
เอ็มที-07 เดอะดาร์กไซด์ ที่จับต้องได้
11 ก.ค. 2558
เปิดโลกยนตรกรรม : เอ็มที-07 เดอะดาร์กไซด์ ที่จับต้องได้ : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี
เมื่อครั้งที่สปอร์ตเน็กเกต ยามาฮ่า เอ็มที-09 ซึ่งเป็นต้นฉบับ The Dark Side of JAPAN ออกมาใหม่ๆ ผมคิดว่า ยามาฮ่าได้เปิดโลกทัศน์ให้บิ๊กไบค์ยุคใหม่ได้เห็นพัฒนาการของ การเอาชนะข้อจำกัดต่างๆ โดยเฉพาะเรื่อง น้ำหนัก และอัตราเร่งของบิ๊กไบค์ก่อนหน้านี้ เอ็มที-09 นั้นเครื่อง 3 สูบ 850 ซีซี เบา เร็วและก็ขับง่ายๆ แต่ราคาอาจจะแรงไปเพราะเกือบ 5 แสน สำหรับคนที่เริ่มสะสมงบ ยากที่จะก้าวขึ้นมาเล่นรถระดับนี้
แต่เมื่อยามาฮ่า เปิดตัว เอ็มที-07 ฝันที่เป็นจริงของคนอยากได้อารมณ์แบบ The Dark Side ก็เป็นจริงและฝันผมก็เป็นจริงหลังจากน้องตูนแห่ง บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด โทรมานัดหมายให้ไปลองรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ยามาฮ่า เอ็มที-07 ที่วายอาร์เอ ถนนบางนา-ตราด กม.21 ยามาฮ่า สปอร์ตเน็กเกต นั้นทางฝั่งเอเชียไม่ใช้รหัสเอฟแซด แบบเดิมแต่ใช้เป็น เอ็มที โดย เอฟแซด-09 ขายในไทย เมื่อราวปี พ.ศ.2556 และแทนด้วย เอ็มที-09
ส่วนพื้นฐานของ เอ็มที-07 ที่ได้รับการถ่ายแบบมาจาก เอ็มที-09 นั่นคือ รถที่เปลือยให้เห็นโครงสร้างและเน้นเรื่องของการขับขี่ง่าย ขับสนุก ใช้ในชีวิตประจำวัน
เอ็มที-07 มาพร้อมเครื่องยนต์ 689 ซีซี 2 สูบเรียง 4 จังหวะ แบบ ครอสเพลน มีแรงม้าสูงสุดถึง 75 แรงม้า ที่ 9,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 68 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบอัดอากาศเข้าสู่หม้อกรอง ล้อแม็ก อะลูมิเนียม ขนาด 17 นิ้ว น้ำหนักเบาแบบ 10 ก้านขนาดหน้ากว้างเท่ากับรุ่นพี่ใหญ่ เอ็มที-09 ไฟหน้าแบบ 7 เหลี่ยม แบบมีไฟหรี่ในตัวไฟท้ายแอลอีดี
เอกลักษณ์ของ เอ็มที-ซีรีส์ ท่อไอเสียที่ดีไซน์เข้ากับตัวรถ มาตรวัดดิจิทัล แสดงระดับเชื้อเพลิงที่อยู่ในถังพร้อมฟังก์ชันคำนวณอัตราสิ้นเปลือง ตัวเลขบอกเกียร์ รอบเครื่องยนต์ ตัวเลขบอกความเร็วขณะขับขี่
โช้กอัพหน้าแบบเทเลสโคปิก ขนาด 41 มม. และโช้กอัพหลังเดี่ยว พร้อมสวิงอาร์มอะลูมิเนียมแบบสั้น และระบบเบรกแบบ เอบีเอส โดยเบรกหน้ามาพร้อมจานดิสก์ขนาด 282 มม. และจานดิสก์หลัง ขนาด 245 มม.
หน้าตาของ เอ็มที-07 มองได้หลายมิติ บางครั้งเล็กบางครั้งใหญ่ ขึ้นอยู่กับสี ซึ่งถ้าเป็นสีเทา หรือดำ น่าจะทำให้รู้สึกว่ารถมีขนาดใหญ่พอสมควร อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่า ในความเพรียวและเฉียบคมของเส้นสายใหม่ทำให้รู้สึกว่ารถกะทัดรัดพอสมควร ผมเองยังรู้สึกว่า เอ็มที-07 ยังไม่เดิมบางอย่างมาให้แบบเต็มๆ เหมือนรถรุ่นพี่ เช่น สีของโช้กอัพหน้าที่เป็นสีดำ หรือกรอบหม้อน้ำ ที่ปล่อยให้พื้นผิวเป็นสีพื้น แน่นอนครับว่าคนเล่นรถคงเตรียมของแต่งกันไว้แล้ว
เมื่อลองขึ้นไปขี่ ความรู้สึกถึงความเพรียวของถังน้ำมัน ที่ให้รูปทรงยาวกว่า เมื่อขยับรถแล้วรู้สึกว่า แฮนด์จะกระชับ หากเทียบกับ เอ็มที-09 ตำแหน่งการนั่ง โดยเฉพาะช่วงของขาเมื่อต้องการหนีบถังแล้ว ต้องยกให้ เอ็มที-09 เพราะกระชับลงตัว
การสตาร์ทเครื่องยนต์ จะใช้สวิตช์สไลด์ลงโดยใช้นิ้วหัวแม่มือขวา ไม่ได้กดปุ่มสตาร์ท สวิตช์แบบเดียวกับใน เอ็มที-09 เสียงเครื่องยนต์ท่อมาตรฐาน เงียบนิ่งแต่รู้สึกถึงความหนักแน่น ความสูงของเบาะพอดิบพอดี กับคนขนาด 167 เซนติเมตร อย่างผม ไม่ต่ำหรือสูงเกินไป
เมื่อเคลื่อนรถแล้ว ทำความคุ้นเคยสักพัก รู้สึกว่า นี่ไม่ใช่รถขนาด 600 ซีซี เพราะว่า เอ็มที-07 คล่องตัวเหลือหลาย นอกจากนี้การต่อเกียร์และการสนองของเครื่องยนต์ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักรวมของรถ คือ 182 กิโลกรัม เส้นทางขับสั้นๆ ไล่ระดับความเร็ว ไปแล้วลองเบรกหนักๆ ด้วยระบบเอบีเอส มั่นใจสำหรับเบรกที่ให้มา
การตลาดของยามาฮ่า บอกว่า เอ็มที-07 ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสนุก เพลิดเพลินด้วยอัตราเร่งจัดจ้าน ดุดัน เร้าใจ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถแบบหลากหลายวัตถุประสงค์ เช่น เดินทางในเมืองก็ทำได้ เดินทางไกลหน่อยก็ไม่ต้องห่วงเรื่องกำลัง รวมถึงสาวๆ ที่อยากจะขี่บิ๊กไบค์แต่หวั่นเกรงเรื่องน้ำหนัก ความคล่องตัว เอ็มที-07 ตอบโจทย์ได้สำหรับงบประมาณที่จะเล่นคันนี้ 2.99 แสนบาท รถนำเข้าญี่ปุ่นทั้งคันแพงกว่ารถประกอบในไทยแค่หมื่นบาทจัดว่าลงตัวที่สุดแล้ว
------------------------
(เปิดโลกยนตรกรรม : เอ็มที-07 เดอะดาร์กไซด์ ที่จับต้องได้ : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี)



