
ภตช.จ่อร้อง'ณรงค์'ยกเลิกซื้อครุภัณฑ์สช.
22 ก.ค. 2558
ภตช.ยื่นหนังสือถึง 'ณรงค์' สัปดาห์นี้ วอนยกเลิกจัดซื้อครุภัณฑ์-อุปกรณ์ ร.ร.เอกชน ทั่วปท. ชี้ล็อกสเปก หวั่นได้คอมพิวเตอร์-โน้ตบุ๊กคุณภาพต่ำ กลายเป็นสุสานทีวีจีน
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) เปิดเผย “คม ชัด ลึก” ว่า มีความไม่ชอบมาพากลในโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์และอุปกรณ์เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียน (ร.ร.) เอกชน ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดิมงบประมาณในโครงการดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อดำเนินการพัฒนาห้องเรียนคุณภาพตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ระยะต่อมามีการปรับ เปลี่ยนแปลงงบประมาณ จนกระทั่งกลายมาเป็นโครงการดังกล่าว และได้มีการประชาพิจารณ์แล้วนำขึ้นเว็บไซต์ สช.ในสมัยอดีตเลขาธิการ สช.คนเดิม จากนั้นก็มีการเปลี่ยนเลขาธิการ สช.คนใหม่
"สเปกที่ สช.กำหนดในยุคเลขาธิการ สช.คนเดิม ทุกบริษัทสามารถเข้าได้ แต่พอมีการขึ้นสเปกโครงการดังกล่าวครั้งที่ 2 ปรากฏว่า มีการล็อกซอฟต์แวร์ว่าต้องขอจาก สช.ตามข้อที่ 13 ของการประชาพิจารณ์ ครั้งที่ 2 ระบุว่า มีสื่อดิจิทัลคอนเทนท์ “ผู้ขายต้องบรรจุสื่อดิจิทัลคอนเทนท์เพื่อการศึกษาอยู่ในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก หรือ Experternal hard disk (สำหรับแบบที่ 1 หรือ ติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) สำหรับแบบที่ 2 โดยผู้ขายต้องติดต่อขอรับสื่อดิจิทัลคอนเทนท์ที่ สช. ซึ่งมีรายละเอียดครอบคลุม 8 กลุ่มสาระเรียนรู้ ถ้าไม่มีสื่อต้องขอ สช.ให้ช่วยบรรจุ แต่ สช.ไม่ยอมให้ใครเลย ให้เฉพาะบริษัทแห่งหนึ่งเพียงเจ้าเดียวเท่านั้น ทำให้ส่งของไม่ได้ ซึ่งโครงการนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 31 ก.ค. 58 ไม่งั้นเบิกจ่ายไม่ได้" เลขาธิการ ภตช. ระบุ
เลขาธิการ ภตช. กล่าวอีกว่า หากเป็นเช่นนั้น ร.ร.เอกชนทั่วประเทศ จะได้คอมพิวเตอร์สำหรับโรงเรียนและโน้ตบุ๊กสำหรับครูที่มีคุณภาพต่ำนำเข้าจากจีน เพราะจากทดสอบคุณภาพในเบื้องต้นโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) พบว่า โปรแกรมนี้สามารถทดสอบกับครุภัณฑ์ที่มีคุณภาพต่ำก็สามารถผ่านเกณฑ์นี้ได้ ยี่ห้อสูงๆ ก็ผ่าน เมื่อสเปกต่ำ ช่องว่างกำไรเยอะขึ้้น ซึ่งก่อนจัดซื้อจัดจ้างบริษัทต้องนำครุภัณฑ์-อุปกรณ์มาให้ ร.ร.ตรวจอย่างน้อยต้องมี 3,000 ชุด
"ครุภัณฑ์ จำนวน 3,000 ชุด บริษัทที่จะผ่านขั้นตอนจัดซื้อได้ต้องลงทุนสูงมาก ถ้าไม่มั่นใจว่าจะได้รับประโยชน์คงไม่ดำเนินการ พฤติกรรมดังกล่าวส่อเจตนาไม่สุจริต ไม่เกรงกลัวมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2557 (ฉบับชั่วคราว) ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกทั้งไม่เกรงกลัว พ.ร.บ.ป.ป.ช.ฉบับใหม่ ที่ระบุชัดว่า ข้าราชการที่เรียกรับสินบนต้องถูกประหารชีวิตจากการร้องเรียนว่ามีการล็อกสเปกซอฟต์แวร์และโปรแกรมทดสอบ" เลขาธิการ ภตช.กล่าว
เลขาธิการ ภตช. กล่าวต่อไปว่า โครงการดังกล่าว สช.ต้องจัดซื้อทีวีขนาดไม่น้อยกว่า 50 นิ้ว เพื่อแจก ร.ร. 15,000 ร.ร.ๆ ละ 5 - 6 เครื่อง ให้นักเรียนดู ส่วนโน้ตบุ๊กให้ครูแต่ละ ร.ร.จำนวน 5 ตัว สมมติต้องการ 5 ชุด บริษัทจะให้ตัวอย่างมา 1 ชุด ครอบคลุมในพื้นที่ 183 เขตการศึกษา จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ร.ร.เอกชนทั้งหมดจะได้ทีวีคุณภาพต่ำ เป็นทีวีรุ่นเก่าล้าสมัย แม้ราคาถูกแต่คุณภาพต่ำสุด แต่บริษัทได้รับเงินทอนสูงสุด คาดว่ากำไร 1 ใน 3 หรือประมาณ 250 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทจะมีกำไร 100 ล้านบาท เช่นเดียวกับงบจัดซื้อทีวี-โน้ตบุ๊ก ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) วงเงิน 5,700 ล้านบาท ที่มีการล็อกสเปก อีกทั้งเป็นการแปลงงบแท็บเล็ตจาก 4 โซน
"ด้วยเหตุนี้ ภตช.จะยื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ใช้อำนาจในการสั่งการระงับและตรวจสอบเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ถ้าไม่ทำจะดีมากเพราะจะเกิดความเสียหายกับรัฐ และในที่สุดจะกลายเป็นสุสานทีวีจีน เนื่องจากคุณภาพใช้งานได้ไม่ถึงปี" เลขาธิการ ภตช.กล่าว
ด้าน ดร.บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สช.นั้น โครงการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ ยังไม่ได้มีการกำหนดสเปกกลางของครุภัณฑ์ต่างๆ แต่ครั้งนั้นได้มอบแนวทางไว้ว่า ขอให้กำหนดสเปกที่ดีที่สุดและเกิดประโยชน์ต่อการนำมาใช้งานเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนทุกคน แต่ในที่สุดสเปกกลางเป็นอย่างไรตนไม่ทราบ เพราะพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ สช.มานานแล้ว ส่วนงบประมาณที่นำมาใช้ในโครงการนี้เป็นการขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพาต่อ 1 นักเรียน หรือโครงการแท็บเล็ตที่มีเงินเหลืออยู่



