
ฟังเจ้าของร้านพูดเป็นนิยายในคาฟคาเฟ่เสวนาครั้งที่1
12 ก.ค. 2558
อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : ฟังเจ้าของร้าน พูดเป็นนิยาย ใน คาฟคาเฟ่เสวนา ครั้งที่ 1 : โดย...นันทพร ไวศยะสุวรรณ์
คงไม่ใช่แค่ชื่องาน ชื่อร้าน และสถานที่หรอกนะที่พาเรามาถึงที่นี่...
แต่เพราะ Kafkafe’ Talk ที่ ร้านกาแฟ Kafkafe อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่มีเจ้าของชื่อ เรืองกิตติ์ รักกาญจนันท์ และจัดงานเปิดตัวหนังสือ 5 เล่ม ของนักเขียนรุ่นใหม่ 5 คน...นั่นต่างหาก ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่ทำให้หลายๆ ต้องเดินทางจากแดนไกลมาถึงตรงนี้อย่างสมัครใจ!
ในหัวข้อ “เปลือยตัวละครไร้รากในโลกที่สูญหาย” ที่พวกเขาร่วมกันเปิดเปลือยเรื่องสาระ-ไร้สาระ ที่นำพาให้ค้นหาความหมายชีวิต ในเรื่องเล่าของ เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ : สวนโลก จเด็จ กำจรเดช : หรือเป็นเราที่สูญหาย รัตนชัย มานะบุตร : ลิงเปลือย สุวิชานนท์ รัตนภิมล : พันธุ์ไร้ราก ศิริวร แก้วกาญจน์ : สายลมเร่ร่อน และตัวละครของคนอื่น
พร้อมกับที่มาที่ไป และแรงบันดาลใจของนักเขียนหนุ่มแล้ว ยังอิ่มไปด้วยดนตรี บทกวี บนลานหญ้าหน้าไฮกุเกสต์เฮ้าส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้
เราได้ฟังบทเพลงแห่งซองกาเรีย การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น มอญ-กะเหรี่ยง เสียงใสๆ เพราะๆ ของน้องจัสมิน และยินเสียงนกกวี จาก เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์, อังคาร จันทาทิพย์, จเด็จ กำจรเดช, สุวิชานนท์ รัตนภิมล, ศิริวร แก้วกาญจน์, มุทิตา, เสี้ยวจันทร์ แรมไพร ฯลฯ ท่ามกลางฝนพรำชุ่มหญ้า
เย็นย่ำจนถึงค่อนดึกวันนั้น นอกจากความสนุกสนานและมีสาระแล้ว ยังทำให้เรารู้ว่า ทำไมผู้ชายคนหนึ่งถึงทิ้งทุกอย่างไว้ที่กรุงเทพ มาตั้งรกรากอย่างเงียบๆ ตรงนี้
“มาสัมผัสสังขละครั้งแรก ก็ตกหลุมรักเลยครับ ชอบบรรยากาศ ชอบผู้คน ชอบธรรมชาติ ชอบความสงบ เงียบ เรียบง่าย ชอบความหลากหลายทางวัฒนธรรมของที่นี่ และชอบร้านกาแฟที่นี่ ที่เจ้าของเดิมทำไว้ในชื่อ graph café’” เรืองกิตติ์ คนคุ้นเคยกับกลุ่มนักเขียนนักอ่าน บอกความรู้สึก
“ในวันที่มีงานเฉลิมฉลองสะพานมอญที่ซ่อมเสร็จหลังเกิดเหตุการณ์สะพานขาดเกือบสองปี ผมได้เดินทางมาร่วมงานด้วย ได้สัมผัสบรรยากาศของการร่วมแรงร่วมใจของผู้คนที่นี่ ได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขา ที่ต่างพากันมีความสุขที่สะพานซ่อมสำเร็จ
สะพานมอญเป็นสะพานที่เกิดจากความศรัทธา เป็นสะพานที่มีคุณค่าทางด้านจิตใจของผู้คนที่นี่ ที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยวก็จริง แต่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างช้าๆ เติบโตอย่างเรียบง่าย”
อาจไม่ใช่แค่ถูกจริต แต่ทว่าชะตาได้นำพาให้เขาได้โอกาสที่มากไปกว่านั้น...
ในวันที่เจ้าของเดิมเตรียมย้ายร้าน graph café’ ไปลงหลักปักฐานที่เชียงใหม่ เขากำลังหาคนมาทำร้านต่อจากเขา เรืองกิตติ์ได้มานั่งจิบกาแฟและสนทนาเรื่องร้านกับเจ้าของร้าน และบอกความในใจว่าเขารักที่นี่มาก และสนใจอยากจะมาทำร้านต่อจากเขา
เจ้าของร้านเดิมได้ฟังความฝันหลายๆ อย่างที่เรืองกิตติ์อยากจะมาทำที่นี่ จึงมองข้ามบางอย่างไป
“ผมติดขัดตรงที่ผมไม่มีเงินมากพอที่จะมาสานต่อกิจการของเขา ที่มีทั้งร้านกาแฟ และเกสต์เฮ้าส์ บรรยากาศน่ารักๆ สไตล์ญี่ปุ่น ชื่อไฮกุเกสต์เฮ้าส์ ผมขอเวลาเขาสองเดือนเพื่อกลับไปหาเงิน ในวันที่ถึงวันนัดหมาย ผมก็ยังหาเงินได้ไม่ครบ ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่สังขละกำลังเริ่มบูม เริ่มมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเรื่อยๆ ผมก็เลยส่งข้อความไปบอกเขาว่าผมขอสละสิทธิ์ให้กับคนที่มีความพร้อมมากกว่าผม...”
แม้ว่าตอนนั้นเรืองกิตติ์หาเงินได้แค่ครึ่งเดียว ขณะที่มีคนสนใจที่อยากจะมาทำต่อประมาณสามสี่คน และพร้อมที่จะโอนเงินมาให้เลยทันที! แต่เจ้าของร้านก็เปิดทางให้...
"เขาอยากให้ผมมาทำต่อจากเขามากกว่า เพราะสิ่งที่ผมคิดฝัน เขาชอบความคิดเรามาก เพราะเราบอกเขาว่าจะทำเป็นร้านหนังสือด้วย อยากจะเอาหนังสือของสำนักพิมพ์ผจญภัยที่เราทำและของเพื่อนๆ มาวางในร้าน พร้อมกับจัดกิจกรรมเกี่ยวกับหนังสือหนังหา การเขียน การอ่าน และงานเชิงวัฒนธรรม เขาก็เลยให้ผมแบ่งจ่ายเป็นสองงวด งวดแรกเอาเท่าที่มีอยู่ งวดที่สองอีกสองสามเดือนค่อยมาจ่าย และเขาก็อยากให้เราเข้ามาทำเลย เพราะว่าสังขละกำลังอยู่ในช่วงไฮซีซั่น มีนักท่องเที่ยวขึ้นมามากมาย และที่พักไฮกุในเดือนธันวาคมที่มีคนจองเข้ามาและโอนเงินเข้ามาแล้ว ซึ่งเป็นยอดเงินที่เยอะอยู่ เขาจะยกยอดนี้ทั้งหมดให้กับเรา ถ้าเราเริ่มต้นทำเลยในเดือนธันวาคมเราก็จะมีเงินสมทบอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทางเจ้าของเดิมเขาก็ใจดีมากๆ พยายามที่จะช่วยเราทุกอย่างเพื่อให้เราได้มาทำตามความฝันที่นี่ ซึ่งตรงนี้ผมก็ขอบคุณเขามากๆ ที่ให้โอกาสผมได้เข้ามาสานต่อ...
งานกิจกรรมเปิดตัวหนังสือ 5 เล่ม ในวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาจึงเกิดขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในความฝันที่เขาอยากจะทำ
จึงเป็นคำตอบของทั้งหมด เพราะไม่แค่มีใจมาในครั้งแรกเท่านั้น แต่ถึงบรรทัดนี้ (พวก) เราคงจะต้องมากันอีก...หลายๆ ครั้งแน่!



