ไลฟ์สไตล์

วิเคราะห์แนวคิด'B2'รร.ราคาประหยัดประเภท'Budget Hotel'

วิเคราะห์แนวคิด'B2'รร.ราคาประหยัดประเภท'Budget Hotel'

18 ก.ค. 2558

วิเคราะห์แนวคิด “B2”โรงแรมราคาประหยัดประเภท “Budget Hotel” : คอลัมน์ ตึกแถว+อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชียว

 
          สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สัปดาห์นี้เป็นสาระน่ารู้ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้พูดถึงแนวคิดที่เฉียบคมของคุณ “พิชัย จาวลา” ที่ให้ความรู้ในหลากหลายมุมมอง ซึ่งในบางประเด็นเราก็คิดไม่ถึง หรือมองข้ามไปเกี่ยวกับการลงทุน “โรงแรมราคาประหยัด” หรือ “Budget Hotel” และที่สำคัญยังได้ “Branding” มาอีกด้วย เกิดเป็นเครือ “โรงแรมราคาประหยัด” ภายใต้แบรนด์ “B2” เกิด “Brand Value” พอลูกค้าเกิดความประทับใจใน “Brand” ยิ่งทำให้ความเสี่ยงในการขยายสาขาของ “B2” ลดลงไปอีก
 
          นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้าง “อำนาจในการต่อรอง” (Bargaining Power) ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองกับทางธนาคารในการเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยาวขึ้น และวงเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเจรจาต่อรองกับผู้รับเหมารายใหญ่ ทำให้สามารถลดราคาค่าก่อสร้างลงมา รวมไปถึงการเจรจาต่อรองของฝ่ายจัดซื้อ ที่จะทำให้สามารถซื้อของที่มีคุณภาพดีขึ้นและมีปริมาณมากขึ้น (แต่มีราคาต่อหน่วยที่ต่ำลง) ทำให้สามารถใช้งบประมาณอย่างประหยัดยิ่งขึ้นและเกิด “Economic of Scale” รวมทั้งมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่ดีขึ้น และก่อให้เกิดประสิทธิผลที่ดียิ่งขึ้น นำไปสู่มาตรฐานที่สูงขึ้นตามลำดับ จนทำให้ “B2” สามารถให้การบริการกับลูกค้าที่เหนือความคาดหวังจากการที่จ่ายเงินค่าห้องพักเพียง 400-500 บาท++ต่อคืน แต่ได้รับการบริการจากการที่ได้เข้าพัก “โรงแรมราคาประหยัด” ของ “B2” ใน “มาตรฐานสากล” ของ “โรงแรมระดับ 3-4 ดาว”
 
          พอ “B2” สามารถขยายสาขากระจายตัวออกไปตามจังหวัดต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้ระดับการบริหารจัดการต้องปรับตัวให้มีกระบวนการที่ซับซ้อนมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นที่นำมาซึ่งประสิทธิผลที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้าง “ระบบฐานข้อมูลออนไลน์” สามารถบริหารจัดการสาขากว่า 24 สาขา ทั่วประเทศโดยมี “Center” เป็น “ศูนย์กลาง” อยู่ที่ “เชียงใหม่” มีการพัฒนา “ระบบบัตรเติมเงิน” และสามารถจองห้องพักผ่าน “Counter Service” ตาม “ร้านสะดวกซื้อ” ทำให้ยิ่งเติบโตยิ่งเข้มแข็ง ก็ยิ่งทิ้งห่างคู่แข่ง ภายใต้การดำเนินธุรกิจ “โรงแรมราคาประหยัด” ที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด ซึ่งคุณ “พิชัย” เน้นย้ำว่า จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดทุกขั้นตอน ลดต้นทุนให้ต่ำสุดทุกขั้นตอน คำว่าโรงแรมราคาถูกเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ แต่แท้จริงแล้วคุณค่าที่ลูกค้าพึงจะได้รับต่างหากนั่นคือคำตอบ
 
          นอกจากนี้ คุณ “พิชัย” ยังฝากข้อคิดทิ้งท้ายที่แหลมคมไว้ว่า คนรวยทุกคนบนโลกนี้มีลักษณะเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ “กล้าทำ” และ “กล้ารับความเสี่ยง” ซึ่งจะว่าไปตามจริงแล้วคนส่วนใหญ่ต่างก็มีโอกาสเรียนรู้เท่าเทียมกันหมด สามารถศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เท่ากันหมด แต่ทำไมคนส่วนใหญ่จึงติด “กับดัก” ของการ “ไม่กล้าลงมือทำ” จึงมักจะเต็มไปด้วยเหตุผลมากมายที่ทำให้ต้องรอก่อน รอศึกษาเพิ่มเติมก่อน รอให้เศรษฐกิจดีเสียก่อน รอให้พร้อมมากกว่านี้เสียก่อน รอให้รู้มากกว่านี้เสียก่อน ฯลฯ แท้จริงแล้วไม่เคยมีความรู้และความพร้อมที่สมบูรณ์แบบครับ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องหลุดจาก “วังวน” นี้ให้ได้ โดยการเริ่มต้นให้ได้ ต้องเริ่มลงมือทำให้เร็วที่สุดให้ได้ ถ้าเหตุที่ยังไม่ลงมือทำเพราะคิดว่ายังไม่รู้ แล้วมีอะไรอีกที่คุณสามารถรู้ว่าคุณยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ดังนั้น จึงเป็นแต่เพียงจินตนาการที่นำไปสู่การคาดเดา ซึ่งจะว่าไปแล้วเป็นการรู้ที่ไม่รู้จริงทั้งนั้นครับ
 
          “ความรู้ที่แท้จริง” ในมุมมองของคุณ “พิชัย” คือความรู้ที่ได้เรียนรู้จากภาคสนามเป็นความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติจริง จะต้องหาความ “สมดุลย์” ให้ได้ ระหว่าง “ความเสี่ยง” กับ “ความสำเร็จ” และในการลงทุน “Budget Real Estate” ประเภท “โรงแรมราคาประหยัด” ก่อนตัดสินใจลงทุนในแต่ละโครงการจะหาวิธีอะไรก็ได้ที่สามารถทำให้เชื่อมั่นว่าได้ลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดและเพิ่มโอกาสที่จะสำเร็จให้สูงที่สุด เมื่อบรรลุถึงจุดนั้นเมื่อไหร่ก็ตัดสินใจลงมือทำในทันที เพราะมั่นใจว่ามาถูกช่องแล้ว อีกทั้งมีการเตรียมความพร้อมอย่างไม่ประมาทแล้ว ในการลงมือปฏิบัติจริงก็มักจะเผชิญกับความผิดพลาดเพียงเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะความผิดพลาดใหญ่ๆ ได้ลดทอน (Minimize) และเตรียมรองรับมือไว้หมดแล้ว
 
          คุณ “พิชัย” ได้ทิ้งท้ายเอาไว้ในการลงทุน “Budget Real Estate” อย่างน่าสนใจยิ่งว่าในเส้นทางที่จะประสบความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติที่จะต้องเจอกับทั้ง “ปัญหา” และ “อุปสรรค” หากหลีกเลี่ยง “ปัญหา” และ “อุปสรรค” ก็เท่ากับเราได้หลีกเลี่ยง “ความสำเร็จ” ที่พึงจะได้รับ ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยง “ปัญหา” และ “อุปสรรค” หรือหลีกเลี่ยง “ความเสี่ยง” (เพราะก่อนตัดสินใจลงมือปฏิบัติได้ประเมิน “ความเสี่ยง” และเตรียมรับมือกับ “ความเสี่ยง” ไว้เรียบร้อยแล้ว) และไม่ต้องกลัวที่จะ “ขาดทุน” เพราะการลงทุนใน “อสังหาฯไม่บาน” ที่คุ้มค่าและราคาประหยัดนั้น “กำไร” หรือ “ขาดทุน” นั้นเปรียบได้กับเหรียญ 2 ด้านเสมอ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของกันและกันครับ
 
          นอกจากนี้ ยังถ่อมตัวว่าตนไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรมากมาย เพียงแค่ทำไปเรื่อยๆ ศึกษาหาความรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงไปเรื่อยๆ ด้วยความ “ความรัก” (Love) และความ “หลงใหล” (Passion) ในการลงมือทำ สุดท้ายสิ่งดีๆ ที่เรามักจะคาดไม่ถึงก็จะเข้ามาเองครับ จากการที่ผมได้เสวนากับคุณ “พิชัย” เต็มอิ่มครับกับแนวคิดจาก “CEO” ของ “B2” ซึ่งเป็น “Budget Real Estate” ประเภท “โรงแรมราคาประหยัด” ที่มีการขยายตัวเร็วที่สุดในประเทศและกำลังจะขยายตัวออกไปในภูมิภาค “Asian” ในอนาคตอันใกล้นี้ครับ
 
          สำหรับอีกสองสัปดาห์หน้ามาฟังแนวคิดของ “กูรู” อีกท่านหนึ่งคือ “รองศาสตราจารย์ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในปัจจุบันเป็น “CEO” ของ “คิวเฮ้าส์” (Quality House) ที่มีข้อคิดที่แหลมคมไม่แพ้คุณ “พิชัย จาวลา” ซึ่งเป็น “CEO” ของ “B2” เช่นกัน และผมถือได้ว่าเป็นกระบวนการ “แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และแบ่งปัน” กันที่ก่อให้เกิด “ความสมดุลย์” ของ “ประโยชน์” และ “ความสุข” กันอย่างแท้จริงครับ แฟนๆ ท่านใดสนใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมหรือข้อมูลย้อนหลัง ท่านก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ www.homeloverthai.com หรือส่งคำถามหรือข้อสงสัยได้ที่ [email protected] ยินดีตอบทุกคำถามหรือข้อสงสัยครับ
 
........................................
(หมายเหตุ วิเคราะห์แนวคิด “B2”โรงแรมราคาประหยัดประเภท “Budget Hotel” : คอลัมน์ ตึกแถว+อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชียว)