ไลฟ์สไตล์

'กมล'สั่งเดินหน้าติดตั้งซีซีทีวี

'กมล'สั่งเดินหน้าติดตั้งซีซีทีวี

22 ก.ค. 2558

เลขาฯ กพฐ.สั่ง 7 เขตภาคใต้ เดินหน้าติดตั้งซีซีทีวี รมช.ศธ.มอบแนวปฏิบัติ 3 ขั้นตอนตรวจสอบ โปร่งใส-เป็นธรรมตามระเบียบราชการ ชี้ต้องให้แล้วเสร็จภายใน 30 ก.ย.

 
                       เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีกลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอร์รัปชั่นยื่นหนังสือถึง พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของกลุ่มนายทหาร ซึ่งอ้าง รมช.ศึกษาธิการ จัดการแทรกแซงให้คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดให้โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามโครงการ Safe Zone School (CCTV) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า โครงการนี้ดำเนินการโดยใช้งบประมาณปี 2557 ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแต่เพราะการดำเนินการใช้ระยะเวลานานพอสมควร สพฐ.จึงได้แก้ปัญหาโดยขอใช้สเปกของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และของสำนักงบประมาณเพื่อเป็นสเปกกลางที่เป็นมาตรฐานขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ทุกบริษัทสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ จากนั้นจึงส่งสเปกกลางดังกล่าวไปให้ 12 เขตพื้นที่การศึกษานำไปปรับให้กับบริษัทของพื้นที่และกำหนดราคากลางและนำเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ก็ยังไม่มีการลงนามในสัญญาจ้างอีก เนื่องจากระหว่างการดำเนินการก็มีการร้องเรียนมาเป็นระยะว่ามีการกำหนดสปกเอื้อให้กับบางบริษัทหรือเรียกเพียงบางบริษัทมายื่นซองประกวดราคา เมื่อเป็นเช่นนี้จึงได้สั่งชะลอการดำเนินการเมื่อเดือน พ.ค.58 ที่ผ่านมา
 
                       ทั้งนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้ลงพื้นที่ภาคใต้และได้แสดงเจตนารมณ์และย้ำชัดเจนว่าไม่มีใครได้ประโยชน์จากโครงการนี้ หากมีการอ้างชื่อใครก็ไม่เป็นความจริง พร้อมกันนี้ได้สั่งให้ทั้ง 12 เขตพื้นที่ฯ ดำเนินการต่อยึดความโปร่งใส เป็นธรรมตามระเบียบราชการ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สพฐ.ได้มีหนังสือสั่งการให้ 12 เขตพื้นที่ฯ เริ่มดำเนินการต่อพร้อมทั้งมอบแนวปฏิบัติ 3 ขั้นตอนเพื่อนำไปตรวจสอบว่าขั้นตอนใดที่ไม่ถูกต้องก็ให้เริ่มทำในขั้นตอนนั้นใหม่ ได้แก่ 1. ให้ตรวจสอบว่าสเปกและราคากลางที่กำหนดไว้เดิมเหมาะสมหรือไม่ 2. การตั้งคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างที่เดิมกำหนดให้มีฝ่ายความมั่นคงมีความจำเป็นหรือไม่ และ 3. ประกาศประกวดราคาการจัดซื้อจัดจ้างให้สาธารณชนรับทราบเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่
 
                       "ที่ผ่านมามีปัญหาในขั้นตอนของการยื่นซอง ที่บริษัทจะต้องยื่นซองเทคนิคและซองราคา แต่ปรากฏว่าในขั้นตอนการยื่นซองเทคนิคพบว่าทุกเขตพื้นที่ฯ มีบริษัทผ่านเพียงแห่งเดียว จึงทำให้ไม่มีการเปิดซองราคาเพราะไม่มีคู่แข่ง ซึ่ง สพฐ.เห็นว่าไม่น่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะโดยปกติการยื่นซองประมูลจะต้องเปิดโอกาสให้มีหลายบริษัทเข้ามาแข่งขัน แต่ที่ผ่านมาเปิดโอกาสให้เพียง 4 บริษัทที่ฝ่ายความมั่นคงแนะนำว่ามีความเชี่ยวชาญการทำงานในพื้นที่ ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้น่าจะเปิดโอกาสให้บริษัททุกแห่งเข้ามาแข่งขัน และต้องให้ดำเนินการตามระเบียบราชการ โปร่งใสและเป็นธรรมเพราะหากเกิดปัญหาไม่มีใครช่วยใครได้และต้องเร่งทำให้เสร็จภายใน 30 ก.ย.นี้" เลขาธิการ กพฐ.กล่าว
 
                       ดร.กมล กล่าวอีกว่า สำหรับ 3 เขตพื้นที่ฯ ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ปัตตานี เขต 1 สพป.นราธิวาส เขต 2 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 16 ที่ได้ทำสัญญาไปก่อนหน้าที่จะมีคำสั่งชะลอการดำเนินการนั้น สพฐ.ไม่มีอำนาจไปสั่งการให้ยกเลิกสัญญาได้ เพราะฉะนั้น จะทำหนังสือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อหารือว่าการทำสัญญาดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่และกระบวนการดำเนินการถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะสามารถยกเลิกสัญญาได้หรือไม่ เพราะฉะนั้น ระหว่างนี้ 7 เขตพื้นที่ฯ ที่เหลือก็ต้องดำเนินการต่อไป