
เด็กไทยพิชิต1ทอง3เงินเวทีชีววิทยาโอลิมปิกที่ญี่ปุ่น
เด็กไทยพิชิตเหรียญชัยเวทีโลก 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน ชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศจากญี่ปุ่น กลับถึงไทยคืนนี้ (19 กค.) เวลา 21.25 น.
เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นางสาวนารี วงศ์สิโรจน์กุล รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แจ้งมาว่าตามที่สสวท.ได้คัดเลือกและจัดส่งคณะผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2552 จำนวน 4 คน ระหว่างวันที่ 12 - 19 กรกฏาคม2552 ณ เมืองซึคูบา ประเทศญี่ปุ่น ผลปรากฏว่าผู้แทนประเทศไทยสามารถพิชิต 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน จากฝีมือของ นางสาวนันทนัช วุฒิไกรวิทย์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญทอง นายวีรภัทร คิ้ววงศ์งาม โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ เหรียญเงิน นางสาวฝันฝ้าย สมเกียรติ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน และนายจตุพร วานิชานนท์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เหรียญเงิน
นางสาวนันทนัช วุฒิไกรวิทย์ หรือ น้องเพชร เจ้าของเหรียญทองเผยว่าโอลิมปิกวิชาการเปิดโอกาสให้เด็กที่สนใจในสาขาวิชาการต่าง ๆ ของแต่ละประเทศได้มาพบและรู้จักกันซึ่งไม่ใช่โอกาสที่หาได้ง่ายๆ นับเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้เป็นผู้แทนประเทศไทย เพื่อให้เรียนดีอย่างมีความสุข ตนจึงมีวินัยกับตัวเอง พยายามบริหารเวลาในชีวิตคือแบ่งเวลาทั้งด้านเรียน พักผ่อน ทำกิจกรรมโรงเรียน รวมทั้งช่วยติวให้เพื่อนหรือรุ่นน้องวิชาชีววิทยาและคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาที่ถนัด ตั้งใจเรียนในห้องเรียน ทำการบ้านและทบทวนสม่ำเสมอ ซึ่งทำให้เรียนได้เต็มที่และเวลาเล่นก็เล่นได้อย่างไม่มีกังวล เหนืออื่นใดกำลังใจทั้งมวลมาจากความรักความอบอุ่นของคุณพ่อคุณแม่
“อยากให้คุณครูสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์โดยกระตุ้นให้เด็กคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และเห็นความสำคัญของทั้งสองวิชาว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว ทำให้เด็กๆ กระตือรือร้น เกิดความอยากรู้ ค้นคว้าเพิ่มเติมและสนุกกับการเรียนโดยไม่รู้สึกเบื่อ” นางสาวนันทนัช กล่าว
นายวีรภัทร คิ้ววงศ์ หรือ น้องนุ้ย เจ้าของเหรียญเงิน เล่าถึงบรรยากาศในครอบครัวว่าคุณพ่อ คุณแม่มักพูดคุยถึงเรื่องความรู้รอบตัวต่าง ๆ ให้ลูกฟังเช่น ดิน ฟ้า อากาศ ต้นไม้ ซึ่งช่วยส่งเสริมกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกันข่าวการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการก็มีส่วนจุดประกายให้เด็กๆ สนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น หรือถ้าเป็นคนที่ชอบวิชานี้อยู่แล้วก็ได้สนใจเพิ่มพูนความรู้มากยิ่งขึ้น
“วิธีเรียนดีและเรียนสนุก อยากให้นำความรู้มาวิพากษ์วิจารณ์กันกับเพื่อนๆ และคุณครู ซึ่งจะได้ความรู้ชนิด 150 % ทีเดียว ยิ่งถ้าสอนคนอื่นๆ ให้ความรู้แก่คนอื่นๆได้ด้วย ก็จะยิ่งได้ความรู้มากขึ้น อนาคตตั้งเป้าอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างผลงานเป็นประโยชน์ต่อโลกครับ” นายวีรภัทร กล่าว
นางสาวฝันฝ้าย สมเกียรติ หรือ น้องฝ้าย เผยว่าก้าวมาถึงจุดนี้ได้เพราะมีคุณพ่อ คุณแม่เป็นเพื่อนคอยช่วยเหลือและกำลังใจ หลักการเรียนดีมีความสุขของตนก็คือรู้จักแบ่งเวลาระหว่างเรียนกับเล่นให้พอเหมาะซึ่งส่วนตัวไม่ชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ส่วนด้านเรียนอยากให้สอนแบบไม่เน้นความสำคัญของคะแนนมากจนเกินไป แต่ให้เด็กๆ เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เพราะทำให้นักเรียนสนุกและรักที่จะเรียนรู้
นางสาวฝันฝ้าย กล่าวต่อไปว่า โครงการโอลิมปิกวิชาการมีส่วนช่วยส่งเสริมความสนใจเรียนวิทยาศาสตร์ของเด็กรุ่นใหม่ เพราะการได้เข้าค่ายทำให้ได้ต่อยอดความรู้ ได้พบอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ มีโอกาสเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติและเห็นของจริงมากกว่าในห้องเรียน ได้พบบรรยากาศที่ส่งเสริมให้หมั่นฝึกฝนทักษะเพิ่มพูนความรู้สม่ำเสมอ
ขณะที่ นายจตุพร วานิชานนท์ หรือน้องกวง เผยว่าไม่ได้เรียนพิเศษนอกโรงเรียนเลยตั้งแต่ม.3 แต่ตั้งใจเรียนในห้องให้มากที่สุด ทำเข้าใจทุกเรื่องที่ครูสอนหรือถ้าไม่เข้าใจก็รีบถามให้กระจ่าง อ่านทบทวน 1 – 2 รอบให้เข้าใจดียิ่งขึ้น ปกติช่วยติวชีววิทยาให้เพื่อนหรือรุ่นน้องก่อนสอบกลางเทอมและสอบไล่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะได้ทบทวนความรู้ไปในตัว ช่วยให้รู้ว่าตัวเองเข้าใจวิชานั้นๆ มากน้อยแค่ไหน ถ้ายังไม่เพียงพอก็ต้องกลับไปอ่านเพิ่มแล้วนำมาตอบ จุดนี้ทำให้รู้ว่าการสอนคนอื่นนั้นมีคุณค่ามากทั้งต่อตัวเองและส่วนรวม
“เวลาว่างก็มีเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์บ้างเหมือนกันครับแต่ดูแลตัวเองไม่ให้ติด เมื่อก่อนบางครั้งก็มีปัญหาเหมือนกันแต่สิ่งที่ช่วยได้มากก็คือการควบคุมเวลา รู้ว่าเวลาไหนเป็นเวลาทำการบ้าน เวลานอน หรือเวลาเล่น ถ้าเจ้าจอสี่เหลี่ยมนี่ทำให้ชีวิตเราไม่เป็นเวลา ต้องหยุดทันทีครับ เลิกแล้วไปทำสิ่งอื่นที่จำเป็น หากยังไม่หยุดผมว่าเวลาต่อจากนั้นจะกลายเป็นเวลาที่สูญเปล่า” นายจตุพร กล่าว
ทั้งนี้ คณะผู้แทนประเทศไทยฯ จะเดินทางกลับถึงไทยในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2552 เที่ยวบินTG 677 เวลา 21.25 น. สสวท.จะมีพิธีต้อนรับคณะผู้แทนประเทศไทยฯ ตามกำหนดดังกล่าว ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ชั้น 2 ด้านใน ประตูที่ 5



