
เปิดวิสัยทัศน์-พัฒนาครู-นร.-ร.ร.มีคุณภาพหัวใจปฏิรูปการศึกษาเอกชน
"เป้าหมายของผมจะเปิดให้เอกชนลงทุนด้านการศึกษาเพิ่มขึ้นเพื่อแบ่งภาระงบภาครัฐ ทุกวันนี้สัดส่วนรัฐจัดการศึกษา 80% เอกชน 20% จะปรับสัดส่วนเป็นรัฐ 70% เอกชน 30% การพัฒนาครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชนให้มีคุณภาพ
จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ 4,048 แห่ง นักเรียน 2.4 ล้านคน และครู 1.54 แสนคน จะต้องได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น โดยเฉพาะคุณภาพครู ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาเอกชน หากครูมีคุณภาพ ก็จะพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพ" นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) วัย 52 ปี บอกถึงนโยบายพัฒนาการศึกษาเอกชน
"บัณฑิตย์" แจกแจงแนวทางพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอกชนว่า การพัฒนาโรงเรียนเอกชน แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1.โรงเรียนที่คุณภาพระดับต่ำหรือไอซียูมี 120 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนเอกชนในต่างจังหวัด มีเงินลงทุนน้อยและขาดแคลนครูวิชาหลัก เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ 2.โรงเรียนที่มีคุณภาพระดับปานกลาง มีกว่า 3,000 แห่ง และ 3.โรงเรียนที่มีคุณภาพระดับดีอยู่แล้ว มี 400 แห่ง จะยกระดับคุณภาพโรงเรียนทั้ง 3 กลุ่ม โดยโรงเรียนที่มีคุณภาพระดับดีก็จะพัฒนาไปสู่มาตรฐานสากล
การพัฒนาโรงเรียนเอกชนทั้ง 3 กลุ่มนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) จะเข้าไปช่วยพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยี เช่น ไอซีที อีเลิร์นนิ่ง เข้าไปช่วยในการเรียนการสอน รวมทั้งอบรมพัฒนาความรู้ให้แก่ผู้บริหารและครู โดยสช.ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น ม.บูรพา ให้ส่วนลด 10% แก่ผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนที่ไปเรียนต่อปริญญาตรี โทและเอก นอกจากนี้ สช.ยังมีกองทุนพัฒนาโรงเรียนเอกชนในระบบ 1,000 ล้านบาทสำหรับให้โรงเรียนเอกชนที่ตั้งมา 3 ปีกู้ โดยคิดดอกเบี้ย 4% ต่อปี ซึ่งก็มีโรงเรียนเอกชนจำนวนมากมากู้ แต่ไม่มีหนี้เสีย
"จากผลประเมินคุณภาพการศึกษา เช่น ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) พบว่า นักเรียนโรงเรียนเอกชนมีคุณภาพดีกว่าโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โรงเรียนสังกัดกทม. และโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ด้อยกว่าแค่โรงเรียนสาธิต สช.จะสนับสนุนให้โรงเรียนเอกชนดึงจุดเด่นออกมาแล้วพัฒนาให้โดดเด่นขึ้น เช่น โรงเรียนรุ่งอรุณที่สอนให้เด็กเรียนรู้วิถีชีวิตคนไทย เช่น ซักเสื้อผ้า ทำนา โรงเรียนอนุบาลสุธีธรมีนักเรียนได้รางวัลคณิตศาสตร์ระดับนานาชาติทุกปี เพราะถ้าโรงเรียนเอกชนเหมือนกับโรงเรียนสังกัดหน่วยงานอื่น ก็จะไม่มีคนเข้ามาเรียน"
เช่นเดียวกับการพัฒนาการเรียนการสอนที่เลขาธิการกช.เน้นให้โรงเรียนเอกชนพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตประจำวันของเด็กเพื่อนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิต รวมทั้งต่อยอดอาชีพของบรรพบุรุษได้ เช่น ถ้าพ่อแม่เป็นเกษตรกร ก็ต้องมีความรู้ในการทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งโจทย์คณิตศาสตร์ควรเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของเด็ก เพื่อที่จะนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงและรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จึงจะเป็นการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงเพราะจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศชาติได้
"หลักสูตรและการสอนของครู จะต้องไม่ยึดโยงกับเนื้อหาในตำราเรียนอย่างเดียว นำความรู้แต่ในตำราไปออกข้อสอบเพราะเด็กค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งความรู้อื่นๆ ได้ ยกตัวอย่างตอนนี้มีเรื่องโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งต้นเหตุมาจากเชื้อไวรัส ครูสามารถสอนเรื่องเชื้อไวรัสโดยกำหนดเนื้อหาให้เหมาะกับเด็กแต่ละชั้นเรียน ซึ่งเป็นความรู้ที่นำไปเชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้" เลขาธิการกช. กล่าวทิ้งท้าย
0 ธรรมรัช กิจฉลอง /เรื่อง
ประเสริฐ เทพศรี-วารุณี เศวตสกาวพันธ์ /ภาพ



