
ตัวตนปนสังคมบิดเบื้ยว
30 ก.ค. 2558
ศิลปวัฒนธรรม : ตัวตนปนสังคมบิดเบื้ยว
บ่อยครั้งที่ผลงานสร้างสรรค์ของศิลปินเน้นบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวมากกว่าจะมุ่งสะท้อนความเป็นไปในสังคมโดยตรง เฉกเช่นกับผลงานศิลปะแปลกตาที่จัดแสดงอยู่ในพื้นที่ศิลปะเล็กๆ ภายในอาร์ตทอรี่ แกลเลอรี่ สีลม 19 ชื่อ “ดิสตอร์ชั่น (Distortion)” หรือความบิดเบี้ยว บิดเบือน นิทรรศการแสดงคู่ของสองศิลปินรุ่นใหม่ที่เผยมุมมองการตีความสิ่งต่างๆ ผิดแผกออกไปตามแต่ความรู้สึกส่วนตัว ก่อเกิดเป่็นงานศิลป์ที่มีเอกลักษณ์และเปี่ยมด้วยความหมาย
บริเวณชั้น 3 เด่นสะดุดตาด้วยจิตรกรรมสีฉูดฉาดผลงานของ “เล็ก” พิเชษฐ์ ชูพุ่ม มหาบัณฑิตทัศนศิลป์ เอกจิตรกรรมจากรั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เล่าถึงแนวคิดของผลงานที่เหมือนเป็นการทดลองชุดนี้ว่า เป็นเรื่องที่รู้สึกและอยากทำในขณะนั้น วันหนึ่งกำลังหล่อประติมากรรมปูนก็นึกถึงรูปทรงที่ผิดแผกออกไป เป็นความบิดเบี้ยวของรูปทรงที่มองแล้วตีความได้หลายมุม และมีช่วงหนึ่งที่สนุกกับวิธีการเขียนรูปแและลงสีอย่างบางเบา ครั้งนี้จึงอยากเน้นความหนักของเส้นสีมากขึ้น
“เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ผมจัดแสดงผลงานร่วมกับเพื่อนที่เรียนด้วยกัน ครั้งก่อนเป็นลักษณะผลงานนำเสนอเพื่อขอจบปริญญาโท เนื้อหาเน้นความรุนแรง ครั้งนี้พัฒนาจากเดิมพอสมควร บางอย่างต่อเติมให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ให้ความรู้สึกเรียลิสติกมากขึ้น จะเรียกว่าเป็นงานทดลองอีกครั้งก็ว่าได้ หรือค้นพบตัวตนของตัวเองมากขึ้น” ศิลปิน กล่าว
มองให้ลึกในผลงานจิตรกรรมเส้นสีชัดเจนที่ไม่อาจระบุได้ว่าจะตีไปในทิศทางไหน ทว่าเจ้าของผลงานไกด์แนวคิดคร่าวๆ ถึงความหมาย อย่างผลงานชื่อ “เปเปอร์ คราวน์ หมายเลข 2” ที่หยิบเอามงกุฎกระดาษมาเล่าเรื่อง เป็นความรู้สึกส่วนตัวของศิลปินขณะสร้างสรรค์งาน อยู่ในโลกส่วนตัวที่ทึกทักไปเองว่าเป็นราชา เป็นทัศนคติที่ไม่มีผิดหรือถูก เช่นเดียวกับอีกผลงานชื่อเดียวกัน “เปเปอร์ คราน์” แต่คราวนี้มาในภาพหญิงสาวกับมงกุฎกระดาษ พูดถึงผู้หญิงที่ต้องการความงาม โดยนำภาพที่พบเห็นได้ตามอินเทอร์เน็ตมาขบคิด เป็นกระบวนการคิดเหมือนถ่ายสำเนาเอกสารออกมา ให้หน้าตาและรูปร่างของสาวๆ ที่สมัยนี้ดูแล้วเหมือนกันไปหมด
หรืออย่างผลงานชื่อ “เฮด” ที่สะท้อนแนวคิดของหญิงสาวอยากสวยอยากหุ่นดีจนต้องพึ่งการศัลยกรรมออกมาเป็นบล็อกเดียวกัน โดยเจ้าตัวบอกว่าไม่ได้มองว่า สิ่งที่สะท้อนออกมาดีหรือไม่ดี ถูกหรือผิด เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล เพียงอยากถ่ายทอดให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนมีปมด้อยจึงแทนด้วยความบิดเบี้ยวของรูปทรง อยากให้ทุกคนได้ชมแล้วได้แง่คิดบางอย่าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆ คือความสุขและรอยยิ้ม ดูกันง่ายๆ ชนิดที่ไม่ต้องปีนบันไดดู
ลงมาที่ชั้น 2 ปะทะกับผลงานของศิลปินถนัดงานสื่อผสม “ปุ๊ก” ฌิชาดา บุญญธนาภิภัทร มหาบัณฑิตทัศนศิลป์ เอกจิตรกรรมจากรั้วสถาบันเดียวกันสร้างสรรค์ผลงาน “ไม่มีชื่อ (Untitled)” เธอเผยที่มาของแนวคิดศิลปะครั้งนี้ว่า โดยรวมพูดถึงสภาพความเจ็บปวดรวดร้าว ของผู้หญิงที่กำลังอยู่ในอารมณ์เสียใจ ซึ่งก็คือ “ตัวเอง” นั่นเอง ที่เมื่อราว 7 ปีก่อนได้สูญเสียคุณพ่อไป ก่อนหน้านี้เคยหยิบอารมณ์ดังกล่าวมาทำงานเกี่ยวกับคุณพ่อ ถ่ายทอดออกมาเป็นความสูญเสียที่รับไม่ได้ ภาพเบื้องหน้าที่ต้องทำตัวให้เข้มแข็งแต่ข้างในนั้นยังเสียใจไม่ลืม ครั้งนี้จึงบันทึกความเศร้าโศกเสียใจไว้ในภาพรูปหน้าและตาคน ด้วยเป็นสิ่งแรกที่รับรู้ได้ชัดเจนที่สุด
“หน้าและตาถือเป็นสื่อสากล นำมาใช้เล่าเรื่องราวส่วนตัวที่อยากจะบอกออกไป ส่วนเส้นผมเนื่องจากตัวเองเป็นคนไว้ผมยาวก็เลยนึกถึงผมซึ่งเป็นดีเอ็นเอของเรา และที่ใบหน้าไม่มีรูปปากก็เพราะไม่ต้องการเล่าเรื่องจากปาก แต่เล่าผ่านแววตาและเส้นผม บอกความรู้สึกผ่านงานจิตรกรรมที่ใช้เส้นผมเป็นหลัก เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ” สาวผมสาวสลวย กล่าว
ขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลงานของฌิชาดา เริ่มจากสเก็ตช์แบบโดยรวมพร้อมกับรวบรวมความคิดอยากให้ผลงานชุดนี้พูดเรื่องอะไร จากนั้นจึงเริ่มนำผมที่ร่วง (ทุกวัน) มาสนเข็มแล้วปักลงไปตามเส้นที่ร่างไว้ ทำทีละชิ้นสุดแต่อารมณ์จะพาไป เธอบอกว่าสิ่งที่ยากที่สุดคืิอการเย็บเส้นผมเพราะเล็กและลื่นมาก
ผลจากความพยายามบอกกับความรู้สึกส่วนตัวของศิลปินก่อเกิดเป็นศิลปะสื่อผสมตามถนัดกว่า 20 ชิ้น อย่างผลงานที่ถ่ายทอดออกมาเป็นคราบน้ำตา ความสลับซับซ้อนที่เห็นสะท้อนว่าศิลปินมีความอดทนและพยายามอยากมาก เป็นความรู้สึกวนซ้ำๆ เดิมๆ แสดงออกถึงความรู้สึกของผู้หญิงที่ยากจะเข้าใจ เปรียบเหมือนร่อยรอยความรู้สึกเหลืออยู่ รูปศิลปะจัดวางที่ใช้ตุ๊กตาหมีปักเส้นผมเคียงข้างนาฬิกาปลุกที่หน้าปัดทำจากวัสดุเดียวกันให้ตความรู้สึกเศร้าพร้อมๆ กับตีความได้หลากหลาย



