ไลฟ์สไตล์

หลากเทคนิคศิลป์ชิงพื้นที่เกิด

หลากเทคนิคศิลป์ชิงพื้นที่เกิด

16 ก.ค. 2558

ศิลปวัฒนธรรม : หลากเทคนิคศิลป์ชิงพื้นที่เกิด

 
        เวทีศิลปะเปิดไว้ให้คนไอเดียบรรเจิดได้แสดงออกอยู่เรื่อยๆ บ่อยครั้งกลายเป็นแหล่งตัดสายสะดือศิลปินหน้าใหม่รวมถึงมืออาชีพให้ได้แจ้งเกิดในวงการคนแล้วคนเล่า เช่นเดียวกับกิจกรรม “จิตรกรรมเอเชีย พลัส” ที่บริษัทเอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว และครั้งนี้มาในหัวข้อ “จังหวะ ดนตรี กวี ศิลป์” ยังคงได้รับความสนใจจากนักสร้างสรรค์ศิลปะส่งผลงานร่วมประชันฝีมือมากมาย โดยมีศิลปินระดับอาจารย์ อาทิ อ.อิทธิพล ตั้งโฉลก, อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, อ.ปรีชา เถาทอง, อ.ถาวร โกอุดมวิทย์ และ อ.สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ สละเวลามาเป็นคณะกรรมการตัดสินและมอบรางวัลอย่างชื่นมื่น
 
        จึงไม่แปลกที่บรรยากาศภายในหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สถานที่จัดแสดงผลงานของผู้ได้รับรางวัลเมื่อวันก่อนจะน่าตื่นตาไปด้วยไอเดียศิลปะหลากหลายเทคนิค ซึ่ง ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ปฯ พูดถึงปรากฏการณ์ครั้งแรกของการเพิ่มรางวัลในการประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัส ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่ามีการตกลงร่วมกันของคณะกรรมการด้วยเหตุผลที่ว่าจากการจัดการประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัสมาจนถึงครั้งที่ 5 คณะกรรมการได้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพของศิลปินไทยที่ส่งผลงานเข้ามาประกวดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตรงกับเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่ต้องการส่งเสริมศิลปินไทยให้พัฒนาฝีมือได้ทัดเทียมและไม่แพ้ศิลปินในระดับนานาชาติ
 
        "ปีนี้มีผลงานส่งเข้าร่วมทั้งหมด 113 ชิ้น จาก 80 ศิลปิน แม้จะน้อยกว่าปีก่อนหน้าแต่เป็นผลงานที่มีคุณภาพมากกว่าที่คาดไว้ ถือเป็นความท้าทายสำหรับคณะกรรมการในการตัดสิน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการได้คัดเลือกผลงานผ่านเข้ารอบ 45 ภาพ และในจำนวนนี้ เป็นภาพที่ได้รับรางวัล 7 ภาพ เป็นรางวัลที่ 1-3 อย่างละ 1 ภาพ และรางวัลชมเชย 4 ภาพ (จากที่เคยประกาศไว้ 3 ภาพ) เนื่องจากผลงานที่ผ่านเข้ารอบมีคุณภาพที่ดีมาก ทำให้บริษัทต้องเพิ่มจำนวนรางวัลชมเชยอีกหนึ่งรางวัล ด้วยความเห็นพ้องต้องกันของคณะกรรมการทุกท่าน ซึ่งเป็นครั้งแรกของการประกวดของเราที่มีการเพิ่มรางวัล"โต้โผใหญ่จัดกิจกรรม เผย
 
        ภาพจิตรกรรมชื่อ “ภาพสะท้อนความรู้สึก” ของ สิทธิพนธ์ เลาะไชย์สงค์” นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับเลือกอย่างเอกฉันท์ให้คว้ารางวัลที่ 1 โดยเจ้าของผลงานเผยความรู้สึกว่า ไม่คิดว่าภาพที่ส่งจะได้รางวัลชนะเลิศ อีกทั้งเป็นครั้งแรกที่ส่งงานเข้าประกวดกับจิตรกรรมเอเซีย พลัส สิ่งที่เห็นเกิดจากการวิเคราะห์โจทย์ จังหวะ ดนตรี กวี ศิลป์ เป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ
 
        "ผมตีโจทย์ว่าความรู้สึกของคนมันเกิดขึ้นเมื่อคนๆ นั้นมีประสบการณ์ อย่างความเป็นไทยมันก็เป็นรากเหง้าที่อยู่ในตัว แล้วผมเองเป็นคนที่เล่นดนตรี ผมเล่นกีตาร์กับพิณ เคยอยู่ในวงดนตรีพื้นบ้านมาด้วยครับ ทุกอย่างมันคงอยู่ข้างใน พอเราสำรวจความรู้สึกข้างในตัวเอง มันก็เป็นอะไรที่ลุ่มลึกซับซ้อน เป็นขาว เป็นดำ เหมือนในรูปนี้ถึง่ใช้ชื่อว่าภาพสะท้อนความรู้สึก ส่วนเทคนิคที่ใช้เป็นเทคนิคช่างไทยโบราณ เอากระดาษมาฉลุให้เป็นรู แล้วให้ผ้าขาวห่อสีฝุ่น เป็นเหมือนลูกประคบแล้วก็วางเฟรมขนานไปกับพื้น แล้วก็ลงสีฝุ่นแบบที่ต้องการ ก่อนจะเคลือบทับชิ้นงานอีกที ใช้เวลาสร้างสรรค์กว่า 1 เดือนถึงเสร็จ” ศิลปิน อธิบายแนวคิดและวิธีทำงาน
 
        หนึ่งในคณะกรรมการ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ วิจารณ์ภาพนี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า คนที่แสดงออกได้ชัดเจนและตรงประเด็นที่สุดอาจมีไม่มากนัก แต่ศิลปินที่ได้รางวัลชนะเลิศ สามารถนำเรื่องดนตรี กวี ศิลป์ มาประกอบเป็นเรื่อง สร้างสรรค์และแสดงออกมาได้ทั้งหมด มีเนื้อหา มีความงามของจังหวะ ลีลา ไพเราะ ลึกซึ้ง พลิ้วไหว งดงาม ทั้งรูปทรง พื้นผิว มิติ ที่นำมาทับซ้อนกันได้งดงาม และแสดงความเป็นตัวตนของชาติได้ เมื่อดูอย่างลึกซึ้งจะมีความเป็นไทยซ่อนอยู่ในจุดต่างๆ มากมาย เป็นความงามที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ถ้าเอาผลพวงตามโจทย์และการประกอบสร้างรูปภาพนี้จึงเข้าประเด็นที่สุด มีความเป็นเอกภาพ มีอัตลักษณ์ ใช้องค์ประกอบทางทัศนธาตุ จุด เส้น สี เรื่องราว ล้วนมีที่มาทางเทคนิคของไทยโบราณ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของภาพ แม้ภาพจะสื่ออกมาค่อนข้างเป็นนามธรรม แต่กลับชัดเจนมากกว่า ถือเป็นความลงตัว
 
        ยังมีผลงานรางวัลอื่นๆ ที่สื่อความหมายได้ล้ำลึก เช่น “ภาพจับสภาวะการทับซ้อนของจิต 2” ของศิลปินอิสระ วิมล เขียวมาก ที่คว้ารางวัลที่ 2 เขานำคติธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาเรื่องการสำรวจตัวเองและการรู้ผิดชอบชั่วดีที่แสดงออกให้เห็นถึงจังหวะของการทับซ้อนเคลื่อนไหวต่อสู้กันมาถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของพลังแห่งความงามและความขัดแย้งที่ถูกเก็บไว้ภายในใจของมนุษย์ พร้อมกับเน้นย้ำว่าทุกคนมีทั้งด้านมืดและสว่าง อย่าด่วนตัดสินใครเพียงภายนอก
 
        ขณะที่หนึ่งผลงานรางวัลชมเชยชื่อ “ขอพรหมายเลข 3”ของศิลปินสาว ธิดารัตน์ จันทเชื้อ นักศึกษาศิลปากรวัย 23 ปี ที่ใช้เทคนิคผสมทั้งเย็บปักและสีอะคริลิกบนผ้าใบ บอกกล่าวแรงบันดาลใจว่า ในชีวิตประจำของเธอมีสิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ นั่นคือการละหมาด อันหมายถึงการสดุดีต่อพระเจ้า และสิ่งที่กระทำต่อมาคือ การขอดุอาหรือการขอพรให้กับตัวเอง ครอบครัว และคนรอบข้างอันเป็นที่รักอยู่เสมอ
 
        ทั้งนี้ งานนิทรรศการจิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 5 เปิดให้ชมทุกวันถึง  7 สิงหาคมนี้ (ยกเว้นวันพุธ) ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนิน