
ให้โคนมกินน้ำมันพืช
เกษตรกรที่เลี้ยงโคนมในเมืองไทยมีอยู่หลายหมื่นครอบครัว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรายย่อยเกือบทั้งหมด เพราะว่าธุรกิจการเลี้ยงโคนมที่ได้รับการส่งเสริมตั้งแต่ต้นเป็นการมุ่งให้รายย่อยได้มีรายได้ ดังนั้นฟาร์มโคนมขนาดใหญ่จึงมีไม่มาก
คราวนี้เมื่อเป็นเกษตรกรรายย่อยเกือบทั้งหมด ก็แน่นอนว่าต้นทุนการผลิตต่อหน่วยมักจะสูงกว่าปกติ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทราบกันดีทั่วไป และเราก็ทราบอยู่ว่าการเพิ่มรายได้ของเกษตรกรมีวิธีการหลักอยู่ 3 ทางคือ ทางหนึ่งเป็นการเพิ่มผลผลิต ทางที่สองคือการเพิ่มมูลค่า และทางที่สามคือการลดต้นทุน ซึ่งเรื่องของการลดต้นทุนนั้น มีการวิจัยและมีข้อมูลสนับสนุนอย่างชัดเจนแล้วว่า หากทำได้ก็สามารถเพิ่มรายได้สุทธิให้แก่เกษตรกรได้
วิธีการลดต้นทุนการเลี้ยงโคนมมีหลายทาง แต่ว่าทางหนึ่งที่น่าสนใจคือทำอย่างไรจึงจะให้โคในฝูงสามารถรีดนมได้มากตัวขึ้น หมายความว่าถ้าในฝูงมีโคนมเพศเมียอยู่ 20 ตัว แต่เพิ่งคลอดและให้นมได้เพียง 8 ตัว แสดงว่าเราได้ผลผลิตจากโคนมเพียง 8 ตัว แต่ค่าอาหารและการเลี้ยงดูต่างๆ ต้องทำสำหรับโคนม 20 ตัว ดังนั้น ถ้าเราสามารถเพิ่มจำนวนโคนมให้สามารถให้นมได้มากตัวขึ้น เช่นกลายเป็น 12 ตัว ก็หมายความว่าเราจะมีน้ำนมเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ต้นทุนเท่าเดิม ซึ่งเมื่อคำนวณแล้ว ก็จะกลายเป็นว่าต้นทุนต่อหน่วยลดลง เพราะฉะนั้น การเพิ่มจำนวนโคที่สามารถให้นมได้ในฝูงจึงเป็นวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ
ปัญหาของการผลิตโคนมคือการผสมไม่ติด เมื่อผสมไม่ติดก็ไม่มีการตั้งท้อง ผลสุดท้ายคือไม่สามารถให้นมได้ ซี่งปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ แต่ว่าเกษตรกรส่วนใหญ่มักมองไม่เห็นหรือไม่ให้ความสำคัญ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจมาก เป็นการแก้ปัญหาการผสมติดของโคนมหลังคลอด ซึ่งทำโดย ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทดลองใช้น้ำมันพืชสองอย่างคือน้ำมันปาล์ม หรือน้ำมันทานตะวัน ผสมหรือเสริมเข้าไปในอาหารข้นเลี้ยงโคนมกลุ่มที่ตั้งท้อง โดยให้ตั้งแต่ก่อนคลอด 4 สัปดาห์ และต่อเนื่องหลังจากคลอดไปอีก 8 สัปดาห์
ผลที่ได้ก็คือว่าไม่ว่าจะเป็นการเสริมน้ำมันปาล์มหรือน้ำมันทานตะวัน ทำให้โคนมดังกล่าวให้น้ำนมต่อวันได้มากขึ้นร้อยละ 26 ถึง 29 หรือประมาณ 1 ใน 4 ของปกติ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ มดลูกเข้าอู่ได้เร็วกว่าปกติถึง 10 กว่าวัน
นั่นก็หมายความว่าโคนมดังกล่าวเข้าสู่การเป็นสัดครั้งต่อไปได้เร็วขึ้น จากข้อมูลที่ ดร.ไชยณรงค์ ได้ศึกษามา พบว่าโคนมปกติจะแสดงการเป็นสัดครั้งแรกหลังคลอดประมาณ 91 วัน แต่ว่ากลุ่มที่เสริมด้วยน้ำมันปาล์ม จะเริ่มได้เมื่อ 56 วัน ส่วนกลุ่มที่เสริมด้วยน้ำมันทานตะวัน จะเริ่มเป็นสัดครั้งแรกหลังคลอดที่ 50 วัน หรือโดยสรุปก็คือเร็วขึ้นประมาณเกือบเท่าตัว
แน่นอนว่าต้นทุนการผลิตต้องเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการใช้น้ำมันพืชผสมเสริมเข้าไปในอาหารข้น แต่ว่าสิ่งที่ได้กลับมานั้นคุ้มค่ากว่า เป็นการลงทุนเพิ่มเล็กน้อย แต่ทำให้ต้นทุนโดยรวมของการผลิตโคนมลดลง และมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น การใช้น้ำมันพืชที่กล่าวมาผสมเสริมเข้าไปในอาหารข้นจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 15-20 บาทต่อวัน หรือตกตัวละ 1,200-2,400 บาท แต่ถ้าสามารถทำให้โคนมตั้งท้องได้เร็วขึ้น ก็จะนำไปสู่การเพิ่มจำนวนโคที่สามารถรีดนมได้มากตัวขึ้น
ผลก็คือค่าใช้จ่ายดังกล่าวที่ต้องเพิ่มขึ้นนั้นก่อให้เกิดความคุ้มค่ามากกว่า และทำให้ต้นทุนโดยรวมของฟาร์มลดลง
รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ



