ไลฟ์สไตล์

วช.ผนึกกองทัพภาค 3 แก้หมอกควัน

วช.ผนึกกองทัพภาค 3 แก้หมอกควัน

21 ก.ค. 2558

วช.ผนึกกองทัพภาค 3 แก้หมอกควัน ดึงผลงานวิจัยปรับใช้พื้นที่เป้าหมาย

 
                    สืบเนื่องจากปัญหามลพิษหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีและมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จึงร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ในการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อนำผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกที่ทำกินด้วยการเผาป่า จนเกิดปัญหาหมอกควัน
 
                    สุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับกองทัพภาคที่ 3 ว่าเพื่อร่วมกันแก้ปัญหามลพิษหมอกควันในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยจะมีการใช้องค์ความรู้ระบบเกษตรผสมผสานมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่เพื่อลดหรือหยุดยั้งการเผาไหม้ในพื้นที่เกษตรกรรมและไฟป่าทางภาคเหนือ เนื่องจากการเกษตรกรรมในพื้นที่ป่าไม้เป็นต้นตอของการเกิดไฟป่าและมลพิษหมอกควัน
 
                    “จากข้อมูลพบว่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน 2558 มีการตรวจพบจุดความร้อนใน 17 จังหวัดภาคเหนือถึง 13,229 ครั้งใน 3 พื้นที่คือป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะนครสวรรค์พบว่ามีจุดความร้อนเกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรกรรมสูงสุดในช่วงเวลาเดียวกัน 668 ครั้ง โดย 627 ครั้ง เป็นพื้นที่เกษตรกรรม”
 
                    เลขาธิการ วช.กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหามลพิษหมอกควันนั้นไม่ใช่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้เกิดความเจ็บป่วยเท่านั้นยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจรายได้จากการท่องเที่ยวหดหายไปไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท อีกทั้งยังสร้างปัญหาความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรกับหน่วยราชการในช่วงวิกฤติอีกด้วย
 
                    สำหรับแนวทางความร่วมมือนั้นเริ่มจากการร่วมกันจัดการองค์ความรู้พัฒนาระบบเกษตรผสมผสานที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และบริบทของชุมชนใน 17 จังหวัดภาคเหนือ จากนั้นร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้สู่การปฏิบัติที่ทำให้เกิดผลในเชิงลึกและเป็นวงกว้างครอบคลุมทั้ง 17 จังหวัด
 
                    โดยมีการผลักดันให้เกิดความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ทั้งภาครัฐ เอกชนและชุมชนท้องถิ่นผ่าน กอ.รมน.จังหวัด แต่งตั้งทำงานระดับนโยบายแล้วนำนวัตกรรมผลงานวิจัยและเครื่องมือให้การสนับสนุน ให้เกิดผลในทางปฏิบัติในเวลาอันรวดเร็ว
 
                    ด้าน พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพกองทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติตามเอ็มโอยูที่ทาง วช.ร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 นั้นจะมีการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหัวใจของการปฏิบัติงานของกำลังพลและยึดแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่มาสร้างกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาให้เกิดชุมชนเกษตรผสมผสาน ลดปัญหามลพิษหมอกควันให้ได้
 
                    “เป้าหมายในปีแรกจะทำให้ได้จังหวัดละ 1 ชุมชนเป็นตัวอย่างนำร่องจากนั้นจะขยายผลให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีปัญหาการเผาไหม้ในพื้นที่เกษตรกรรมและปัญหาไฟป่า โดยใช้ข้อมูลจุดความร้อน (ฮอตสปอต) จากภาพถ่ายดาวเทียมเป็นเครื่องมือยืนยันการเกิดไฟไหม้และเข้าไปดำเนินการในพื้นที่เพื่อสร้างความตระหนักและร่วมกับชุมชนวางแผนพัฒนาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน” แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวย้ำ
 
                    อย่างไรก็ตามสำหรับนวัตกรรมผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่จะนำไปใช้ในการแก้ปัญหามลพิษหมอกควันและปัญหาไฟป่ามีทั้งสิ้น 69 ผลงาน แบ่งเป็นงานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวชาการ 23 ผลงาน งานวิจัยเชิงนโยบาย 36 ผลงาน งานวิจัยเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 1 ผลงานและงานวิจัยเพื่อชุมชนท้องถิ่น 9 ผลงาน โดยจะนำผลงานวิจัยเหล่านี้มาผสมผสานกันเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชนนั้นๆ