ไลฟ์สไตล์

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกอีเสือหัวดำ

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกอีเสือหัวดำ

26 ก.ค. 2558

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกอีเสือหัวดำ

 
                      ทุกสุดสัปดาห์แรกของเดือน คนที่สนใจกิจกรรมดูนกในละแวก กทม.สามารถเข้าร่วมกิจกรรม bird walk ซึ่งทางสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST) จัดอาสาสมัครนำดูนกที่สวนรถไฟและสวนหลวง ร.9 โดยในเดือนสิงหาคมนี้ตรงกับวันที่ 1 และ 2 ตามลำดับ
 
                      นักดูนกล้วนทราบดีว่าพื้นที่สีเขียวที่รายล้อมด้วยชุมชนเมืองเป็นถิ่นอาศัยของนกที่มีความสำคัญมาก สวนรถไฟมีรายงานของนกอพยพผ่านที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างนกแต้วแล้วพันธุ์จีน (Fairy Pitta) และนกจับแมลงอกสีน้ำตาลอ่อน (Brown-chested Jungle Flycatcher) นอกจากนี้ยังมีบางชนิดที่ลดลงมากในระดับภูมิภาค แม้จะไม่ได้มีสถานภาพถูกคุกคามในระดับโลก สวนหลวง ร.9 น่าจะเป็นแห่งสุดท้ายใน กทม.ที่ยังคงมีรายงานการพบ นกอีเสือหัวดำ (Long-tailed Shrike) ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
 
                      จริงๆ แล้วสวนสาธารณะก็ไม่ใช่ถิ่นอาศัยที่เหมาะสมสำหรับ “นกทุ่ง” อย่างอีเสือหัวดำหรอกครับ ด้วยความที่เป็นนักล่าเหยื่อ จับสัตว์อื่นอย่างกิ้งก่า งู และนกด้วยกันเป็นอาหาร จึงน่าจะมีอาณาเขตหากินค่อนข้างกว้าง หากสวนหรือบ้านใครอยู่ติดชายทุ่งก็มีโอกาสพบนกอีเสือหัวดำได้ แต่ปัจจุบันนกอีเสือหัวดำลดจำนวนลงมาก โดยเฉพาะชนิดย่อย longicaudatus ซึ่งเป็นนกประจำถิ่นพบได้เฉพาะที่ราบลุ่มภาคกลางและบริเวณใกล้เคียง มีหางยาวกว่าชนิดย่อย tricolor ทางภาคเหนือที่เจอได้จนถึงบนดอยสูง นอกจากนี้ยังต่างจากชนิดย่อยอื่นตรงที่ไม่มีสีเทาบนหลัง ส่วนชนิดย่อยหลัก (schach) มีกระหม่อมสีเทา มีรายงานในไทยนานๆ ครั้งเฉพาะช่วงฤดูหนาว
 
                      ภัยคุกคามของนกอีเสือหัวดำยังไม่มีการศึกษาหาข้อสรุปที่ชัดเจน แต่สารเคมีที่ใช้ในการเกษตรน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญของการลดจำนวนลง ด้วยความที่มันเป็นสัตว์ผู้ล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร จึงมีสารพิษตกค้างจากเหยื่อสะสมในร่างกายมากเป็นพิเศษ ระบบชลประทานที่เอื้อให้สามารถทำนาได้หลายครั้งต่อปีก็อาจมีส่วนทำให้มันลดลงด้วย นาแบบดั้งเดิมซึ่งจะมีช่วงถูกทิ้งให้แห้งกรังในฤดูแล้งเป็นถิ่นอาศัยที่เหมาะสมของมันมากกว่า 
 
                      นอกจากนี้ยังพบว่า นกกาเหว่า (Asian Koel) บางครั้งก็มาไข่ในรังของนกอีเสือหัวดำ ตามปกตินกกาเหว่าจะจิกไข่เจ้าของรังออก 1 ฟอง โดยลูกที่เหลือของพ่อแม่บุญธรรมก็สามารถโตมาพร้อมๆ กับลูกมันได้ แต่กรณีของนกอีเสือหัวดำที่มีขนาดตัวเล็กกว่านกกาเหว่ามากและมักล่าเหยื่อขนาดใหญ่ใช้พลังงานเยอะ การเลี้ยงลูกนกกาเหว่าซึ่งโตเร็วและแย่งอาหารเก่งจึงน่าจะเป็นภาระที่หนักเอาการ ท่านใดพบเห็นนกอีเสือหัวดำ ช่วยกันส่งข้อมูลมาให้ทราบด้วยนะครับ
 
 
 
----------------------
 
นกอีเสือหัวดำ
 
 
ชื่ออังกฤษ Long-tailed Shrike, Black-capped Shrike
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lanius schach (Linnaeus, 1758)
 
วงศ์ (Family) Laniidae (วงศ์นกอีเสือหัวดำ)
 
อันดับ (Order) Passeriformes (อันดับนกเกาะคอน)
 
 
----------------------