
เปิดเวทีพัฒนาเด็กจากโรงเรียนสู่การทำงาน
เปิดเวทีพัฒนาเด็กจากโรงเรียนสู่การทำงาน : สราวุฒิ ประทุมชัน นศ.ม.เนชั่นรายงาน
ด้วยพื้นที่ติดกับชายแดนพม่า ทำให้โรงเรียนแม่อายวิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ มีนักเรียนหลากหลายชาติพันธุ์เรียนอยู่ร่วมกัน เมื่อจบการศึกษาบางส่วนเรียนต่อและบางส่วนก็เข้าสู่ตลาดแรงงานโดยกลายเป็นแรงงานไร้ฝีมือหรือไม่สามารถประกอบอาชีพได้เนื่องจากไม่มีทักษะในการทำงาน จึงได้จัดทำ “แหล่งเรียนรู้ห้องหม่อนไหม” ขึ้นเพื่อเป็นการสร้างเสริมทักษะให้แก่นักเรียน
เรืองฤทธิ์ อภิวงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่อายวิทยาคม เล่าว่า จากเดิมที่โรงเรียนพยายามปรับปรุงการเรียนการสอน โดยให้ครูจัดกิจกรรมบูรณาการผ่านแหล่งเรียนรู้แต่กลับพบว่ามีนักเรียนส่วนหนึ่งที่เมื่อจบ ม.3 และม.6 แล้วไม่สามารถประกอบอาชีพได้ เนื่องจากไม่มีทักษะในการทำงาน โดยเฉพาะการคิด จึงเป็นที่มาของห้องหม่อนไหมที่มุ่งส่งเสริมการใช้ทักษะในการสังเกต ทดลอง คิดวิเคราะห์ และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้อย่างมีความจำเป็นและช่วยให้เกิดการคิดเพิ่มมากขึ้น
ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่อายวิทยาคม อธิบายว่า ด้วยความมุ่งหวังในการยกระดับการพัฒนากำลังคนในระบบการศึกษา เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกับความต้องการแรงงานของภาคการผลิตและบริการ ควบคู่ไปกับการสอดแทรกการศึกษาที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือสะเต็ม ให้แก่ผู้เรียนที่จะเป็นแรงงานที่สำคัญในอนาคต โดยการสนับสนุนจากผู้ปกครองของเด็กนักเรียนในพื้นที่อีกด้วย
จากนโยบายของภาครัฐนั้นไม่สามารถตอบโจทย์ของโรงเรียนแม่อายวิทยาคมได้ และไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ได้รับการแนะนำจากสถาบันคีนันแห่งเอเชีย ให้ร่วมงานกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สวทน. ซึ่งนำภาคธุรกิจและเครือข่ายการศึกษานำโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะวิทยาศาสตร์ และวิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยี เข้ามาร่วมกันบูรณาการการเรียนรู้ ทำให้ได้รับการแลกเปลี่ยนแนวคิดระหว่างภาคีเครือข่ายการศึกษา
หลังจากนั้นโรงเรียนแม่อายวิทยาคม จึงได้ประสานความร่วมมือกับภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัยในพื้นที่ และ สวทน. เข้ามาช่วยในการพัฒนาหลักสูตร จัดการเรียนการสอน การบริหารจัดการการประเมินผลและวัดผลร่วมกันเพื่อช่วยพัฒนากำลังคนให้มีคุณภาพและอาชีพที่ดี โดยปรับหลักสูตรให้มีการเรียนวิชาพื้นฐานในภาคเช้าทั้งหมด และภาคบ่าย
เป็นวิชาการงาน 3.5 หน่วยกิต ทุกวันมีการเรียนการปลูกใบหม่อน การทำเส้นใยธรรมชาติ และการทอผ้า
มีการเจาะลึกในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ผ่านกลไกติดตามผลของมหาวิทยาลัย และจะมีการยกระดับการผลิตอย่างไรให้รวดเร็ว มีคุณภาพดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเรียนรู้เรื่องการตลาด มีการจำลองการขายจริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เรียนให้รู้สึกว่า พวกเขาสามารถยกระดับเป็นเจ้าของกิจการตนเองได้ ถ้าสินค้ามีคุณภาพ
ระหว่างการฝึกภาคปฏิบัติก็จะมีการสอดแทรกวิชาต่างๆ ลงไปด้วย เช่น วิทยาศาสตร์ มีการศึกษาวงจรชีวิตของหนอนไหม การเติบโตของต้นหม่อน การวัดค่าความเป็นกรด-เบสของดิน เป็นต้น, คณิตศาสตร์ มีการวัดพื้นที่ในการปลูกต้นหม่อน วัดพื้นที่ในการเลี้ยงหนอนไหม เป็นต้น, ภาษาไทย มีการเขียนเรียงความเกี่ยวกับหม่อนไหม การทอผ้าลายไทย เป็นต้น นอกเหนือจากนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับวิชาอื่นๆ ได้อีกมากมาย โดยปัจจุบันมี 2 ห้องคือ ห้อง ม.1/3 และ ม.2/3
“ที่ได้มาเรียนในโครงการนี้มาจาก ผอ. และได้เรียนชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนแม่อายวิทยาคมอยู่ก่อนแล้ว และอาจารย์แนะนำให้ลองเรียนดู เลยสมัครด้วยตัวเองครับ ผู้ปกครองก็เห็นด้วย พอได้เรียนแล้วก็รู้สึกชอบครับ ที่ได้เรียนปฏิบัติไปด้วย การเรียนแต่ละอย่างก็ใช้เวลาไม่นานมาก ก็ทำเป็นเกือบทุกอย่าง ส่วนตัวชอบการทอผ้ามากที่สุดครับ อยากทำอาชีพทอผ้าขาย ตอนนี้ได้ทอผ้าพันคอด้วยตัวเองแล้ว 1 ผืน เอาไว้ใช้เองครับ” ด.ช.วรวุธ กล่าว วีรพรรณ เพียรกุศล บริษัท เพียรกุศลไหมและฝ้าย จำกัด (มหาชน) ผู้มีอุปการคุณต่อโรงเรียนแม่อายวิทยาคม ในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน โดยได้นำเมล็ดหม่อน ฝ้าย หนอนไหม และอุปกรณ์ต่างๆ มาให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูกหม่อน เลี้ยงหนอนไหม ทำเส้นใย การปั่นฝ้ายและการทอผ้า ได้เห็นว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การเพาะปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และเป็นสิ่งที่ต้องการมากในท้องตลาด ไม่เพียงต่อการบริโภค จึงได้เข้ามาช่วยสนับสนุนนักเรียนในพื้นที่ให้มีอาชีพ “หัวใจสำคัญคือ เราต้องการให้เด็กเหล่านี้มีอาชีพในท้องถิ่น หนังสือเล่มเดียวสอนทั่วประเทศเป็นไปไม่ได้ ต้องดูว่าในแต่ละพื้นที่ควรจะสอนแบบไหน และไม่ควรแนะนำว่ามหาวิทยาลัยคือสิ่งสุดท้ายที่นักเรียนจะต้องไป ควรสร้างค่านิยมว่าเมื่อเรียนจบแล้ว เขาจะประกอบอาชีพอะไรในท้องถิ่นของเขา เพื่อจะได้อยู่ในท้องถิ่น และพัฒนาท้องถิ่นของตัวเองให้เจริญได้” วีรพรรณ กล่าว



