
เซลล์เชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า ลดต้นทุนเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
10 ก.ค. 2558
ทำมาหากิน : ร่วมวิจัยเซลล์เชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า ลดต้นทุนเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ-ระบบแช่แข็ง
นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวสำหรับสำนักพัฒนานวัตกรรม ม.บูรพา ตกลงเซ็นเอ็มโอยูกับเซลเลนเนียม ไทยแลนด์ ร่วมวิจัยพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิง Vanadium Redox Flow Fuel Cell เทคโนโลยีกักเก็บและสร้างพลังงานไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้ผลิตกระแสไฟจากแสงดวงอาทิตย์และพลังงานน้ำขึ้นน้ำลง ช่วยในการลดต้นทุนพลังงานด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และระบบแช่แข็งยุคใหม่ที่แช่ของสดได้นาน 30 ปี
กฤษฎา กัมปนาทแสนยากร ประธานกรรมการบริษัท เซลเลนเนียม (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า บริษัทได้มีการเซ็นบันทึกความเข้าใจ หรือเซ็นเอ็มโอยูกับสำนักพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยบูรพา อย่างเป็นทางการสำหรับการร่วมกันพัฒนานวัตกรรมและโครงการวิจัยในหลากประเด็น อาทิ 1.เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่แวนเนเดียม รีด็อกซ์ โฟลว์ 2.เทคโนโลยีการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานจากน้ำขึ้น-น้ำลง 3.เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและระบบแช่แข็งยุคใหม่ 4.เทคโนโลยีการต่อเรือและยานพาหนะไฟฟ้าอื่นๆ และ5.เทคโนโลยีคาร์โบไฮเดรตฟิวเซลที่นำไปใช้ลดต้นทุนพลังงานด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งทุกโครงการดังกล่าวล้วนเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ได้จริง และเริ่มดำเนินการนำมาใช้แล้วในปัจจุบัน โดยจะเห็นผลอย่างชัดเจนภายใน 1 ปีนับจากนี้ไป
“ทิศทางอนาคตของอิเล็กทริก อีโคโนมี จะไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป การร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาพลังงานของประเทศอย่างมหาศาล เพราะทุกเทคโนโลยีที่ร่วมกันวิจัยนี้ ล้วนเป็นโซลูชั่นใหม่ๆ ของการกักเก็บพลังงานทดแทน การใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาด พลังงานไฟฟ้าที่มาจากพลังงานหมุนเวียนในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานจากคลื่น (แม่น้ำหรือทะเล) ลม แสงแดด ชีวมวล ไบโอแก๊ส ที่จะมาแทนที่การใช้พลังงานจากฟอสซิล"
กฤษฎาเผยต่อว่า สำหรับการใช้ระบบเทคโนโลยี Vanadium Redox Flow Fuel Cell ในการกักเก็บและสร้างพลังงานไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นเทรนใหม่นี้ กำลังได้รับความสนใจในหลายๆ ประเทศทั่วโลกทั้งแถบยุโรป และเอเชีย เพราะสามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาการเก็บพลังงานใหญ่ๆ ระดับชาติได้ โดยประเทศที่ตื่นตัวศึกษาเซลล์เชื้อเพลิงนี้อย่างจริงจังขณะนี้มีทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น โดยล่าสุด มีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น คือบริษัท TOYOBO CO.LTD. ได้นำเทคโนโลยี Vanadium Redox Flow ไปใช้ในลดต้นทุนด้านพลังงานในการผลิตน้ำเค็มเป็นน้ำจืด
ขณะที่ ศ.ดร.พิชัย สนแจ้ง รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงการร่วมลงนามกับเอกชนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีครั้งนี้ถือเป็นการตอบโจทย์ประเทศด้านปัญหาพลังงาน โดยมหาวิทยาลัยเน้นการสร้างมุมมองให้นักศึกษาที่จบไปแล้ว สามารถทำงานได้จริงในเชิงปฏิบัติ และสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นเจ้าของผู้ประกอบการได้
“ปัญหาหลักๆ ของประเทศ มีอยู่ 5 เรื่อง คือเรื่อง อาหาร น้ำ พลังงาน สังคมสีเขียว และ อุตสาหกรรมสีเขียว จากโจทย์ปัญหาดังกล่าว จึงต้องแสวงหาเทคโนโลยีมาเพิ่มพูนมูลค่าของทรัพยากรของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่ให้สามารถมาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดโปรดักส์ใหม่ตอบโจทย์ของประเทศได้ มองว่าการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนครั้งนี้ จะเป็นแบบวินวินด้วยกัน เพราะภาคเอกชนมีผลตอบแทนที่สามารถเดินหน้าโครงการได้ ขณะที่มหาวิทยาลัยก็ได้ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ต่อประเทศ" ศ.ดร.พิชัยกล่าวทิ้งท้าย



