
พลังสตรีขับเคลื่อนงานพัฒนา
23 ก.ค. 2558
สังคม : พลังสตรีขับเคลื่อนงานพัฒนา
จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 จนมาถึงครั้งที่ 13 สำหรับงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2558” ซึ่งสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกันจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พลังสามัคคี พลังสตรี พลังแผ่นดิน” โดยตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่หอประชุมมนังคศิลา ถ.หลานหลวง เมื่อวันก่อน
ผศ.ดร.รัชนี คุโณปการ เลขาธิการสภาสตรีแห่งชาติฯ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันสตรีไทย พร้อมอัญเชิญพระราชดำรัส สตรีไทยมีหน้าที่เบื้องต้น 4 ประการคือ พึงทำหน้าที่ของแม่ให้สมบูรณ์ พึงทำหน้าที่แม่บ้านให้ดี พึงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นสตรีไทย และพึงฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ความสามารถยิ่งขึ้น มาเป็นแนวคิดการจัดงาน
“งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระกียรติเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมมายุ 60 พรรษา รวมทั้งการธำรงและเชิดชูให้วันสตรีไทยเป็นวันสำคัญของชาติ เพื่อให้สตรีตระหนักถึงความสำคัญของตนเอง และน้อมนำกระแสพระราชดำรัสมาเป็นดวงประทีปส่องนำทางเพื่อร่วมสร้างพลังสตรี เสริมความสงบร่วมเย็นให้เกิดแก่ครอบครัว สังคมและประเทศชาติได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป” แม่งานกล่าว
สำหรับกิจกรรมในงานวันสตรีไทยที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม อิมแพ็คเมืองทองธานีนั้น ภาคเช้าประกอบด้วยพิธีถวายราชสักการะและอ่านบทอาศิรวาท นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และนิทรรศการแสดงประวัติผลงานของสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2558 พิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติแก่สตรีไทยดีเด่น การเสวนา “บทบาทสตรีไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน” และการแสดงบนเวทีจากเยาวสตรี ส่วนภาคบ่ายเวลา 17.30 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเป็นประธานในพิธีพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติแก่สตรีไทยดีเด่น 134 คน และเยาวสตรีไทยดีเด่น 25 คน
ในวันแถลงข่าวยังมีการจากตัวแทนสตรีไทยดีเด่น ได้แก่ ดร.อรรถกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เผยว่า ดีใจและภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลในวัยใกล้เกษียณ ตลอด 40 ปีที่ผ่านมารับราชการด้วยความตั้งใจ และทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดหลักในการทำงานคือ มุ่งมั่นรับผิดชอบงานที่ทำ ต้องทำทุกอย่างให้โปร่งใส และต้องทำอย่างรวดเร็วด้วย
“ดิฉันทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรม มีบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศไทย โดยเฉพาะสตรีซึ่งมีเพิ่มขึ้นถึง 45 เปอร์เซ็นต์ ดิฉันมองว่าผู้หญิงที่เมื่อก่อนถูกมองว่าเป็นช้างเท้าหลัง ตอนนี้ขยับขึ้นมาเป็นช้างเท้าหน้ามากพอควรแล้ว ทั้งยังมีโอกาสก้าวขึ้นสู่ระดับบริหารในหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในภาคเกษตรก็มีผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีความทัดเทียมกับผู้ชายมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างตัวดิฉันเองที่ผ่านมาก็ทำงานอย่างจริงจังเพื่อพิสูจน์ตัวเองจนสามารถก้าวมายืนตรงจุดนี้ได้” ปลัดหญิงคนเก่ง กล่าว
อีกหนึ่งผู้ได้รับรางวัล ชวาลี โอสถานุเคราะห์ อุปนายกสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิคและเอชียอาคเนย์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ บอกว่า ทำงานช่วยเหลือสังคมอยู่เบื้องหลังมานานเกือบ 30 ปี ไม่เคยคิดว่าจะมีคนเห็น เมื่อได้รับรางวัลนี้จึงรู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากๆ
“ปัจจุบันหญิงไทยได้รับวัฒนธรรมจากตะวันตกมากขึ้น ทำให้เก่งขึ้นในหลายด้าน มั่นใจในตัวเอง กล้าพูด กล้าออกความเห็น และกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่อยากให้คงวัฒนธรรมแบบหญิงไทยเอาไว้ด้วย คือมีความสามารถในขณะที่ยึดถือประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม และคงความเป็นกุลสตรีไทยไปพร้อมๆ กัน” ชวาลี เผย



