
ล่องใต้ตระเวนเยี่ยม 'หมู่บ้านเข้มแข็ง'
19 ก.ค. 2558
ท่องโลกเกษตร : ล่องใต้ตระเวนเยี่ยม 'หมู่บ้านเข้มแข็ง' ปักหลัก 'สุราษฎร์ธานี' ดูวิถีพอเพียง : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลและกรมการปกครองนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้โครงการบ้านสวย เมืองสุข ส่งผลให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ท่องโลกเกษตร” อาทิตย์นี้ตามคณะผู้บริหารกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย นำโดยเลขานุกการกรมการปกครอง “ร.ท.ภัทรชัย ขันธหิรัญ" ไปดูความสำเร็จของโครงการในหลายพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยเริ่มจากบ้านปากคลองน้อย หมู่ 5 ต.คลองน้อย อ.เมือง ซึ่งเป็นหมู่บ้านดีเด่นตามโครงการบ้านสวย เมืองสุข ประจำปี 2558 ที่มีผลงานดีเด่นด้านการบริหารจัดการการเงินของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2534 จนปัจจุบันมียอดเงินสะสมทั้งสิ้นประมาณ 24 ล้านบาท
สุริยัณห์ จิรสัตย์สุนทร นายอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีกล่าวสรุปถึงความสำเร็จของหมู่บ้าน โดยคณะกรรมการหมู่บ้าน ถือเป็นองค์กรหลักที่รับผิดชอบในการบูรณาการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านและบริหารกิจกรรมที่ดำเนินการในหมู่บ้านร่วมกับองค์กรอื่นทุกภาคส่วน โดยการรวมกลุ่มเชื่อมโยงเครือข่ายกันจนมีความเข้มแข็ง
ปัจจุบันนอกจากมีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตแล้วยังมีกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ในการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร กลุ่มปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ กลุ่มเลี้ยงปลา กลุ่มเพาะเห็ด กลุ่มเลี้ยงหมูหลุม กลุ่มเลี้ยงเป็ดไข่และอีกมากมาย
หลังเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่มแล้วจากนั้นก็เดินทางต่อเพื่อไปดูการบริหารจัดการป่าชายเลนใน ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ติดชายทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมงพื้นบ้าน มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและพอเพียง จึงไม่แปลกที่ลีเล็ดถูกยกให้เป็นชุมชนตัวอย่างด้านการอนุรักษ์
ประเสริฐ ธัญจุกรณ์ กำนันตำบลลีเล็ด บอกว่า ในการดำเนินการจัดการดูแลรักษาทรัพยากรและป่าชายเลนนั้นมีการจัดตั้งกลุ่มต่างๆ ในรูปของคณะกรรมการหมู่บ้านโดยเน้นเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมและการดูแลทรัพยากรชายฝั่งเป็นหลัก อย่างเช่น คณะกรรมการชุมชนประมงต้นแบบจะมีหน้าที่ควบคุมดูแลเครื่องมือประมงพื้นบ้านที่ไม่ถูกต้องหรือผิดกฎหมาย กลุ่มชุมชนลีเล็ดนำเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ คณะกรรมการดูแลป่าชายเลน อาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์น้ำ เป็นต้น
ผลจากการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้องค์กรโครงการจัดการถิ่นที่อยู่อาศัยชายฝั่งและทรัพยากรนานาประการ (CHARM) แห่งสหภาพยุโรป ประกาศให้ “ลีเล็ด” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ยอดเยี่ยมที่มีชาวท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่งที่ที่สุดในโลกและยังเป็นสถานที่แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีผืนป่างอกรุกพื้นที่ทะเล (ป่ารุกทะเล) ลีเล็ดวันนี้ เปรียบเสมือน ”มหาวิทยาลัยแห่งธรรมชาติ” ที่ยิ่งใหญ่และเปิดกว้างรอต้อนรับนักท่องเที่ยวจากที่ต้องการสัมผัสความงดงามมหัศจรรย์ที่ไร้การสรรค์สร้างปั้นแต่ง
จากนั้นเดินทางสู่หมู่บ้านน้ำราด ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม ต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญ "พุมดวง” ที่หล่อเลี้ยงคนเมืองสุราษฎร์ ถาวร พรหมฉิม นายอำเภอคีรีรัฐนิคม บรรยายสรุปให้ฟังว่าเมื่อก่อนสภาพพื้นที่ใน ต.ทำเนียบ มีความอุดมสมบูรณ์มาก เต็มไปด้วยป่าดงดิบ ต่อมามีการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่ามากขึ้น ทำให้สภาพพื้นที่มีความแห้งแล้งทุรกันดาร น้ำในคลองมะเลาะไหลลงสู่แม่น้ำพุมดวงที่เคยมีตลอดทั้งปีกลับแห้งขอดในฤดูแล้ง
“ที่นี่โชคดีมีผู้นำที่เข้มแข็งในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ และชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในทุกกิกรรม อย่างปัญหาน้ำแล้งก็ไม่มีอีกแล้ว เพราะชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ปลูกป่าเพิ่ม ทำฝายชะลอน้ำเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง ทั้งอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร” นายอำเภอคีรีรัฐนิคมกล่าว
หลังจากนายอำเภอบรรยายสรุป จากนั้นพวกเรารวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่กว่า 200 คน นำโดยกำนันตำบลทำเนียบ "สุจิน นาคบำรุง” ร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริกั้นลำคลองมะเลาะ ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักที่ไหลผ่านหมู่บ้าน ซึ่งมีทั้งฝายกึ่งถาวรและฝายถาวรที่ชาวบ้านร่วมกัน6บริจาคทรัพย์และช่วยกันสร้างขึ้นโดยการทอดผ้าป่าก้อนหิน กล่าวคือให้ชาวบ้านนำก้อนหินคนละก้อนมาสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเก็บกักน้ำใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร ซึ่งชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนผลไม้
“ฝายชะลอน้ำนั้นจะทำเป็นจุดๆ ห่างกันพอสมควร โดยให้ชาวบ้านนำก้อนหินมาครอบครัวละก้อนมาร่วมกันสร้างฝาย ตอนนี้สร้างฝายไปแล้ว 28 แห่งเพื่อชะลดน้ำไม่ให้ไหลลงสู่แม่น้ำพุมดวงเร็วเกินไป ถามว่าทำไมไม่ตั้งงบประมาณจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เพราะถ้าทำแบบนั้นความสามัคคีของคนในหมู่บ้านมันก็ไม่เกิด ที่เราทำอย่างนี้นอกจากได้ฝายชะลอน้ำแล้วยังมีน้ำใจจากเพื่อนบ้านมาช่วยกัน เด็กนักเรียนก็มาช่วย นี่คือจุดประสงค์หลักในการสร้างฝายของเรา"
จากนั้นทั้งหมดก็เดินทางสู่อำเภอบ้านตาขุนเพื่อไปดูความเข้มแข็งของคณะกรรมการหมู่บ้านในการทำงานด้านการส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดมีนายอำเภอบ้านตาขุน “สมปราชญ์ ปราบสงคราม” คอยให้ข้อมูลตลอดระยะเวลาการเยี่ยมชมกิจกรรมตามจุดต่างๆ ซึ่งรายได้หลักของชาวบ้านมาจากการให้บริการท่องเที่ยว โดยสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ภายในเขื่อนรัชชประภา (เชี่ยวหลาน) ที่ได้รับสมญาว่า ”กุ้ยหลินเมืองไทย” ที่มีความงดงามไม่แพ้กุ้ยหลินประเทศจีน
นี่เป็นส่วนหนึ่งของทริปดูงานความก้าวหน้าการดำเนินงานการพัฒนาพื้นที่ชุมชนสู่ความยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาลและกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยในการนำแนวพระราชดำริศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับชุมชน จนสามารถได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในวันนี้
-----------------------
(ท่องโลกเกษตร : ล่องใต้ตระเวนเยี่ยม 'หมู่บ้านเข้มแข็ง' ปักหลัก 'สุราษฎร์ธานี' ดูวิถีพอเพียง : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



