
'หมามุ่ย'อีกหนึ่งความหวังของผู้ป่วยพาร์กินสัน
31 ก.ค. 2558
หมามุ่ย อีกหนึ่งความหวังของผู้ป่วยพาร์กินสัน : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ
โรคพาร์กินสัน เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของสมองและระบบประสาท ที่ถือได้ว่าเป็นโรคประจำอันดับ 2 ของผู้สูงอายุ รองมาจากโรคอัลไซเมอร์ คนไทยสมัยโบราณรู้จักโรคนี้ในนามของ ‘โรคสันนิบาตลูกนก’ แต่ไม่ได้มีการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ
โรคพาร์กินสัน เกิดจากความเสื่อมของสมองส่วนที่ควบคุมการหลั่งสารสื่อประสาทโดพามีน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว และยังพบว่าสารพิษ อนุมูลอิสระ ก็มีส่วนในการทำลายเซลล์สมองส่วนที่ควบคุมการหลั่งโดพามีนเช่นกัน ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการสั่น และมักเป็นข้างเดียว โดยเฉพาะที่มือ อาการอื่นๆ ที่อาจพบร่วมด้วย เช่น เดินช้าลง แขนไม่แกว่ง ทรงตัวไม่สม่ำเสมอ และยังพบว่าผู้ป่วยอาจมีอาการซึมเศร้า หดหู่ และความจำเสื่อมร่วมด้วย
ปัจจุบัน ยาหลักที่ใช้รักษาโรคพาร์กินสัน หากเป็นผู้ป่วยอายุยังไม่ถึง 70 ปี หรือมีอาการของโรคไม่มาก แพทย์จะเริ่มใช้ยาในกลุ่ม MAO-B inhibitor เช่น Selegiline ออกฤทธิ์เพิ่มระดับโดพามีนในสมอง หรือ Dopamine agonists เช่น Pramipexole, Bromocriptine ออกฤทธิ์จับกับตัวรับโดพามีนในสมอง เหตุผลที่เลือกใช้ยาในสองกลุ่มนี้ก่อน เนื่องจากช่วยชะลอการดำเนินของโรคได้ และมีฤทธิ์ปกป้องเซลล์สมอง (neuroprotective effect) สำหรับ Selegiline ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นผลดีต่อโรค
สำหรับผู้ป่วยอายุมากกว่า 70 ปี หรือมีอาการของโรคมาก แพทย์จะเลือกใช้ยา Levodopa ซึ่งข้อเสียของ Levodopa คือ หลังจากใช้ยากลุ่มนี้ไประยะเวลาหนึ่ง จะทำให้เกิดอาการไม่สม่ำเสมอต่อยา (motor fluctuation) เช่น ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ายาหมดฤทธิ์เร็วกว่าเดิม
ในส่วนของหมามุ่ยนั้น มีบันทึกการใช้เมล็ดหมามุ่ยในตำราอายุรเวทของอินเดีย เพื่อรักษาอาการของโรคที่มีลักษณะคล้ายโรคพาร์กินสัน ซึ่งปัจจุบันได้มีการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของหมามุ่ยอย่างกว้างขวาง พบว่าในเมล็ดหมามุ่ยมีสารที่เรียกว่า แอล-โดปา (L-dopa) ถึง 3.1-6.1% และอาจพบสูงถึง 12.5% ในขณะที่ส่วนใบของหมามุ่ยพบเพียง 0.5% ซึ่ง แอล-โดปา เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์โดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่มีอิทธิพลสูงต่อระบบสืบพันธุ์ Arvid Carlsson โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนเป็นผู้ค้นพบสารนี้ และได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ. 2000
L-dopa ในหมามุ่ยมีข้อดีกว่ายาสังเคราะห์ Levodapa ตรงที่มีความแรงในการออกฤทธิ์มากกว่า Levodopa 2-3 เท่า เมื่อเปรียบเทียบในขนาดเทียบเท่ากับ Levodapa เดี่ยว โดยมีการตั้งสมมุติฐานว่า ในสารสกัดเมล็ดหมามุ่ยอาจมีสารสำคัญบางตัวที่ทำหน้าที่เหมือน Dopamine Decarboxylase Inhibitors ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ต้องให้ร่วมกับ Levodopa เสมอ เพื่อยับยั้งเอนไซม์ Dopamine Decarboxylase ที่จะทำลาย Levodopa อันจะทำให้การออกฤทธิ์ของ Levodopa ลดลง
นอกจากนี้ยังพบว่า เมล็ดหมามุ่ยยังออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า และมีระยะเวลาการออกฤทธิ์นานกว่า Levodopa/Carbidopa และเมล็ดหมามุ่ยยังมีฤทธิ์ปกป้องเซลล์สมอง (neuroprotective effect) ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านความเครียดที่ส่งผลให้เซลล์สมองถูกทำลาย (การศึกษาในหนูทดลอง) เพิ่มระดับกลูตาไทโอน ซึ่งจะมีปริมาณลดลงในหนูทดลองที่มีภาวะเครียด มีฤทธิ์จับกับโลหะหนัก ซึ่งช่วยปกป้องการถูกทำลายของ DNA ในเซลล์สมอง
ในใบแรกที่งอกออกมาจากเมล็ด (cotyledon) ของเมล็ดหมามุ่ย ยังพบส่วนประกอบสำคัญที่ส่งผลดีต่อการรักษาพาร์กินสัน คือ Nicotine adenine dinucleotide และ coenzyme Q-10 บางการศึกษายังพบว่าหมามุ่ยช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทจำพวก ซีโรโทนิน ซึ่งเป็นผลดีในการรักษาอาการซึมเศร้า จึงอาจกล่าวได้ว่าในอนาคตหมามุ่ยอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่พัฒนาขึ้นเป็นยาเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยพาร์กินสัน ทดแทนยาสังเคราะห์จากต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรนำหมามุ่ยมาทำเป็นยารักษาเอง จนกว่าจะมีผลการศึกษายืนยันในด้านสายพันธุ์ของหมามุ่ยที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้ในคน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
โทร.037-211-289
.......................................
กิจกรรมศูนย์การเรียนรู้ฯ เดือนสิงหาคม 2558
“สมุนไพร…ดูแลหัวใจแม่”
ผู้หญิงเป็นเพศที่ชื่นชอบและหลงใหลในความหอม ไม่ว่าจะวิถีชาวบ้าน หรือแม้แต่ในรั้วในวังก็ยังมีการใช้ “เครื่องหอม” ในการอาบ อบ ทา หรือดื่ม
โดยในวันที่ 1-2, 8-9, 15-16 สิงหาคม 2558 พบกับกิจกรรม สมุนไพรดูแลใจ จากภายในสู่ภายนอก สาธิตการทำ “ชาดอกไม้…กลิ่นกายหอม” สาธิตการทำ “ยาหม่อง…นวดท้องสำหรับสตรี” และร่วมเรียนรู้การใช้สมุนไพรเพื่อบำรุงหัวใจ ทำให้หัวใจสดชื่น ทำอย่างไรให้กลิ่นกายหอม
ในวันที่ 22-23, 29-30 สิงหาคม 2558 พบกับกิจกรรม สมุนไพรอบ นวด ลดปวด บำรุงดวงใจ การสาธิต “การอบสมุนไพรให้กายหอม” สาธิตการทำ “น้ำมันนวด…สูตรหอมบำรุงหัวใจ” สาธิตการทำ “ชาสมุนไพร…สูตรหัวใจชื่นบาน” และร่วมเรียนรู้ วิธีการนวด การอบสมุนไพรเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่
พบกับกิจกรรมดีๆ เหล่านี้ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดเดือนสิงหาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ที่ศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชนด้านการแพทย์แผนไทย ตึกพิพิธภัณฑ์เจ้าพระยาอภัยภูเบศร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนร่วมกิจกรรมได้ที่ โทร.037-211-088 ต่อ 3333 หรือ 08-7582-0597



