
รัฐเร่งจัดที่ทำกิน-พัฒนาอาชีพเกษตรกร
09 ก.ค. 2558
ทำมาหากิน : รัฐเร่งจัดที่ทำกิน-พัฒนาอาชีพเกษตรกร ยกชุมชนบ้านแม่ทาพื้นที่นำร่องต้นแบบ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ภายหลังที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 ถึงแนวทางในการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยการพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ดินและการแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินของรัฐ และน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยพิจารณาว่าพื้นที่ใดสมควรให้ประชาชนใช้ประโยชน์และเร่งรัดการจัดสรรที่ดินให้แก่ผู้ยากไร้ และดำเนินการใช้ที่ดินร่วมกันในรูปแบบชุมชนหรือสหกรณ์ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และเพื่อให้การบริหารจัดการที่ดินของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
พื้นที่ชุมชนบ้านแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ถือเป็นพื้นที่นำร่องต้นแบบ ซึ่งได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2558 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยาน ในการมอบหนังสืออนุญาตให้แก่ราษฎรในพื้นที่ได้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการปลูกป่าเศรษฐกิจชุมชนและหนังสือโครงการป่าชุมชน นับเป็นโครงการแห่งแรกที่สามารถดำเนินนโยบายช่วยเหลือราษฎรจนเห็นผลเป็นรูปธรรม
ปริญญา เพ็งสมบัติ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบเรื่องการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้แก่ราษฎรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน โดยมุ่งเน้นให้ราษฎรได้รวมกลุ่มกันในรูปสหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนโดยวิธีการสหกรณ์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบและภารกิจของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และมีหน่วยงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้ามาสนับสนุนในด้านต่างๆ โดยการปรับปรุงปัจจัยพื้นฐานเรื่องสภาพพื้นดินและแหล่งน้ำ
จากนั้นจะส่งเสริมอาชีพให้เหมาะสมและสอดคล้องสภาพพื้นที่ รวมทั้งการจัดทำเมนูอาชีพเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกร เริ่มจากการสำรวจความต้องการของราษฎรและวางแผนการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ตลอดจนการแปรรูปและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและทันสมัย
“ในส่วนกิจกรรมการรวมกลุ่ม เพื่อบริหารจัดการพื้นที่และส่งเสริมอาชีพในรูปแบบสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มตามความต้องการของราษฎรในพื้นที่บ้านเด่นสารภี อ.ฮอด จำนวน 8 กลุ่ม จำนวนราษฎร 461 คน และยังสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ในพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรได้เข้าใจถึงต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพแต่ละอาชีพที่ทำ พร้อมทั้งหาแนวทางในการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ในอนาคต” ปริญญา กล่าวและว่า
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนแหล่งทุนของสหกรณ์เพื่อใช้สนับสนุนการประกอบอาชีพให้แก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิก โดยจะมีแนวทางดำเนินการ 2 แนวทาง สำหรับพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินและมีสหกรณ์จัดตั้งอยู่แล้วแต่ยังไม่มีเงินทุนเพียงพอ จะมีกองทุนพัฒนาสหกรณ์ในอัตราดอกเบี้ยต่ำให้สหกรณ์กู้ยืมเพื่อให้สมาชิกนำไปลงทุนด้านอาชีพ ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่มีการจัดตั้งสหกรณ์ เกษตรกรสามารถกู้ได้ด้วยเช่นกัน โดยใช้หลักประกันเป็นบุคคลและเป็นกลุ่ม และอาจจะมีธนาคารอื่นๆ ในพื้นที่ให้การสนับสนุนเรื่องแหล่งเงินกู้ด้วย เช่น ธนาคารออมสินเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนได้มากยิ่งขึ้น
ระบบสหกรณ์จึงมีความสำคัญที่จะนำเข้ามาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน ส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้และสร้างสังคมส่วนรวมให้อยู่ร่วมกันด้วยการพึ่งพาอาศัย ช่วยคิดช่วยทำช่วยกันแก้ไขปัญหา แบ่งปันช่วยเหลือเกื้อกูล นำไปสู่การพัฒนาให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็งในที่สุด
-----------------------
(ทำมาหากิน : รัฐเร่งจัดที่ทำกิน-พัฒนาอาชีพเกษตรกร ยกชุมชนบ้านแม่ทาพื้นที่นำร่องต้นแบบ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



