
ปรับนิดแต่งหน่อยอร่อยไม่มโน '99 rest'
02 ส.ค. 2558
ชวนชิม : ปรับนิดแต่งหน่อยอร่อยไม่มโน '99 rest'
ไหนๆ ก็อิงกระแสชีวิตช้าๆ อย่างการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพดีแถมไม่เป็นพิษภัยต่อสิ่งแวดล้อม เลยขอเติมเต็มอีกนิดด้วยการพักผ่อนใต้ร่มเงาไม้สูงใหญ่ พร้อมรับประทานอาหารอร่อยและดีต่อสุขภาพ สำคัญคืิอการใช้วัตถุดิบปรุงแต่งที่มาจากธรรมชาติโดยเฉพาะกลุ่มพืชผักออแกนิก ซึ่งทั้งหมดที่พูดมานี้รวมอยู่ในร้าน “99 เรสท์ แบ็คยาร์ด คาเฟ่” ย่านพระราม 9 ร้านไม่ได้ใหม่กิ๊กทว่าแต่ละช่วงเวลาก็มีความแปลกใหม่มานำเสนอได้ตลอด
แรกสัมผัสชวนให้รู้สึกว่าร้านนี้จะนั่่งมุมไหนก็สบายกาย-ใจ เพราะตัวร้านแทรกอยู่ท่ามกลางไม้ยืนต้นโดยเฉพาะจามจุรีแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นร่มเงา ด้านหน้ามีสระขนาดย่อมและน้ำพุเล็กๆ ปลุกให้มีชีวิตชีวา หลังร้านเป็นสนามหญ้ากว้าง รอบๆ แซมด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ นอกจากจะช่วยให้ร่มรื่นผ่อนคลายร้อนแล้ว ยังใช้ประโยชน์ในการวางโต๊ะทานข้าวทำจากไม้ไว้ห่างๆ กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อม บรรยากาศแบบนี้ถ้าเป็นช่วงพลบค่ำหรือหน้าหนาวเย็นสบายนักแล แต่ฤดูกึ่งฝนกึ่งร้อนเลือกที่นั่งมุมโปรดภายในร้านติดแอร์น่าจะเหมาะกว่า เสร็จสรรพกางเมนูสำรวจรายการอาหารถึงกับอมยิ้มเพราะมีให้เลือกแบบนานาชาติทั้งคาวหวาน ที่สำคัญน่าจะถูกปากใครที่ชอบแนวประยุกต์ปรับนั่นนิดนี่หน่อยได้รสชาติแปลกใหม่แต่ลงตัวอารมณ์ “ฟิวชั่น”
ไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งของกินเล่นตามธรรมเนียม “ยำส้มโอหอยเชลล์” เสิร์ฟมาบนกาบหอยเชลล์ขนาดเท่าฝ่ามือ 3 กาบรองด้วยใบชะพลูอ่อนที่ร้านปลูกเอง ตัวยำใช้ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งเนื้อสีขาวใสรสหวานลืมต้น เวลายำออกมาแล้วกลมกล่อมไม่ฝาดลิ้น เข้ากับน้ำยำรสเปรี้ยวหวานกำลังดีปรุงจากกะทิสด น้ำพริกเผา น้ำตาลปิ๊บ น้ำปลา พริกชี้ฟ้าแดง เคี่ยวจนเหนียวได้ที่แล้วเพิ่มความพิเศษด้วยเนื้อหอยเชลล์ไซส์จัมโบ้ที่ฉ่าบนกระทะร้อนๆ พอให้เนื้อหวานกรุบแบบมีเดียมแรร์ฟ้องว่าสดจริง กลายเป็นยำส้มโอที่มีลูกเล่นชวนกินกว่าที่เคย
มาถึงอีกหนึ่งจานกินเล่นอารมณ์อิตาเลี่ยนที่น่าจะถูกใจแฟนคลับความบางกรอบของแป้งตอติญ่า “คริสปี้ตอติญ่าเวอราโนแฮมแอนด์ชีส” เห็นหน้าตาพื้นๆ แต่ทำไม่ง่ายเลย นั่นจึงการันตีความเด็ด สำคัญที่อุณหภูมิตอนย่างแป้งตอติญ่า เพราะถ้าไม่เหมาะเจาะลงตัวแป้งจะเหนียวและนิ่มเกินไป ประกอบกับมีชีสเป็นส่วนผสมด้วยจึงต้องใช้กระทะ 2 ใบย่างทีละด้านจนกรอบนอกนุ่มในเท่าๆ กัน ได้ที่แล้วเพิ่มรสด้วยซอสบัลซามิคเปรี้ยวๆ เคี้ยวเพลินไม่แพ้จานแรก แต่ต้องไม่ลืมเผื่อท้องสำหรับจานหลักอย่าง “สปาเก็ตตี้ไส้อั่ว” ฟังชื่อคลิกทันทีว่าฟิวชั่นจริง ผัดมาแห้งๆ ตัวเส้นลวกพอกรุบๆ ก่อนลงผัดจะได้ไม่เปื่อยนิ่ม ใส่พริกแห้งแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่าอ่อนสับ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ไส้อั่วสั่งมาจากเชียงรายนำไปอบแทนย่างหรือทอดเพื่อไม่ให้แตกมันเกินไป ชิมแล้วสะดุ้งลิ้นกับความเข้ากันได้ดีระหว่างเส้นสปาเก็ตตี่้ของฝรั่งกับไส้อั่วไทยๆ ต้องลอง เช่นเดีียวกับ “อุด้งผัดขี้เมาทะเล” ผัดสไตล์ไทยเปลี่ยนจากเส้นสปาเก็ตตี้หรือก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่เดิมๆ เป็นอุด้งเหนียวนุ่ม ที่แน่ๆ รสจัดจ้านและเต็มปากเต็มคำด้วยกุ้งลายสือตัวใหญ่ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และหอยเชลล์ไซส์จัมโบ้เหมือนเดิม
ความกล้าในการฉีกขนบเดิมๆ ยังไม่หมด อยากให้ลอง “ข้าวผัดน้ำจิ้มแจ่วหมูกระเทียม” ขั้นตอนสำคัญคือการผัดข้าวใส่หอมแดง ผักชีลาว และตัวชูรสอย่างแจ่วที่ปรุงจากน้ำมะขาม น้ำตาลปิ๊บ น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาวแทนน้ำปลา และุข้าวคั่ว ส่วนหมูกระเทียมใช้ส่วนสันคอหมักแล้วทอดแล้วลงผัดคลุกลงไป ผัดมาแห้งๆ หอมเครื่องและหอมข้าวออร์แกนิก เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มแจ่วอีสานแต่ไม่ใส่ข้าวคั่วไว้เติมรสเผื่อใครอยากแซบอีก แต่ถ้าแซบพอแล้วมองหาความหวานแก้คาว 99 เรสท์ ขึ้นชื่อเรื่องขนมหวานหลากรูปแบบ อย่างขนมสไตล์ฝรั่งเศส “เลม่อนกลาสจิงเจอร์” ขาจรขาประจำคุ้นลิ้นดีว่าเนียมนุ่มและไม่เลี่ยนแม้จะมีส่วนผสมของครีม ไข่แดง น้ำตาลทรายแดง แซมด้วยผลไม้จำพวกเบอรี่แต่งรสด้วยคาราเมลก็เป็นสัดส่วนกำลังดี ท้ายที่สุดตบด้วยเครื่องดื่มฉีกกฎอีกแล้วกับ “มะม่วงน้ำปลาหวานปั่น” เอาใจคนชอบมะม่วงดิบจิ้มน้ำปลาหวานแต่อาจจะเบื่อการเคี้ยวให้ติดฟันเลยเปลี่ยนมาเททุกอย่างรวมกันปั่นใส่น้ำแข็ง จิบแล้วชื่นใจไปอีกแบบ
ใครกำลังเบื่อความจำเจ ลองปั่นจักรยานไปสัมผัสความหมายดีๆ นี้ได้ 99 เรสท์ อยู่พระราม 9 ซอย 41 เปิดให้บริการจันทร์ถึงศุกร์ บ่าย 3 ถึง 5 ทุ่ม ส่วนเสาร์และอาทิตย์เปิดเร็วอีกนิด 11 โมงปิดเวลาเดิม พิเศษทุกเสาร์เติมชีวิตชีวาด้วยดนตรีสดเบาๆ แนวแจ๊ส ตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 3 ทุ่มครึ่ง และทางร้านถือโอกาสฝากบุญกับโครงการ “ฟู้ดฟอร์กู้ด” สั่งอาหารตามเมนูที่กำหนดเท่ากับร่วมบริจาค 10 บาทเพื่อเป็นทุนอาหารให้น้องๆ 3 มูลนิธิ สอบถามเพิ่มเติมโทร.0-2300-4339



