ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่1ส.ค.2558

คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่1ส.ค.2558

01 ส.ค. 2558

คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่1ส.ค.2558 : แล่ม จันท์พิศาโล

             *** งานประกวดพระ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จัดโดย คณะนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ ๒๕ ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ มีผู้ร่วมงานอย่างคับคั่ง เก็บเงินรายได้กว่า ๒๖.๔ ล้านบาท เฉพาะค่าส่งพระกว่า ๔.๕ ล้านบาท...พระชุดเบญจภาคี มีผู้ส่ง พระแท้ เข้าประกวดกว่า ๑๐๐ องค์ ส่วนที่เป็น พระไม่แท้ ถูกคัดออกมีหลายร้อยองค์ ถือว่าเป็นการตรวจสอบพระไปในตัว สำหรับ พระสมเด็จ ที่ติดรางวัลมีหลายองค์ วันนี้ คมเลนส์ส่องพระ ขอนำมาลงให้ชมเป็นวิทยาทาน ๒ องค์ คือ องค์แรก พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์ องค์นี้มีความสวยงามคมชัดมาก ผิวพระสะอาด จุดสำคัญคือ องค์พระอยู่ในกรอบ ๓ เหลี่ยม เมื่อลากเส้นจากปลายพระเกศลงมายังปลายฐานชั้นล่างสุดทั้ง ๒ ด้าน จะไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดขององค์พระโผล่ออกนอกกรอบ ๓ เหลี่ยมนี้ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับ “เจดีย์” เซียนพระสมัยก่อนจึงเรียกพระพิมพ์นี้ว่า พิมพ์ทรงเจดีย์ เส้นต่างๆ บนองค์พระ รวมทั้งเส้นซุ้มครอบแก้ว มีลักษณะหนากว่าพิมพ์อื่นๆ


            ** องค์ที่ ๒ คือ พระสมเด็จ พิมพ์เส้นด้าย กรุวัดบางขุนพรหม เส้นสายต่างๆ ของพระพิมพ์นี้มีลักษณะบางกว่าพิมพ์อื่นๆ ขณะเดียวกัน วงแขนที่ประสานกันในท่าสมาธิจะมีลักษณะเหมือนวงกลม โย้เล็กน้อย องค์พระมีคราบกรุบางๆ ปรากฏทั่วทั้งองค์ สภาพโดยรวมถือว่ามีความสวยงามพอสมควร ** องค์ต่อไป ส่งมาจากศ.นพ.พรพรหม เมืองแมน รองหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ ฝ่ายการศึกษาหลังปริญญา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล คือ พระกริ่งตั๊กแตน บัวตุ่ม ยุคแรก แชมป์งานสมาคมที่ ๑ หลายครั้ง...พระกริ่งตั๊กแตน สร้างโดย พระเจ้าชัยวรมัน ที่ ๗ กษัตริย์ขอมผู้เรืองอำนาจในอดีต องค์นี้เป็นพระกริ่งองค์ดาราในตำรา พระกริ่งเบญจภาคี (กริ่งนอก) ของทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ ตามประวัติ พระกริ่งตั๊กแตน มี ๔ พิมพ์ คือ พิมพ์ฐานบัวฟองมัน (เหมือนเลข ๑ ไทย) พิมพ์ฐานบัวตุ่ม พิมพ์ฐานบัวเม็ดมะยม และพิมพ์ฐานบัวฟันปลา เป็นพระเนื้อสัมฤทธิ์ กลับดำมันวาว สวยงามมาก เช่าหากันที่หลักแสนกลางขึ้นไป

            ** พระปิดตาหลวงพ่อปล้อง วัดหลุมดิน เนื้อเมฆพัด จ.ราชบุรี เริ่มสร้างประมาณ พ.ศ.๒๔๗๑ ระหว่างการสร้างศาลาการเปรียญ โดยใช้แร่ธาตุต่างๆ เช่น ทองแดง ทองเหลือง ตะกั่ว ดีบุก กำมะถัน ฯลฯ นำมาผสมหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน มีสีดำเป็นมันวาว หลวงพ่อจะจารอักขระไว้ด้วยตัวท่านเองทุกองค์ แล้วจึงปลุกเสก ลักษณะเป็นพระนั่งปิดทวารทั้งเก้า แบ่งออกเป็น พิมพ์ใหญ่, พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก พระปิดตา หลวงพ่อปล้อง ได้รับการยกย่องให้เป็น ๑ ใน ๕ พระปิดตามหาอุด เนื้อเมฆพัด สุดยอดนิยมอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ซึ่งได้แก่ ๑.พระปิดตามหาอุด หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม  ๒.พระปิดตามหาอุด หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม  ๓.พระปิดตามหาอุด หลวงปู่จันทร์ วัดบ้านยาง จ.นครปฐม  ๔.พระปิดตามหาอุด หลวงพ่อปล้อง วัดหลุมดิน จ.ราชบุรี  และ๕.พระปิดตามหาอุด หลวงพ่อชม วัดบางปลา จ.นครปฐม ... สำหรับ พระปิดตา หลวงพ่อปล้อง วัดหลุมดิน องค์นี้เป็น พิมพ์ใหญ่ มีภาพอยู่ในหนังสือ ลุ่มน้ำแม่กลอง เอื้อเฟื้อภาพโดย พ.อ.พิเชษฐ์ เพ็ชรอินทร์ เสนาธิการ กรมทหารช่างที่ ๑๑

            ** ในแวดวงผู้ชำนาญ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ คนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่า มีสายตาเฉียบขาด คือ หนู ระนอง พบกันทุกงานประกวดพระ เลยฝากภาพมาให้ชม องค์แรก พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พิมพ์ใหญ่ เตารีด เอ สภาพสวยสมบูรณ์ แม้จะผ่านการใช้มาบ้าง แต่ก็ยังคมชัดอยู่ ที่สำคัญ คือ เป็นพระแท้ดูง่าย ** ต่อไปเป็น เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่น ๒ ไข่ปลาใหญ่ พิมพ์ไม้มลาย (ตรงคำว่า “วัดช้างไห้) เหรียญรุ่นนี้ของแท้มีน้อย พบเห็นยาก เนื่องจากทางโรงงานแกะชื่อวัดผิด ก็เลยสั่งหยุดปั๊ม เหรียญในภาพนี้ถือว่ามีความสมบูรณ์พอสมควร เป็นเหรียญของ หนู ระนอง เช่นกัน ** นิทรรศการ การประมูล การประกวดพระเครื่อง และเหรียญพระคณาจารย์ ณ คิง เพาเวอร์ฯ ถนนรางน้ำ เพื่อหารายได้จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันพุธที่ ๒๙ กรกฎาคม-วันอาทิตย์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๘  ขอรายงานข่าวและภาพในสัปดาห์ต่อไป ** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้  ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***

             *** หนึ่งในเครื่องรางมงคล “ลูกสะกดพยัคฆราช” หลวงพ่อสมชาย วัดปริวาสฯ สร้างตามตำราเก่าของ หลวงพ่อวงษ์ ปลุกเสกวิชาหัวใจพยัคฆ์ นานถึง ๑๐ พรรษา (พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๘)...“ลูกสะกดพยัคฆราช” นี้ได้สร้างตามตำราเก่าของ หลวงพ่อวงษ์   ที่ได้มอบให้แก่  หลวงพ่อสมชาย ผู้เป็นศิษย์เพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับการถ่ายทอดวิชา “หัวใจพยัคฆ์”...ลูกสะกดพยัคฆราช  รุ่นนี้คงรูปแบบลูกสะกดทรงกลม เจาะรูตรงกลางเพื่อแขวนหรือร้อยเป็นตะกรุด ออกแบบเป็นรูป “พญาพยัคฆราชอ้าปาก” ดูงามสง่า น่าเกรงขาม...ลูกสะกด ในอดีตมีการสร้างทั้งเนื้อดิน เนื้อผง และเนื้อโลหะ อาจใช้แทนเป็น ลูกประคำ เป็นลูกคั่น มีสัณฐานกลมเกลี้ยง ขนาดอาจจะใหญ่กว่า หรือเท่ากับ “ลูกอม” แต่มีการเจาะรูตรงกลางเพื่อร้อยเชือก แล้วประกบหัวท้ายกับ “ตะกรุด” ไม่ให้เคลื่อนที่ หรืออาจจะไม่เจาะรูก็ได้...สำหรับคำว่า “สะกด” หมายถึง การข่ม หรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เคลิบเคลิ้มอยู่ภายใต้อำนาจ...ถือฤกษ์ออกให้บูชาในวันอาทิตย์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ นี้ซึ่งเป็นวันครบรอบวันมรณภาพ ๑๑๓ ปีของ หลวงพ่อวงษ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดปริวาสฯ ปัจจัยในการบูชาวัตถุมงคลรุ่นนี้ทั้งหมดจะสมทบทุนการก่อสร้าง หมู่กุฏิสงฆ์ วัดปริวาสฯ เป็นเรือนแถวอาคารปูน ๒ ชั้น ค่าก่อสร้างประมาณ ๑๕ ล้านบาท... สอบถามรายละเอียดได้ที่ พระปลัดบุญเรือง ปุญญวโร วัดปริวาสราชสงคราม ถนนพระราม ๓ ซอย ๓๐ โทร.๐-๒๒๙๔-๗๗๑๑, ๐๘-๔๘๙๐-๘๑๘๑, ๐๘-๗๑๑๓-๓๕๑๒
           
             ** จากพระกริ่งนอก มาสู่ พระกริ่งไทย คือ พระกริ่งชินสีห์ วัดบวรฯ สร้างประมาณ พ.ศ.๒๔๙๐ พร้อมกับ พระกริ่งสัมพุทโธ ส่วนใหญ่จะปรากฏชื่อที่ฐานด้านหน้า บริเวณต่ำกว่าบัวชั้นล่างลงมา มีลักษณะเป็นตัวตอกทีละตัว คมลึกลงในเนื้อพระ ส่วนด้านหลังบางองค์จะตอกตัวย่อ “ส ห” ซึ่งยังไม่มีหลักฐานว่าหมายถึงอะไร แต่มีบางท่านให้ความเห็นว่า อาจจะเป็นพระที่นำไปแจกที่ จ.สิงห์บุรี ก็ได้...พระชุดนี้หล่อฐานกลวง และปิดฐานด้วยแผ่นทองฝาบาตร แต่หลายองค์ที่พบโลหะมักหลุด...พระกริ่งชินสีห์ มีลักษณะพิมพ์เดียวกับ พระกริ่งพระศรีศาสดา ต่างกันที่อักษรจารึกที่ฐานด้านหน้าเท่านั้น องค์นี้เป็นพระของ ฐกร บึงสว่าง กรรมการผู้จัดการ สายวางแผนจัดการเพื่อการลงทุน บริษัท แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน) **

            ** พระบูชาหลวงพ่อทวด รุ่น ๑๐๐ ปี สนามบินดอนเมือง ปี ๒๕๕๗ เนื้อบรอนซ์นอก (ออสเตรเลีย) รมดำ ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว พุทธศิลป์สวยงามมาก ความหมายสุดยอด พิธีพุทธาภิเษกยิ่งใหญ่ที่สุด รูปแบบเหมือนกับ พระบูชา หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้ ปี ๒๕๐๓ ถึง ๒๕๑๒ สมัยพระอาจารย์ทิม เจ้าอาวาส วัดช้างให้ โดยองค์ หลวงพ่อทวด ประทับอยู่บนดอกบัว ช่วยป้องกันคุ้มครองภัยผู้ที่เกิดทั้ง ๑๒ นักษัตริย์ และยังมีช้าง ๒ เชือก จากวัดช้างให้ เกี่ยวดอกบัวถวาย หลวงพ่อทวด อีกด้วย ติดต่อบูชาได้ที่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย โทร.๐๘-๔๙๗๑-๙๘๖๔, ๐๘-๕๙๕๕-๑๘๑๘,๐๘-๖๐๙๙-๓๓๗๘ **

คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่1ส.ค.2558