ไลฟ์สไตล์

ซูซูกิเซียส M/T สัมผัสพรีเมียม อีโคคาร์

ซูซูกิเซียส M/T สัมผัสพรีเมียม อีโคคาร์

18 ก.ค. 2558

เปิดโลกยนตรกรรม : ซูซูกิเซียส M/T สัมผัสพรีเมียม อีโคคาร์ : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี

 
                      หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 24 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา ที่เมืองทองธานี ตลาดอีโคคาร์ก็ได้รู้จักกับน้องใหม่ล่าสุดคือ เซียส รถซีดาน 4 ประตู เครื่องยนต์ 1.25 ลิตรของค่ายซูซูกิ ชื่อชั้นซูซูกิในบ้านเราหลายคนไม่คุ้น ไม่กล้าลอง แต่ในต่างประเทศ ซูซูกิคือระดับเทพของผู้ผลิตรถเก๋งเล็กของโลกก็ว่าได้ ภาพนี้ชิงดำกันระหว่าง ไดฮัทสุกับซูซูกิมาเนิ่นนาน หลังๆ ตลาดไดฮัทสุยังไปไม่ถึงไหน แต่ซูซูกิไปไกลมากแล้วอินเดีย จีน พม่า ยุโรป ซูซูกิสู้ได้ทุกที่เพราะเรื่องเทคโนโลยี และการเซตรถได้ถูกรสนิยมคนใช้
 
                      ซูซูกิเป็นค่ายที่ไม่ทำรถไฮบริด แค่บอกว่ายังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ประหยัดน้ำมันเท่ากับหรือมากกว่าไฮบริดอยู่ เราจะเห็นกันอยู่ว่า ซูซูกิทำรถประหยัดน้ำมันได้ตามเงื่อนไขกฎเกณฑ์โดยไม่ต้องไปลดขนาดของตัวถังให้เล็กลง เดิมนั้นเราเข้าใจว่า ขนาดของตัวถังจะสะท้อนน้ำหนักของรถ รถใหญ่ก็ต้องกินน้ำมันมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีของซูซูกิ ทำให้รถเก๋งแฮทช์แบ็กอย่างสวิฟท์ที่มีขนาดใหญ่กว่าอีโคคาร์ในยุคเดียวกันสามารถทำอัตราการประหยัดได้ไม่แพ้กัน คนซื้อได้กำไรตรงห้องโดยสารและความสะดวกสบายมากขึ้น ตัวรถมีเสถียรภาพมากขึ้น
 
                      เซียส เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่เปิดตัวออกมาในแนวคิดเดียวกันอย่างที่ผมเล่ามา เซียสวางตัวเองเป็น พรีเมียม อีโคคาร์ ถ้าเราลองทำความเข้าใจเซ็กเมนท์ของรถอีโคคาร์หรือกลุ่มรถประหยัดพลังงานที่รัฐบาลส่งเสริมการผลิตอยู่ จะพบว่าตลาดนี้มีรถ 3 กลุ่ม กลุ่มแรกได้แก่ กลุ่มอีโคโนมี หรือกลุ่มประหยัด เน้นเรื่องประหยัดเป็นหลัก การขับขี่ การตกแต่งก็ตามสภาพ รับได้ตามเม็ดเงินที่จ่าย กลุ่มที่สองคือกลุ่มสไตลิสต์ เน้นเรื่องอุปกรณ์ รูปทรงสปอร์ต สวยงามในระดับหนึ่งและวางราคาสูงหน่อย คนใช้เป็นวัยรุ่น และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มพรีเมียม เน้นโดยสารประโยชน์ใช้สอย กลุ่มนี้จะเป็นตัวถังซีดานเสียเป็นส่วนใหญ่ คนใช้เป็นกลุ่มครอบครัว สุภาพสตรี การตกแต่งวัสดุจะดีขึ้น การขับขี่ดีกว่า กลุ่มอีโค 
 
                      ซูซูกิแบ่งเกรดเซียสออกเป็น 3 เกรด คือ GLX ท็อปเกรด รองลงมาคือ GL มีทั้งเกียร์ซีวีทีและเกียร์ธรรมดา ส่วนรุ่นล่างคือ GA เป็นรุ่นสุดท้ายมีแต่เกียร์ธรรมดา ขนาดของรถกลายเป็นจุดเด่น รถมีมิติที่ยาวกว่า บีคาร์ เซ็กเมนท์ทั่วไปเล็กน้อย และเทียบกับรุ่นเดียวกันในบีคาร์ ความกว้างฐานล้อและความกว้างระหว่างล้อซ้ายและขวามีความยาวกว่า บีคาร์ ส่วนความสูง 1,475 มม. เพื่อเน้นที่นั่งตอนหลังให้มีความสูง การทดลองขับเซียสครั้งนี้ ผมได้ทดลอง รุ่นGL เกียร์ธรรมดาในเส้นทางกรุงเทพฯ-ตราด ช่วงนี้ไปภาคตะวันออกต้องเผชิญพายุฝน อย่างแรกที่รู้สึกได้คือ การออกแบบตัวรถโดยรวมลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะสัดส่วนของการวางระยะเส้นสาย สมดุล ภาพที่ให้จึงรู้สึกว่า รถดูภูมิฐานไม่น่าใช่อีโคคาร์ แต่มันก็เป็นไปแล้ว เนื่องจากฟอร์แพลนของรถมาจากบี คาร์ การขยายสัดส่วนความกว้างกับความยาวทำให้สามารถลากและหยุด เส้นที่ออกแบบได้ยืดหยุ่นมากขึ้นถ้าเทียบกับรถอื่นๆ ในกลุ่มที่นำฐานของอีโคคาร์มาขยายเราจะเห็นการรีดส่วนยาวของรถออกแต่ติดที่ความกว้าง รถเลยดูเหมือนกับถูกรีดให้แบนแต่ยาว ไม่สมดุล 
 
                      เซียสใช้เครื่องยนต์ K12B ขนาดความจุ 1.25 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาว์ลแปรผันทั้งไอดีและไอเสีย(VVT) ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที ตอบสนองทันใจปราดเปรียวคล่องตัวด้วยแรงบิด 118 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
 
                      ความสามารถของรถ เราประเมินได้ตั้งแต่ล้อยังไม่หมุน หากว่าเข้าไปนั่งแล้วรู้สึกหนักแน่น ให้ความรู้สึกปลอดภัย ถือเป็นประเด็นสำคัญด้านการออกแบบและตกแต่งภายใน ซูซูกิเน้นในส่วนนี้ได้ดีด้วยการให้สีขรึมและมีวัสดุสีเทาเงินกับโครเมียมมาประกอบ เห็นแล้วนึกถึงรถพรีเมียมของเยอรมนียี่ห้อหนึ่ง แม้จะไม่ได้ทำในรายละเอียดทุกจุดแต่โครงสร้างห้องโดยสารทำให้รู้ได้ว่า แตกต่างไปจากอีโคคาร์ทั่วๆ ไป ออปชั่นต่างๆ เช่นระบบเปิดท้ายด้วยระบบไฟฟ้า ระบบล็อกประตูที่สามารถตั้งโปรแกรมได้ว่าจะใช้รีโมทเปิดครั้งเดียว 4 บานหรือเปิดเฉพาะบานประตูคนขับก็เป็นมาตรฐานใหม่ที่เพิ่มขึ้น เรียกว่าออปชั่นหลายอย่างและการตกแต่งเทียบเคียงเท่ากับรถยนต์หรูหรา ขนาดของเบาะนั่งด้านหน้าส่วนของรองขาไม่ได้หดสั้นแบบอีโคคาร์แต่มันสามารถรองรับได้แบบรถใหญ่ ส่วนเบาะหลังก็มีขนาดใหญ่ และชัดเจนตรงที่นั่งแล้วไม่คับแคบ พื้นที่วางเท้าและหัวเข่า ถือว่าโดดเด่นมากทีเดียว
 
                      ด้านคุณภาพการขับขี่ ซูซูกิยังคงบุคลิกรถที่เน้นความมั่นคงของตัวถัง การตอบสนองของพวงมาลัยที่ดี เกียร์ธรรมดาเราสามารถลากรอบไปสูงๆ โดยที่เสียงบูมของเครื่องยนต์ยังทุ้มลึกไม่แผดและรู้สึกเค้นเครื่อง ความเร็วเดินทางระดับ110 กม./ชม. เป็นความเร็วที่ทุกอย่างยังควบคุมได้ เสียงลมปะทะน้อยมาก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดด้านราคาขาย ที่รถระดับห้าแสนบาท ต้องเน้นประหยัดทุกด้าน เราจะเห็นขีดสุดของรถได้เร็วกว่ารถที่มีราคาแพงกว่า ซึ่งระดับ 140 กม./ชม.ขึ้นไปอาจจะต้องใช้ทักษะในการควบคุมรถมากขึ้น ข้อจำกัดเหล่านี้เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้าจะนำมาเปรียบเทียบเคียงรถระดับเดียวกัน เซียสจัดว่า ข้อจำกัดนี้มาช้ากว่ารถในระดับเดียวกัน
 
                      คู่แข่งของเซียส ตรงสุดคือ  อัลเมร่า 1.2 รถซีดานของนิสสัน ที่โครงสร้างเป็นแบบ 4 ประตูและเกิดจากโครงการอีโคคาร์เช่นเดียวกัน แต่ถ้าจะให้ขยับไปเล่นกับรุ่นใหญ่เครื่อง 1.5 อย่างบีคาร์ ในกลุ่มซีดานเช่นซิตี้จากฮอนด้า และวีออสก็ใกล้เคียง จะต่างกันตรงที่ไดนามิกของเครื่องตอนความเร็วปลายเท่านั้น เพราะบีคาร์ เขาอยู่เซ็กเมนท์เหนือกว่าและราคาก็สูงกว่าด้วย
 
                      คนที่เหมาะกับเซียสน่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายที่เริ่มมีรถคันแรก สนใจเรื่องของความคุ้มค่าบาทต่อบาท เส้นทางที่ใช้คือในเมืองรถเยอะๆ และระหว่างเมืองเป็นครั้งคราว ไม่รีบร้อน คนที่มีทักษะในการขับรถทั่วไป สำหรับราคาของรถ ได้แก่
 
 
                      รุ่น GLX เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 625,000 บาท
 
                      รุ่น GL เกียร์อัตโนมัต CVT ราคา 559,000 บาท
 
                      รุ่น GL เกียร์ธรรมดา (MT) ราคา 523,000 บาท
 
                      รุ่น GA เกียร์ธรรมดา (MT) ราคา 484,000 บาท 
 
 
                      ผมเชื่อว่า ในการใช้งานสำหรับชีวิตประจำวัน สิ่งที่เซียสให้มาในรถและคุณภาพการขับขี่ ไม่มีอะไรด้อยหากรวมเอาคุณค่าต่างๆ ที่เป็นรายละเอียดเช่น ระบบคุณภาพเครื่องเสียงที่ให้มิติเสียง เกือบจะถึงรถซีคาร์ และบรรดาออปชั่นความปลอดภัย เช่น ถุงลมนิรภัย เบรกเอบีเอส หรือ ไฟเลี้ยวที่กะพริบได้ 3 ครั้ง เมื่อแตะก้านไฟเลี้ยว หรือแม้แต่ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ถือว่าคุ้มค่าครับ
 
 
 
 
-----------------------
 
(เปิดโลกยนตรกรรม : ซูซูกิเซียส M/T สัมผัสพรีเมียม อีโคคาร์ : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี)