
สะสมสิ่งของ สะสมความรู้
14 ก.ค. 2558
โซไซตี้ : สะสมสิ่งของ สะสมความรู้
โอกาสทางการเรียนรู้นั้นเกิดขึ้นได้หลากหลายช่องทาง และหนึ่งในนั้นมาจากนิสัยการเก็บสะสมสิ่งละอันพันละน้อย เมื่อเวลาผ่านไปนำมาซึ่งเรื่องเล่าและความประทับใจในวัตถุสิ่งของที่ดูผิวเผินอาจไม่ได้มากด้วยมูลค่า ทว่าอุดมไปด้วยความรู้อย่างน่าอัศจรรย์ และนั่นเองกระตุ้นให้แหล่งเรียนรู้จับต้องได้อย่างพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “เปิดโลกนักสะสม” พร้อมนิทรรศการ “สะสมไว้ ใช้เล่าเรื่อง” เผยแพร่พระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่สนพระราชหฤทัยด้านการสะสมสิ่งของตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์จนถึงปัจจุบันอันเป็นแบบอย่างของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ซึ่งได้ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์บ้านสวนปทุม จ.ปทุมธานี รวบรวมสิ่งของสะสมส่วนพระองค์มาจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้ชม โดยวันเปิดนิทรรศการบ่ายวันก่อน “โจ” สุทธิรัตน์ แก้วอาภรณ์ ภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ และ “อาร์ต” วิทวัส เกตุใหม่ เจ้าหน้าที่กิจกรรม ได้พาผู้ร่วมงานเดินชมสิ่งของสะสมส่วนพระองค์ที่พระราชทานมาจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งตามภูมิภาคที่เสด็จพระราชดำเนินไปเยือน อาทิ เอเชีย ยุโรป อเมริกา แอฟริกา เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นของที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของประเทศนั้นๆ โดย “อาร์ต” วิทวัส เล่าว่าแต่ละชิ้นที่เห็นเป็นระดับมาสเตอร์พีซ บางชิ้นมีมูลค่าสูงมาก ขณะที่บางชิ้นไม่มีมูลค่ามากแต่ทรงคุณค่าทางจิตใจและทางการศึกษา ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเก็บรวบรวมไว้ภายใต้แนวพระราชดำริ “เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า” ซึ่งภายในนิทรรศการแต่ละจุดจะมีพระสุรเสียงของพระองค์ที่ทรงบรรยายพระราชทานนักเรียนนายร้อย จปร.ให้ฟังด้วย
อย่างปากกาหน้าตาธรรมดานับร้อยด้ามที่ใช้ทรงพระอักษรตั้งแต่วัยเยาว์ จนทรงเข้าศึกษาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วหมึกหมดก็ไม่ทรงทิ้งแต่ทรงรวบรวมไว้เพื่อรำลึกว่าทรงผ่านการทรงอักษรมามากมายเพียงใด เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปเยือนเมืองโอกินาว่าทรงได้รับทูลเกล้าฯ ถวายขวดรูปทรงแปลกๆ ที่มีเรื่องเล่าว่าสมัยสงครามโลก ชาวตะวันตกบุกไปญี่ปุ่นแล้วนำขวดบรรจุสุราไปด้วย เมื่อดื่มหมดแล้วก็ทิ้งขวดกลาดเกลื่อนชาวญี่ปุ่นได้เก็บรวมรวมแล้วหลอมใหม่เพื่อจัดแสดงไว้เตือนความทรงจำ หรือเมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทะเลสาบเดทซี ที่มีความเค็มที่สุดในโลก ทรงทดลองลอยตัวเพื่อพิสูจน์ให้รู้ชัดด้วยพระองค์เอง ก่อนจะทรงเก็บตัวอย่างน้ำบรรจุในขวดแล้วนำกลับมาศึกษาในห้องทดลองที่เมืองไทยว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้าง รวมถึงตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำคงคาที่ตรวจสอบในห้องทดลองแล้วเป็นที่อัศจรรย์ใจว่าไม่พบเชื้อโรคอะไรเลย นอกจากนี้เวลาเสด็จฯ ณ แห่งใดจะทรงบันทึกแล้วนำมาเรียงร้อยเป็นเรื่องราวในหนังสือพระราชนิพนธ์ได้อย่างน่าสนใจ ในจำนวน 51 เล่มแบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ๆ คือเสด็จเยือนต่างประเทศ, หนังสือทรงแปล และหนังสือภาพถ่าย
ทั้งนี้ในวงเสวนา เอนก นาวิกมูล นักเขียนนักสะสมคนดังจากบ้านพิพิธภัณฑ์ บอกว่าการสะสมอะไรก็ตามเหมือนเป็นการค่อยๆ สะสมปัญญาความรู้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงรวบรวมของแปลกตาไว้ให้ดู ทำให้เห็นแล้วอยากจะศึกษาเรื่องราวในของเหล่านั้นต่อ ซึ่งสิ่งของต่างๆ แสดงให้เห็นว่าทรงเก็บแม้แต่สิ่งเล็กๆ ที่บางคนอาจไม่เห็นค่า เป็นตัวอย่างให้เยาวชนได้ตามรอยพระจริยวัตรนี้ จึงอยากแนะเด็กๆ ว่าแค่กล่องขนมกินเสร็จแล้วพับเก็บ อีก 50 ปีกลับมาดูใหม่ก็มีเรื่องเล่าและคุณค่าให้เล่าขานแน่นอน ขณะที่ “โอ๊ต”พัฒนพงศ์ มณเฑียร ศิลปินนักวาดภาพ นักเขียน และนักสะสมรุ่นใหม่ มองว่าของสะสมเป็นได้มากกว่าเก่าเก็บแต่สามารถต่อยอดความคิดไปสู่งานสร้างสรรค์อื่นๆ ที่ตัวเองถนัดได้ ถ้าไม่เชื่อก็ลองลงมือเสียตั้งแต่วันนี้



