารแห่งซานติอาโกที่อยู่ริมจัตุรัสนั่นเอง 
 
                      หอมปากหอมคอกับการแวะชมเมืองซานติอาโก เที่ยวนี้สถานทูตชิลีในประเทศไทย แนะนำว่าลองไปเที่ยวไวน์เนอรี่ก็น่าสนุก เพราะชิลีจัดว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลิตไวน์ดีมีคุณภาพส่งออกไปขายทั่วโลก
 
                      ฉันจึงนั่งรถออกนอกเมืองไปเที่ยวไร่องุ่นชื่อ William Cole Vineyards ที่อยู่ห่างออกไปราวๆ หนึ่งชั่วโมงจากซานติอาโก 
 
                      อาจไม่ใช่ฤดูกาลที่สวยนัก เพราะเป็นช่วงที่องุ่นถูกเก็บเกี่ยวไปหมดแล้ว จึงดูแห้งแล้งไปหน่อย ก็แต่ก็น่าสนุกตรงที่ได้ดูกระบวนการผลิตในขั้นตอนต่างๆ ไปจนถึงชิมไวน์รสชาตินุ่มลิ้นไปหลายแบบ สนุกสนานตามท้องเรื่อง 
 
                      เป็นการเดินทางเที่ยวที่ทำให้รู้จักชิลีมากขึ้น เข้าถึงซานติอาโกมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ฉันประจักษ์คือชิลีจึงยังเป็นประเทศที่มีเสน่ห์น่าค้นหาเสมอในสายตาของนักเดินทาง
 
 
 
 
------------------------
 
(เที่ยวนี้ขอเล่า : บินไกลไป 'ซานติอาโก' : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] IG - kan_hongthong)