
ป.1อ่านเขียนไม่ได้ร้อยละ11
21 ก.ค. 2558
สพฐ.เผยผลสำรวจอ่านออกเขียนได้เด็กประถม เปิดเทอมแรกปี 2558 พบ ป.1อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ 11% ป.2 พบ 8% และ ป.3 พบ 5% ยังพบมากใน ร.ร.เล็ก ประเมินอีกครั้ง มี.ค.59
นางศกุนตลา สุขสมัย รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจข้อมูลการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนระดับประถมศึกษา เมื่อเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ยังคงมีปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ 11% ขณะที่เด็ก ป.2 ปัญหาลดลงเหลือประมาณ 8% และเด็ก ป.3 มีอยู่ประมาณ 5% ซึ่งปัญหาดังกล่าวมักพบในโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกล เกิดขึ้นจากหลายตัวปัจจัย ทั้งตัวเด็กนักเรียนเอง เช่น ชาวเขาที่เด็กไม่ได้พูดภาษาไทยเมื่ออยู่บ้าน หรือการย้ายถิ่นฐานตามพ่อแม่ ทำให้ต้องหยุดเรียนกลางคัน หรือเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้าจากพ่อแม่วัยรุ่น ปัญหาจากครูที่มีจำนวนน้อย ไม่มีครูสอนภาษาไทยโดยเฉพาะ เป็นต้น ส่วนเด็กในเมืองก็พบว่าที่ผ่านมามีบางโรงเรียนที่สอนเรื่องการอ่านการ เขียนที่ไม่เหมือนกัน เช่น การสอนอ่านเขียนแบบเป็นคำๆ ไม่ได้สอนอ่านเขียนแบบแจกลูกสะกดคำ ซึ่งทำให้เมื่อเจอบางคำที่รูปแบบเปลี่ยนไปก็ไม่สามารถอ่านหรือสะกดออกมาได้ อย่างถูกต้อง
นางศกุนตลา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การแก้ปัญหาในพื้นที่ห่างไกลก็พยายามให้มีการบรรจุครูในพื้นที่ที่ขาดแคลน นำการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมมาช่วยพัฒนา ขณะเดียวกัน สพฐ.ได้ทำแบบเรียนเร็วใหม่สำหรับนักเรียนชั้น ป.1 - 3 ซึ่งจะสอนภาษาไทยในรูปแบบการแจกลูกสะกดคำให้แก่โรงเรียนต่างๆ ใช้เป็นแนวทางในการสอนขั้นพื้นฐาน เพราะเป็นวิธีที่ดีที่ช่วยให้เด็กสะกดคำได้ แต่การเรียนการสอนไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับครูเป็นผู้ประเมินวิเคราะห์ด้วยว่า การเรียนการสอนแบบใดที่เหมาะสมกับเด็ก ก็อาจเลือกวิธีการสอนที่แตกต่างกันออกไปสำหรับเด็กได้ ซึ่ง สพฐ.ก็ได้ให้ศึกษานิเทศก์ในแต่ละเขตพื้นที่ลงไปตรวจสอบอย่างต่อเนื่องว่า โรงเรียนแต่ละแห่งมีการสอนภาษาไทยเป็นอย่างไรบ้าง
"จากการสุ่มตัวอย่างโรงเรียนประถมศึกษาพบว่า เด็กเรียนช้าเพิ่มมากขึ้น อย่างที่บอกว่าเกิดจากการย้ายที่เรียน รวมไปถึงพัฒนาการล่าช้าของเด็กด้วย ทำให้การเรียนการสอนในห้องถูกฉุดรั้งไปด้วย เพราะครูไม่สามารถสอนกลุ่มหนึ่งที่รู้เรื่องแล้วปล่อยอีกกลุ่มหนึ่งไปได้ ทั้งนี้ จะมีการประเมินการอ่านออกเขียนไม่ได้ของเด็กอีกครั้งเมื่อสิ้นปีการ ศึกษาคือ มี.ค.2559 ตามนโยบายนายกฯ ที่จะทำให้ประเทศไทยปลอดการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้"



