
รวมกลุ่มเลี้ยงโคนม 'ลดต้นทุน' ยก 'สหกรณ์ผาตั้ง' ต้นแบบ
23 ก.ค. 2558
ทำมาหากิน : รวมกลุ่มเลี้ยงโคนม 'ลดต้นทุน' ยก 'สหกรณ์ผาตั้ง' ต้นแบบ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ไม่ปฏิเสธว่าในอดีตที่ผ่านมาการเลี้ยงโคนมของสมาชิกสหกรณ์จะเป็นฟาร์มขนาดเล็ก มีลักษณะต่างคนต่างเลี้ยง ทำให้มีปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงและผลผลิตน้ำนมก็ไม่ได้คุณภาพและมาตรฐานเท่าที่ควร แต่หลังจากกรมส่งเสริมสหกรณ์มีนโนยบายส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มกันเลี้ยง ส่งผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในเรื่องต้นทุนสามารถเพิ่มผลผลิตตลอดจนควบคุมคุณภาพน้ำนมให้มีมาตรฐานอีกด้วย
เชิดชัย พรหมแก้ว ผู้อำนวยการกองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวระหว่างลงพื้นที่เพื่อติดตามผลความคืบหน้าของการดำเนินโครงการที่สหกรณ์โคนมผาตั้ง จำกัด จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสหกรณ์ต้นแบบในการรวมกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมว่า สหกรณ์จะรับซื้อลูกโคเพศเมียจากสมาชิกที่มีอายุ 6 เดือนและมีน้ำหนักในเกณฑ์อยู่ที่ 50 กิโลกรัม เพื่อนำมาเลี้ยงดูที่ฟาร์มกลางของสหกรณ์ 12 เดือน เพื่อให้ตั้งท้องแล้วจำหน่ายคืนให้สมาชิกรายเดิมซึ่งเป็นเจ้าของโคตัวนั้นนำไปเลี้ยงต่อเพื่อรอรีดนม โดยจะต้องเข้าสู่โปรแกรมการให้อาหาร ลูกโคจะได้กินอาหารตามโภชนาการในแต่ละวัน มีการกำหนดมื้อที่ชัดเจนและมีปริมาณการให้อาหารที่แน่นอน ซึ่งประกอบด้วยหญ้าและอาหารข้น
“ช่วงเริ่มแรกของโครงการเกษตรกรยังมองว่าไม่น่าจะทำได้จริง และยังคงใช้วิธีเลี้ยงวัวแบบฟาร์มใครฟาร์มมันเหมือนเดิมที่เคยๆ ทำมา คณะกรรมการสหกรณ์จึงต้องทดลองปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยง นำมาเลี้ยงรวมกันที่สหกรณ์เพื่อเป็นตัวอย่างให้สมาชิก ทำให้เป็นการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เกษตรกรจึงเกิดความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันนี้มีวัวที่เลี้ยงอยู่ในฟาร์มของสหกรณ์ 284 ตัว และกำลังทยอยขายวัวกลับคืนให้สมาชิกนำไปเลี้ยงต่อ เฉลี่ยเดือนละ 18 ตัว”
เชิดชัยเผยต่อว่าหลังจากมีการดำเนินโครงการไประยะหนึ่งเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของโคนมที่สหกรณ์รับมาเลี้ยง จากเดิมที่เกษตรกรเลี้ยงเอง วัวมีสภาพแคระแกร็นเติบโตไม่เต็มที่ อัตราการให้นมของวัว 11 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน แต่วัวที่สหกรณ์เลี้ยงแล้วขายคืนให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงต่อที่บ้านจะมีรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรง และสามารถให้นมได้ 15 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำนมดิบที่สหกรณ์รวบรวมจากสมาชิกนั้นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จากเดิมสมาชิกรีดนมเพื่อนำมาส่งให้สหกรณ์ได้เพียงวันละ 8 ตัน ภายหลังจากการดำเนินโครงการนี้ปริมาณน้ำนมดิบที่เข้าสู่ศูนย์รวบรวมนมของสหกรณ์เพิ่มเป็น 12 ตัน
“ที่ผ่านมาสหกรณ์มีการกำหนดแผนแต่ละปีว่าธุรกิจของสหกรณ์ควรจะเจริญเติบโตโดยมีปริมาณน้ำนมดิบของสมาชิกเข้ามาสู่ศูนย์รวบรวมน้ำนมของสหกรณ์ ในปริมาณไม่น้อยกว่า 20 ตัน สหกรณ์จึงลงทุนซื้อเครื่องจักรไว้รองรับแผนดังกล่าว แต่ผ่านไป 2 ปี ปริมาณน้ำนมก็ยังไม่ขยับขึ้น คณะกรรมการจึงร่วมกันพิจารณาว่าเกิดจากปัญหาใดและต้องรีบหาทางแก้ไข เมื่อกรมมีโครงการนี้เข้ามานำเสนอต่อสหกรณ์ ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าโครงการจะเป็นทางออกที่ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องปริมาณน้ำนมดิบที่ยังมีน้อยเกินไปให้เพิ่มขึ้นได้ด้วยการเปลี่ยนโคนมทดแทน ซึ่งวันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เห็นผลจริง” ผู้อำนวยการกองพัฒนาสหกรณ์กล่าวย้ำ
การส่งเสริมการเลี้ยงโคนมโดยการรวมกลุ่มในรูปสหกรณ์คือคำตอบสุดท้ายของแนวทางในการพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคนมให้เกิดความยั่งยืน เพื่อสอดรับกับกระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานไว้ว่าให้ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป
----------------------
(ทำมาหากิน : รวมกลุ่มเลี้ยงโคนม 'ลดต้นทุน' ยก 'สหกรณ์ผาตั้ง' ต้นแบบ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



