
ชะตากรรมกล้วยไม้ไทย
10 ก.ค. 2558
ทำกินถิ่นอาเซียน : ชะตากรรมกล้วยไม้ไทย : โดย...อาหมัด เบ็ญอาหวัง
การที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน “9 th Siam Paragon Bangkok Royal Orchid Paradise 2015 ปณิธานความดีถวายองค์นารีรัตนา 60 พรรษา สยามบรมราชกุมารี” ระหว่างวันที่ 21-26 กรกฎาคม 2558 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ นั้น ท่านชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์เพื่อฉลองพระชนมายุ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แล้ว ยังเป็นการยกระดับการจัดงานกล้วยไม้ระดับชาติของไทยสู่ความเป็นสากล เพื่อเป็นการต้อนรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปลายปี 2558 รวมทั้งเป็นการเผยแพร่ส่งเสริมธุรกิจกล้วยไม้ไทยในวงกว้างด้วย
ประเทศไทยนั้น มีการพัฒนากล้วยไม้มาอย่างยาวนาน สามารถส่งออกมูลค่าปีละประมาณ 2,500 ล้านบาท จนถือเป็นพืชสัญลักษณ์ของประเทศไทย ที่กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและ “ยุทธศาสตร์การแข่งขันกล้วยไม้ไทยในตลาดโลก พ.ศ.2554-2559” โดยใช้กลยุทธ์เพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการตลาดส่งออก ส่งเสริมการผลิตกล้วยไม้คุณภาพ พัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรม แต่ดูเหมือนว่า การขับเคลื่อนยังอืดอยู่ครับ
ก่อนหน้านี้ ท่านรองปลัดวิมล "ดร.วิมล จันทรโรทัย" รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ บอกว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพการแข่งขันและมีโอกาสสูงในการส่งออกกล้วยไม้ โดยเฉพาะกล้วยไม้ที่มีคุณภาพในตระกูลสีชมพู ที่สามารถส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการส่งออกไปยังประเทศจีน (ตลาดหลักของไทย) โดยปีหน้าคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแข่งขันกล้วยไม้ไทยในตลาดโลก ได้มุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมคุณภาพการปลูกกล้วยไม้ส่งออกให้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดประชาคมอาเซียน อาทิ ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เป็นต้น
เมื่อฟังเหตุผลของ คุณอุดม ฐิตวัฒนะสกุล ที่ปรึกษาสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย พูดถึงไม้ประดับไทยจะอยู่จุดไหนของเออีซี และของโลก ในงาน "ฮอร์ติ เอเชีย 2014" หรืองานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพันธุ์ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้แห่งภูมิภาคเอเชีย เมื่อปีที่แล้วก็น่าเป็นห่วง
คุณอุดม บอกว่า ในเออีซีดูเหมือนว่าไทยเป็นศูนย์กลางของไม้ดอกไม้ประดับ แต่ปัญหาค่าแรงขั้นต่ำที่พุ่งขึ้นในภาคเกษตร ทำให้ผู้ประกอบการต้องย้ายฐานการผลิตบางส่วนไปประเทศเพื่อนบ้าน หรือไปลงทุนร่วมกัน เพราะต่อไปเพื่อนบ้านที่ซื้อกล้วยไม้ไทยก็จะยกระดับขึ้นมาผลิตเอง จึงเป็นโจทย์ที่ว่า ไทยจะทำอย่างไร
สอดคล้องกับมุมมองของ คุณพันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร ประชาสัมพันธ์สมาคมส่งออกดอกกล้วยไม้ไทย ที่พูดในงานเดียวกันว่า ขณะนี้สิงคโปร์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้เกรดพรีเมียมในภูมิภาคเอเชียแทนประเทศไทยแล้ว โดยไปลงทุนปลูกในมาเลเซีย ซึ่งประเทศผู้ซื้อให้เครดิตในการนำเข้าจากสิงคโปร์มากกว่า เพราะไม่มีการตรวจโรคเข้มงวด เมื่อเทียบกล้วยไม้ที่ส่งไปจากประเทศไทย
ประจวบเหมาะกับสภาพอากาศของไทยมีการเปลี่ยนแปลง ล้วนแต่เป็นอุปสรรคพอสมควรในการที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กล้วยไม้ไทยให้บรรลุเป้าหมายได้ ตรงนี้น่าห่วงครับ!
---------------------
(ทำกินถิ่นอาเซียน : ชะตากรรมกล้วยไม้ไทย : โดย...อาหมัด เบ็ญอาหวัง)



